เซ็กส์อย่างถูกวิธี

โรคเอดส์ ประวัติ ความเป็นมาของโรค HIV

เผยแพร่ครั้งแรก 28 มี.ค. 2017 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
โรคเอดส์ ประวัติ ความเป็นมาของโรค HIV

a8.gif เอดส์มาจากคำว่า AIDS ซึ่งเป็นคำย่อของคำว่า Acquired Immune Deficiency Syndrome โรคเอดส์ จึงหมายถึง โรคที่เกิดจากภาวะภูมิคุ้มกันในร่างกายเสื่อมลงหรือบกพร่อง เพราะถูกทำลายโดยเชื้อไวรัส HIV หรือ Human Immonodeficiency Virus ซึ่งเป็นสาเหตุให้ร่างกายติดเชื้อโรคต่าง ๆ แทรกซ้อนได้ง่ายกว่าคนปกติ อันเป็นต้นเหตุให้คนที่เป็นโรคเอดส์เสียชีวิตในที่สุด

a8.gif โรคเอดส์เป็นโรคที่เพิ่งพบใหม่ มีรายงานครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกาในราวเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2524 โดยศูนย์ควบคุมโรคติดต่อแห่งสหรัฐอเมริกา (Centers for Disease Control) พบว่ามีกลุ่มชายรักชายร่วมเพศ จำนวน 5 คนป่วยเป็นปอดบวมจากเชื้อนิวโมซิสติสคารินิโอ (Pneumocystis Carinii) ภายในอีก 1 เดือนต่อมามีรายงานว่าหนุ่มรักร่วมเพศอีก 26 รายป่วยเป็นมะเร็งของหลอดเลือด (Kaposi’s sarcoma) ซึ่งตามปกติโรคนี้มักเป็นกับคนสูงอายุ นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยอีกหลายรายเป็นโรคปอดบวมและติดเชื้อประเภทฉวยโอกาส (Opportunistic infection) ชายหนุ่มที่ป่วยทุกรายไม่เคยมีโรคประจำตัวที่ร้ายแรงมาก่อนและไม่เคยได้รับยาประเภทกดระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมาก่อน และเมื่อได้รับการตรวจชันสูตรทางห้องปฏิบัติการพบว่าการทำงานของเซลล์ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับภูมิต้านทานโลกไม่ได้ทำหน้าที่ตามปกติ และแม้ว่าจะได้รับการรักษาอย่างดีที่สุด แต่ผู้ป่วยเหล่านี้ก็ไม่มีใครรอดชิตแม้แต่รายเดียว ทั้งนี้เป็นเพราะระบบภูมิคุ้มกันโรคเสื่อม หรือบกพร่อง จึงมีผู้เสนอให้เรียกโรคนี้ว่า Acquired Immune Deficiency Syndrome หรือ AIDS

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195


 

a8.gif​ จากการศึกษาย้อนหลังพบว่า โรคนี้เกิดในประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521 แต่เพิ่งจะมาตื่นตัวกันในปี พ.ศ. 2524 ต่อเมื่อมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และตั้งแต่ปี 2525 เป็นต้นมาก็มีความเชื่อกันว่า โรคนี้จะต้องมีความเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศที่ผิดปกติจำพวกรักร่วมเพศ และพฤติกรรมเกี่ยวกับการเสพยาเสพติดอย่างแน่นอน ต่อมามีการพบอีกว่าผู้ป่วยที่ได้รับการถ่ายเลือดก็เป็นโรคเอดส์ จึงทำให้เห็นแนวทางที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในการที่จะศึกษาและเผยแพร่ถึงวิธีการป้องกันการแพร่เชื้อและการติดต่อโรคได้อย่างละเอียด


23 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Origins of HIV and the AIDS Pandemic. National Center for Biotechnology Information. (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3234451/)
The History of AIDS and HIV. Medical News Today. (https://www.medicalnewstoday.com/articles/323877)
The History of HIV: 1981-1990s, Cultural Response & More. Healthline. (https://www.healthline.com/health/hiv-aids/history)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม