ความรู้สุขภาพ

ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycaemia)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 7, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
Istock 164651397

ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง เป็น อาการที่พบได้บ่อยของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ภาวะนี้อาจไม่มีก่อให้เกิดอาการใด หรืออาจรุนแรงจนนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่คุกคามต่อชีวิตได้ด้วยเช่นกัน

บทนำ

ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycaemia) เป็นศัพท์ทางการแพทย์สำหรับสภาวะที่ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดเพิ่มสูงขึ้นกว่าระดับปกติ ซึ่งเป็นปัญหาทั่วไปที่พบได้บ่อยสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

ภาวะนี้สามารถส่งผลกระทบได้ทั้งในคนที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 คนที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 รวมถึงผู้หญิงที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์

บางครั้ง ภาวะนี้อาจส่งผลต่อผู้ที่ไม่เป็นโรคเบาหวานได้เช่นกัน แต่โดยปกติ คนเหล่านั้นก็มักเป็นคนที่ป่วยอาการหนัก เช่น ผู้ที่เพิ่งเป็นโรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หรือมีการติดเชื้อรุนแรง

ไม่ควรสับสนภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (hyperglycaemia) กับภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (hypoglycaemia)   ซึ่งแปลตามตัวเลยว่าเกิดเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดนั้นลดลงต่ำเกินไป

รายละเอียดต่อไปนี้จะเน้นไปที่ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงในผู้ป่วยโรคเบาหวานเป็นหลัก

ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงร้ายแรงหรือไม่

จุดมุ่งหมายของการรักษาโรคเบาหวาน คือ การรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้ใกล้เคียงกับค่าปกติมากที่สุด แต่ถ้าคุณมีโรคเบาหวานไม่ว่าคุณจะระมัดระวังแค่ไหนคุณก็อาจมีอาการของภาวะน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นมาได้ในบางช่วง

สิ่งสำคัญ คือ คุณต้องสามารถบ่งบอกอาการของตนเอง และรักษาภาวะน้ำตาลในเลือดสูงในเบื้องต้นได้ เนื่องจากภาวะเริ่มต้นนี้อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง

ช่วงอาการที่ไม่รุนแรงซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวมักไม่ทำให้เกิดความวิตกกังวล และสามารถรักษาได้ง่าย หรืออาจกลับสู่ภาวะปกติได้ด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงอาจเป็นอันตรายได้ หากระดับน้ำตาลในเลือดนั้นมีค่าสูงมาก หรือสูงอยู่เป็นระยะเวลานาน

ระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่คุกคามชีวิตได้เช่น:

  • ภาวะเลือดเป็นกรดด้วยคีโตนจากเบาหวาน (Diabetic ketoacidosis:DKA) - สภาวะที่เกิดขึ้นกับร่างกายเมื่อต้องการจะย่อยสลายไขมันเพื่อนำมาเป็นแหล่งพลังงาน แต่ได้สารคีโตนซึ่งเป็นกรดออกมาร่วมด้วย สภาวะนี้สามารถนำไปสู่อาการโคม่าจากโรคเบาหวาน  ภาวะนี้มีแนวโน้มที่จะมีผลต่อคนที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 มากกว่า
  • ภาวะ Hyperglycaemic hyperosmolar (HHS) - การขาดน้ำอย่างรุนแรงที่เกิดจากร่างกายพยายามขจัดน้ำตาลส่วนเกินออกไป ภาวะนี้มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อคนที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 มากกว่า

การมีระดับน้ำตาลในเลือดเป็นระยะเวลานาน (เป็นเวลาหลายเดือน หรือหลายปี) อาจส่งผลต่อความเสียหายถาวรของร่างกาย เช่น ดวงตา เส้นประสาท หน่วยไต และหลอดเลือด

หากคุณเคยมีอาการของภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเป็นประจำควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวหรือทีมผู้ดูแลโรคเบาหวานของคุณ คุณอาจจำเป็นต้องปรับการรักษาหรือเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคุณเพื่อให้ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณอยู่ในช่วงที่ดีต่อสุขภาพ

อาการของภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

อาการของภาวะน้ำตาลในเลือดสูงในคนที่เป็นเบาหวานมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ อาจจะเกิดขึ้นในไม่กี่วันหรือเป็นสัปดาห์ ในบางกรณี อาจไม่มีอาการใด ๆ เลยจนกว่าระดับน้ำตาลในเลือดจะสูงมาก

อาการของภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ได้แก่:

  • กระหายน้ำมาก และปากแห้ง
  • ต้องปัสสาวะบ่อย
  • เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า
  • มองเห็นภาพซ้อน
  • การสูญเสียน้ำหนักโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • การติดเชื้อซ้ำซ้อน เช่น ฝ้าขาวบนลิ้น การติดเชื้อของกระเพาะปัสสาวะ (cystitis) และการติดเชื้อที่ผิวหนัง

อาการของภาวะน้ำตาลในเลือดสูงอาจเกิดจากโรคเบาหวานที่ไม่ได้รับการวินิจฉัย ดังนั้น คุณควรเข้าปรึกษาแพทย์ถ้าอาการดังกล่าวเกิดขึ้นกับคุณ คุณสามารถเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุของภาวะต่าง ๆ ได้แล้วจึงจัดการอย่างเหมาะสม

ระดับน้ำตาลในเลือดควรมีค่าเท่าใด?

เมื่อคุณได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวานครั้งแรก แพทย์ประจำตัวคุณมักจะบอกคุณถึงระดับน้ำตาลในเลือดปัจจุบันของคุณและค่าน้ำตาลเป้าหมายที่ควรลดไปให้ได้ถึง

คุณอาจได้รับคำแนะนำให้ใช้อุปกรณ์เล็ก ๆ เพื่อตรวจสอบระดับน้ำตาลในเลือดของคุณอย่างสม่ำเสมอที่บ้าน หรือคุณอาจได้รับนัดกับพยาบาลหรือแพทย์ทุกสองหรือสามเดือนเพื่อดูระดับน้ำตาลของคุณอย่างต่อเนื่อง

การกำหนดเป้าหมายระดับน้ำตาลในเลือดแตกต่างกันในแต่ละคน แต่โดยทั่วไปอาจกล่าวได้ว่า:

  • ถ้าคุณตรวจสอบตัวเองที่บ้าน - เป้าหมายปกติคือ 72-126 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรก่อนรับประทานอาหาร และต่ำกว่า 153-162 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรหลังรับประทานอาหารสองชั่วโมง
  • ถ้าคุณได้รับการตรวจทุกสองสามเดือน - เป้าหมายปกติจะอยู่ต่ำกว่า 72-144 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (หรือ 6.5% ของการวัดอีกวิธีหนึ่ง)

สาเหตุของน้ำตาลในเลือดสูง

หลายสิ่งหลายอย่างสามารถทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ได้แก่ :

  • ความเครียด
  • ความเจ็บป่วย เช่น ไข้หวัด
  • การทานมากเกินไป เช่น การทานอาหารว่างระหว่างมื้ออาหารบ่อยเกินไป
  • ขาดการออกกำลังกาย
  • ภาวะขาดน้ำ
  • ลืมทานยารักษาโรคเบาหวาน หรือการทานยาในปริมาณไม่ถูกต้อง
  • การรักษาภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำที่รุนแรงเกินไป
  • การได้รับยาบางอย่าง เช่น ยาสเตียรอยด์

ช่วงเวลาการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเป็นครั้งคราวนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในเด็กและช่วงผู้ใหญ่ตอนต้น รวมถึงช่วงที่มีการเจริญเติบโต

การรักษาภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

หากคุณได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวานและคุณมีอาการของภาวะน้ำตาลในเลือดสูงร่วมด้วย ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์ของคุณในการลดระดับน้ำตาลในเลือด

หากคุณไม่แน่ใจว่าจะต้องทำตัวอย่างไรบ้าง ให้ติดต่อทีมแพทย์หรือพยาบาลของคุณ

คุณอาจได้รับคำแนะนำ ดังนี้:

  • เปลี่ยนแปลงอาหารของคุณ ตัวอย่างเช่น คุณควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น เช่น เค้ก หรือเครื่องดื่มที่มีรสหวาน
  • ดื่มน้ำเปล่าปริมาณมาก ๆ หรือดื่มของเหลวปราศจากน้ำตาล - สามารถช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำได้
  • การออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ - การออกกำลังกายที่ไม่หนักเกินไปอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ เช่น การเดินไว มักจะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดของคุณได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากน้ำหนักตัวของคุณลดลงไปด้วย
  • ถ้าคุณใช้อินซูลินอยู่ ให้แจ้งแพทย์ของคุณเพื่อปรับขนาดยาที่ได้รับ - แพทย์ประจำตัวของคุณสามารถให้คำแนะนำเฉพาะเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ คุณควรทำการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดของคุณให้บ่อยมากขึ้น หรือตรวจเลือดหรือปัสสาวะของคุณเพื่อหาสารที่เรียกว่า คีโตน ซึ่งเกี่ยวข้องกับภาวะแทรกซ้อน คือ ภาวะเลือดเป็นกรดด้วยคีโตนจากเบาหวาน

จนกว่าระดับน้ำตาลในเลือดของคุณจะกลับมาอยู่ภายใต้ระดับที่เหมาะสม ให้เฝ้าระวังอาการต่าง ๆ ที่อาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงมากยิ่งขึ้น

ควรเข้าพบแพทย์ฉุกเฉินเมื่อใด

ติดต่อแพทย์ประจำตัวของคุณ หรือเข้าโรงพยาบาลทันที หากคุณมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงและพบอาการดังต่อไปนี้:

  • รู้สึกว่ากำลังจะป่วย หรือป่วยอยู่
  • ปวดท้อง
  • หายใจหอบ เร็ว
  • อาการซึ่งสัญญาณของการขาดน้ำ เช่น ปวดศีรษะ ผิวแห้ง หัวใจถี่และเบาลง
  • นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย

อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะเลือดเป็นกรดจากดีโตนในผู้ป่วยเบาหวาน หรือภาวะ hyperglycaemic hyperosmolar และคุณอาจจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วนในโรงพยาบาล

วิธีป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

มีวิธีง่าย ๆ ในการลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงรุนแรง หรือเป็นเวลานาน:

  • ระวังในสิ่งที่คุณทานเข้าไป - โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ควรทราบและตระหนักเสมอว่าการอาหารว่างระหว่างมื้อ และการทานอาหารหวาน หรือมีคาร์โบไฮเดรตสูง จะมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดของคุณ
  • มุ่งมั่นในแผนการรักษาของคุณ - อย่าลืมนำอินซูลินหรือยาโรคเบาหวานอื่น ๆ ติดตัวเสมอตามคำสั่งแพทย์
  • ออกกำลังกายให้เป็นประจำมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ อย่างไรก็ตาม คุณควรปรึกษากับแพทย์ก่อนหากคุณกำลังใช้ยาเบาหวาน เนื่องจากยาบางชนิดสามารถนำไปสู่ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้หากคุณออกแรงมากเกินไป
  • ระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อคุณป่วยทีม - แพทย์และพยาบาลของคุณจะอธิบายถึงกฏที่ต้องทำเวลาคุณป่วยบางข้อเพื่อให้คุณทราบว่าต้องทำอย่างไรเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมระหว่างป่วย
  • ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดของคุณสม่ำเสมอ - แพทย์ประจำตัวคุณอาจแนะนำให้ใช้อุปกรณ์เพื่อตรวจสอบระดับน้ำตาลเองที่บ้าน เพื่อให้คุณสามารถตรวจเจอการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำตาลด้วยตนเองแต่เนิ่น ๆ และปรับวิถีชีวิต หรือทำตามขั้นตอนต่าง ๆ ไม่ให้น้ำตาลเพิ่มขึ้นสูงไปกว่านั้น

https://www.nhsinform.scot/illnesses-and-conditions/blood-and-lymph/hyperglycaemia-high-blood-sugar

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่