Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

เอชไอวีและเอดส์ (HIV/AIDS) คืออะไร ?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,526,334 คน

HIV (เอชไอวี) คือเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคเอดส์ (AIDS) โดยจะทำลายระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายติดเชื้อ และเจ็บป่วยได้ง่าย เชื้อ HIV จะติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์  การใช้ถุงยางอนามัยสามารถป้องกันการติดเชื้อนี้ได้

HIV และ AIDS เป็นโรคติดเชื้อร้ายแรง

HIV เป็นตัวย่อของ Human Immunodeficiency Virus โดยไวรัสนี้จะไปทำลายเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน (ระบบภูมิคุ้มกันคือระบบที่ทำหน้าที่ต่อสู้กับเชื้อโรคภายนอกร่างกาย) เมื่อเชื้อไวรัส HIV ทำลายระบบภูมิคุ้มกันแล้ว ร่างกายจะติดเชื้อ เจ็บป่วยได้ง่าย และเสียชีวิตจากการติดเชื้อได้

โฆษณาจาก HonestDocs
🦷รีเทนเนอร์หาย หรือ จัดฟันใกล้เสร็จ? ก็ทำรีเทนเนอร์ลด 30-50% ได้

ไม่ว่าคุณจะอยากได้ "แบบใส" หรือ "แบบลวด" เราก็มีให้คุณครบจบที่เดียว เริ่มต้นเพียง 1,750 บาท เท่านั้น

%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8cadsinternal ad

HIV มีผลกระทบต่อคนได้ทุกคน ในอเมริกา มีคนประมาณ 1 ล้านคนติดเชื้อ HIV และมีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากถึง 41,000 คนต่อปี ผู้ติดเชื้อ HIV ส่วนมากจะไม่มีอาการเป็นเวลาหลายปีหลังติดเชื้อ ทำให้ไม่รู้ตัวว่ากำลังติดเชื้ออยู่

หากมีการติดเชื้อ HIV เชื้อจะอยู่ในร่างกายตลอดไป ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาการติดเชื้อ HIV ให้หายขาด แต่ยาในปัจจุบันสามารถทำให้ผู้ติดเชื้อมีสุขภาพที่แข็งแรงเป็นระยะเวลายาวนานและช่วยลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อไวรัสนี้ไปยังผู้อื่นด้วย  การรักษาผู้ติดเชื้อ HIV เป็นเรื่องที่สำคัญมาก (ดังนั้นการตรวจก็ยิ่งสำคัญกว่า)  ผู้ติดเชื้อ HIV ที่ไม่ได้รับการรักษาจะเสียชีวิตในที่สุด แต่ถ้าหากได้รับการรักษาด้วยยาเป็นอย่างดี ผู้ติดเชื้อรายนั้นจะมีสุขภาพที่แข็งแรงและมีชีวิตยืนยาว

ความแตกต่างระหว่าง HIV กับ AIDS

HIV คือเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคเอดส์ (AIDS) ซึ่งย่อมากจาก Acquired Immune Deficiency Syndrome ซึ่ง HIV และโรคเอดส์ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน  ผู้ติดเชื้อ HIV ไม่จำเป็นต้องเป็นโรคเอดส์ เสมอไป

HIV คือเชื้อไวรัสที่ติดต่อจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งได้ โดยเชื้อไวรัสจะเข้าไปทำลายเซลล์ที่สำคัญในระบบภูมิคุ้มกัน คือ เซลล์เม็ดเลือดขาวซีดีโฟร์ (CD4 cells) หรือ ทีเซลล์ (T cells) ซึ่งทำหน้าที่ป้องกันร่างกายจากการติดเชื้อ  เมื่อเชื้อไวรัส HIV ทำลายเม็ดเลือดขาวซีดีโฟร์ จนมีปริมาณไม่เพียงพอ จะทำให้ร่างกายติดเชื้อหลายชนิด ทั้งที่ปกติไม่เคยติดเชื้อดังกล่าว

เอดส์ คือโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส HIV ไปทำลายระบบภูมิคุ้มกัน คุณจะเป็นโรคเอสด์ได้ก็ต่อเมื่อติดเชื้อที่อันตรายร้ายแรง หรือในขณะที่มีปริมาณเม็ดเลือดขาวซีดีโฟร์ต่ำมาก  เอดส์คือระยะร้ายแรงของการติดเชื้อ HIV ซึ่งทำให้เสียชีวิตได้

หากติดเชื้อ HIV และไมได้รับการรักษา มักจะใช้เวลาประมาณ 10 ปี ในการพัฒนาเป็นโรคเอดส์  ปัจจุบันการรักษาจะช่วยให้ผู้ติดเชื้อมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง มีอายุยืนยาว

โฆษณาจาก HonestDocs
🦷รีเทนเนอร์หาย หรือ จัดฟันใกล้เสร็จ? ก็ทำรีเทนเนอร์ลด 30-50% ได้

ไม่ว่าคุณจะอยากได้ "แบบใส" หรือ "แบบลวด" เราก็มีให้คุณครบจบที่เดียว เริ่มต้นเพียง 1,750 บาท เท่านั้น

%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8cadsinternal ad

เราจะติดเชื้อ HIV ได้อย่างไร

เชื้อไวรัส HIV จะมีอยู่ในน้ำอสุจิ น้ำหล่อลื่นช่องคลอด เลือด และน้ำนม โดยเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผล หรือผ่านเนื้อเยื่ออ่อน เช่น ภายในช่องคลอด ทวารหนัก และรูเปิดของอวัยวะเพศชาย  คุณจะติดเชื้อ HIV ได้จาก

  • มีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด หรือ ทวารหนัก โดยไม่ได้ป้องกัน
  • ใช้เข็มฉีดยา เข็มสัก หรือเข็มเจาะร่างกายร่วมกัน
  • โดนเข็มตำ  โดยเข็มนั้นมีเลือดที่ติดเชื้อ HIV ปนเปื้อนอยู่
  • เลือด น้ำอสุจิ หรือน้ำหล่อลื่นช่องคลอดที่มีเชื้อ HIV ปนอยู่ สัมผัสกับแผลเปิดบนร่างกาย

เชื้อ HIV จะติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกันมากที่สุด  การใช้ถุงยางอนามัย และแผ่นยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ รวมถึงไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น  จะป้องกันการติดเชื้อ HIV ได้

เชื้อ HIV สามารถติดต่อผ่านแม่สู่ลูกในระหว่างตั้งครรภ์ คลอด หรือให้นมบุตรได้ หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อ HIV จะต้องรับประทานยาเพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อ HIV ไปยังลูก

เชื้อ HIV ไม่ติดต่อผ่านน้ำลาย ดังนั้นคุณจะไม่ติดเชื้อ HIV ผ่านการจูบ การกินอาหารหรือน้ำดื่มร่วมกัน หรือการใช้ช้อนส้อมร่วมกัน  รวมไปถึงการกอด การจับมือ การไอ การจาม การใช้ห้องน้ำร่วมกัน ก็ไม่ใช่ช่องทางติดต่อของเชื้อ HIV

ในอดีตเมื่อนานมาแล้ว มีผู้ติดเชื้อ HIV บางส่วนติดเชื้อจากการได้รับเลือด แต่ในปัจจุบันการบริจาคเลือดและการรับเลือดมีความปลอดภัยมาก เพราะโรงพยาบาล หรือหน่วยรับบริจาคเลือดต่างๆ จะไม่ใช้เข็มฉีดยาซ้ำ และเลือดที่บริจาคก็ได้รับการตรวจ HIV และเชื้ออื่นๆ ก่อนนำไปใช้กับผู้ป่วยแล้ว

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

สงสัยคะทำไมคนไข้ส่วนใหญ่จะติดเชื้อในกระแสเลือดคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
ปัญหาสิวในวัย30+
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การใส่เหล้ก จำเป้นไหมไม่ที่ไม่ผ่าออก
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่