Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การรักษา

วิธีรักษาหูดอวัยวะเพศที่บ้าน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,598,978 คน

วิธีรักษาหูดอวัยวะเพศที่บ้าน

หูดที่อวัยวะเพศนั้นเป็นภาวะที่พบได้บ่อยและมีหลายคนที่อาจจะไม่ได้รับการวินิจฉัย

ส่วนมากนั้นเกิดจากเชื้อ human papillomavirus (HPV) ซึ่งมีมากกว่า 120 สายพันธุ์ แต่ชนิดที่ 6 และ 11 นั้นเป็นสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดหูด สายพันธุ์เหล่านี้มักไม่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกแต่จะทำให้เกิดหูดที่อวัยวะเพศ

เวลาที่เป็นหูดอาจจะต้องเข้ารับการรักษาจากแพทย์ แต่วิธีต่อไปนี้อาจจะช่วยรักษาได้เองที่บ้าน

น้ำมันจากต้นชา

นอกเหนือจากประโยชน์อื่นๆ แล้ว น้ำมันหอมระเหยนั้นยังมีการศึกษาเพื่อนำมาใช้ฆ่าเชื้อราอีกด้วย น้ำมันจากต้นชานั้นเป็นน้ำมันหอมระเหยที่พบว่ามีประโยชน์ในการต่อสู้กับเชื้อราและเชื้อโรคอื่นๆ เช่นเหา และอาจจะสามารถช่วยรักษาหูดที่อวัยวะเพศได้ คุณสามารถหยดน้ำมันจากต้นชาเจือจาง (ผสมน้ำมัน 1 หยดในน้ำมันมะพร้าว 2 หยด) แล้วนำมาทาที่หูดโดยตรง

บางคนอาจจะมีอาการแพ้น้ำมันจากต้นชาได้ ดังนั้นควรทดสอบใช้ปริมาณเล็กน้อยและเจือจางที่แขนก่อน หากไม่มีปฏิกิริยาเกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงแสดงว่าน่าจะสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย

น้ำมันจากต้นชานั้นสามารถทำให้เกิดการระคายเคืองและทำให้เกิดอาการแสบหรืออักเสบได้ซึ่งน่าจะเป็นกลไกที่ช่วยทำให้หูดนั้นมีขนาดเล็กลง อย่ารับประทานน้ำมันจากต้นชาเข้าทางปากหรือใช้ทางช่องคลอดเด็ดขาด คุณจะต้องทาน้ำมันนี้ซ้ำๆ เป็นเวลาหลายสัปดาห์ แต่ควรหยุดใช้หากเกิดการระคายเคืองมากเกินไป

ชาเขียว

พบว่าชาเขียวนั้นมีประสิทธิภาพในการรักษาหูดที่อวัยวะเพศ คุณสามารถนำสารสกัดจากชาเขียวก่อนเติมด้วยน้ำมันมะพร้าว 1-2 หยดก่อนทาที่หูด

กระเทียม

มีหลักฐานบางชิ้นที่พบว่าการใช้สารสกัดจากกระเทียมที่หูดนั้นสามารถรักษาหูดได้ คุณสามารถซื้อสารสกัดจากกระเทียมและนำมาทาที่หูดได้โดยตรง หรืออาจจะใช้ผ้าก๊อซนั้นจุ่มลงในสารละลายที่ผสมระหว่างกระเทียมและน้ำมันก่อนนำมาทาและแปะค้างไว้ที่หูด

น้ำส้มสายชูจาก apple cider

น้ำส้มสายชูจาก apple cider นั้นอาจจะช่วยรักษาหูดที่อวัยวะเพศได้โดยการใช้สารที่เป็นกรดในการกำจัดเชื้อไวรัส

คุณสามารถใช้สำลีหรือผ้าก๊อซชุบน้ำส้มสายชูจาก apple cider ก่อนนำมาทาที่หูด

ผัก

ผักนั้นมีประโยชน์หลายอย่าง ให้ลองกินผักที่เคี้ยวสนุกเช่น

  • ผักกาด
  • บรอคโคลี่
  • Brussel sprouts
  • ดอกกะหล่ำ
  • Kale

ผักเหล่านี้มีสาร indole-3-carbinol ซึ่งสามารถช่วยกำจัดหูดที่อวัยวะเพศได้ คุณควรรับประทานผักวันละ 4-5 ที่

