อาการของ HIV/AIDS มีอะไรบ้าง ?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,265,822 คน

ผู้ติดเชื้อ HIV มักจะไม่มีอาการใดๆ หลังจากติดเชื้อ ทำให้ไม่รู้ตนเองว่ากำลังติดเชื้ออยู่ ปกติแล้วจะใช้เวลานานหลายปีก่อนที่จะมีอาการ

โฆษณาจาก HonestDocs
🦷รีเทนเนอร์หาย หรือ จัดฟันใกล้เสร็จ? ก็ทำรีเทนเนอร์ลด 30-50% ได้

ไม่ว่าคุณจะอยากได้ "แบบใส" หรือ "แบบลวด" เราก็มีให้คุณครบจบที่เดียว เริ่มต้นเพียง 1,750 บาท เท่านั้น

%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8cadsinternal ad

อาการระยะแรก

ผู้ติดเชื้อจะรู้สึกแข็งแรงดีนานหลายปีหลังติดเชื้อ ซึ่งอาจใช้เวลานานมากถึง 10 ปี หรือนานกว่านั้นก่อนที่จะแสดงอาการ แต่ถ้าได้รับยาต้านเชื้อ HIV จะใช้เวลานานมากกว่านั้นมากๆ ก่อนที่จะมีอาการใดๆ นี่จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ควรตรวจ HIV เป็นประจำ โดยเฉพาะถ้าคุณเคยมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน หรือใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น การรักษา HIV ด้วยยาจะทำให้ผู้ติดเชื้อมีสุขภาพที่แข็งแรงเป็นระยะเวลายาวนาน

ภายใน 2-4 สัปดาห์ หลังการติดเชื้อ อาจมีอาการคล้ายไข้หวัด เช่น มีไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ซึ่งเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายต่อการติดเชื้อ HIV ในช่วงเวลานี้ร่างกายจะมีปริมาณเชื้อไวรัสสูงมาก ซึ่งสามารถติดต่อไปยังผู้อื่นได้ง่าย  อาการดังกล่าวนี้จะมีอยู่เพียงไม่กี่สัปดาห์ ก่อนที่จะหายไป และไม่มีอาการอีกเลยเป็นปีๆ

หากติดเชื้อ HIV แล้ว จะสามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้ แม้ว่าจะไม่มีอาการก็ตาม

อาการระยะหลังของการติดเชื้อ HIV / อาการของโรคเอดส์

เชื้อ HIV จะทำลายเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน ได้แก่ เม็ดเลือดขาว CD4 หรือทีเซลล์ (T cells) เมื่อไม่มีเม็ดเลือดขาว CD4 ร่างกายจะไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้ ทำให้ติดเชื้อได้ง่ายกว่าปกติมาก แม้ว่าเชื่อนั้นในภาวะปกติจะไม่ทำให้เราติดเชื้อก็ตาม เมื่อเชื้อ HIV มีการทำลายระบบภูมิคุ้มกันเป็นระยะเวลานาน จะทำให้เข้าสู่ระยะของโรคเอดส์

คุณจะป่วยเป็นโรคเอดส์ เมื่อคุณมีการติดเชื้อที่พบได้ยาก (เราเรียกว่าโรคติดเชื้อฉวยโอกาส) หรือเป็นมะเร็งบางชนิด หรือเมื่อมีปริมาณเม็ดเลือดขาว CD4 ในร่างกายต่ำมาก ซึ่งปกติใช้เวลานานเป็น 10 ปี หลังติดเชื้อ HIV หากไม่ได้รับการรักษา 

อาการของโรคเอดส์ ได้แก่

  • มีฝ้าขาวในช่องปากและลิ้น
  • เจ็บคอ
  • ติดเชื้อรายีสต์
  • เป็นโรคอุ้งเชิงกรานอักเสบเรื้อรัง
  • ติดเชื้อหลายชนิด
  • มีอาการอ่อนเพลีย เวียนศีรษะ
  • ปวดศีรษะ
  • น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว
  • มีรอยฟกช้ำตามร่างกายง่ายกว่าปกติ
  • ท้องเสีย มีไข้  และเหงื่อออกตอนกลางคืนเรื้อรัง
  • ต่อมน้ำเหลืองโตที่คอ รักแร้ หรือง่ามขา
  • ไอแห้งและหนัก
  • หายใจหอบเหนื่อย
  • มีจ้ำเลือดบริเวณผิวหนังหรือในช่องปาก
  • มีเลือดออกจากปาก จมูก ทวารหนัก หรือช่องคลอด
  • มีผื่นที่ผิวหนัง
  • มีอาการชาที่มือ หรือเท้า ไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อได้ ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามต้องการ และกล้ามเนื้ออ่อนแรง

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความก่อนหน้า
เอชไอวี (HIV) ต่างจากเอดส์ (AIDS) อย่างไร?
เอชไอวี (HIV) ต่างจากเอดส์ (AIDS) อย่างไร?
บทความต่อไป
การตรวจ
การตรวจ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่