โฟเลทและวิตามินบี 12

พบว่ามีความเกี่ยวข้องระหว่างการขาดโฟเลทและวิตามินบี 12 กับความเสี่ยงของการติดเชื้อ HPV ที่เพิ่มขึ้น การรับประทานวิตามินรวมหรือโฟเลทและบี 12 นั้นอาจจะช่วยให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับการติดเชื้อ HPV และรักษาหูดได้

วิธีการใช้ชีวิต

การมีหูดที่อวัยวะเพศนั้นเป็นการเพิ่มความเครียดให้กับร่างกาย และอาจทำให้ร่างกายสามารถจัดการกับปัญหาสุขภาพอื่นๆ ได้ยาก คุณควรตัดสิ่งที่จะเพิ่มความเครียดให้กับระบบภูมิคุ้มกันอื่นๆ เช่นการสูบบุหรี่หรืออาหารที่ผ่านการแปรรูปสูงหรือไม่ดีต่อสุขภาพออกเพื่อช่วยให้ร่างกายสามารถฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

อาหารที่ควรรับประทานเพิ่มประกอบด้วย

  • อาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ (บลูเบอร์รี่ เชอร์รี่ มะเขือเทศ พริกหยวก)
  • ผักใบเขียวเช่นผักโขมและ kale
  • ธัญพืช
  • แอลมอนด์
  • ถั่ว
  • เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน

อาหารเหล่านี้สามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันได้และช่วยลดการติดเชื้อ HPV ซ้ำ

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงประกอบด้วย

  • อาหารที่อาจทำให้แพ้ (ผลิตภัณฑ์จากนม ถั่วเหลือง ข้าวโพดและสารปรุงแต่งอาหาร)
  • อาหารที่ผ่านการแปรรูปเช่นขนมปังขาวและพาสต้า
  • เนื้อแดง
  • อาหารแปรรูปที่มีไขมันทรานส์
  • คาเฟอีนและสารกระตุ้นตัวอื่น

ความเสี่ยงและข้อควรระวัง

การรักษาหูดที่อวัยวะเพศให้หายนั้นไม่ได้หมายความว่าคุณไม่มีการติดเชื้ออีกต่อไป เพราะเชื้อ HPV นั้นสามารถทำให้เกิดได้ทั้งหูดและมะเร็งปากมดลูกแม้ว่าจะพบได้น้อย คุณอาจจะติดเชื้อ HPV หลายชนิดพร้อมกันก็ได้ ดังนั้นหากมีหูดเกิดขึ้นควรไปพบแพทย์แม้ว่าคุณจะอยากลองใช้วิธีการรักษาที่บ้านก็ตาม

เชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดหูดนั้นสามารถอยู่ในร่างกายได้เป็นเวลานาน ดังนั้นแม้ว่าคุณจะรักษาหูดหายแล้วมันก็อาจจะกลับเป็นซ้ำได้

วิธีการรักษาโดยทั่วไป

ไม่ได้มีวิธีใดที่แพทย์ใช้เป็นวิธีมาตรฐานในการรักษาหูดที่อวัยวะเพศ แพทย์แต่ละคนอาจจะใช้วิธีที่แตกต่างกันขึ้นกับชนิดของหูดหรือระยะเวลาที่เป็น การรักษานั้นมีได้ตั้งแต่การใช้ยาไปจนถึงการใช้ความเย็นตัดหูดออกหรือใช้เลเซอร์

สรุป

คุณสามารถลองรักษาหูดที่อวัยวะเพศที่บ้านได้ แต่ก็ควรไปพบแพทย์อยู่ดีเพื่อทำการตรวจและรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดหูด หากเกิดจากสาเหตุดังกล่าว คุณอาจจะต้องรับประทานยาเพิ่มเติมเพื่อรักษาโรคนั้นและป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่คู่นอนคนอื่น


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป