การรักษาโรคไส้เลื่อนกระบังลม

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.พ. 2, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที

ทางเลือกสำหรับการรักษาโรคไส้เลื่อนกระบังลมขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของโรค

ถ้าคุณเป็นโรคไส้เลื่อนกระบังลมแต่ไม่สังเกตเห็นอาการใดๆ เช่น อาการแสบร้อนกลางอก คุณอาจไม่จำเป็นต้องพึ่งการรักษาใดๆ เลย อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณมีอาการที่รบกวนกับชีวิตประจำวันของคุณ แพทย์ของคุณอาจทำการตรวจให้มากเพื่อเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงในการที่คุณเป็นโรคไส้เลื่อนกระบังลม อาการของโรคไส้เลื่อนกระบังลมที่พบได้ทั่วไปและบ่อยที่สุด คือ

  • อาการแสบร้อนกลางอก
  • กรดไหลย้อนในกระเพาะอาหาร
  • เรอ
  • แน่นหน้าอก
  • อ่อนเพลีย
  • ภาวะหายใจตื้น

ปรับรูปแบบการดำเนินชีวิต

การที่คุณเป็นโรคไส้เลื่อนกระบังลมมีความเป็นไปได้สูงที่คุณจะเป็นโรคกรดไหลย้อน หรือ GERD เช่นกัน โรคนี้จะเกิดขึ้นเมื่อคุณมีอาการแสบร้อนกลางอกที่เกิดจากกรดและอาหารในกระเพาะไหลย้อนขึ้นมาบ่อย และอาการทำให้เกิดความรำคาญมากขึ้น ถ้าคุณเป็นโรคกรดไหลย้อน แพทย์ประจำตัวของคุณอาจแนะนำให้คุณใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายเพื่อควบคุมอาการของโรค เช่น

  • ลดน้ำหนักหากคุณมีน้ำหนักตัวเกิน หรือรักษาน้ำหนักตัวให้มีสุขภาพดี
  • รับประทานอาหารมื้อเล็กแทนที่จะรับประทานอาหารมื้อใหญ่
  • จำกัดการรับประทานอาหารที่มีกรดสูง เช่น ผลไม้ที่มีกรดและอาการที่ผสมคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์
  • หลีกเลี่ยงการเอนกายทันทีหลังจากรับประทานอาหาร
  • หยุดสูบบุหรี่
  • นอนหมอนสูงขึ้นประมาณ 6 นิ้ว (เพื่อลดอาการการไหลย้อนกลับของอาหารที่อยู่ในกระเพาะ)

และถ้าการเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิตและใช้ยารักษาโรคควบคู่ไปด้วยไม่ได้ช่วยให้อาการทุเลาลง แพทย์ประจำตัวของคุณอาจแนะนำให้ทำการผ่าตัดไส้เลื่อน แต่ถึงกระนั้น ผู้คนส่วนใหญ่ที่เป็นโรคไส้เลื่อนกระบังลมมักไม่จำเป็นต้องผ่าตัด

ยารักษาโรคไส้เลื่อนกระบังลม

ถ้าคุรมีอาการแสบร้อนกลางอกและอาการอื่นๆ ของโรคไส้เลื่อนกระบังลมที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน แพทย์ประจำตัวของคุณอาจแนะนำให้คุณรับประทานยาเพื่อรักษาอาการต่างๆ ทางเลือกของยารักษา มีดังนี้

  • ยาที่จ่าตามใบสั่งแพทย์ (OTC) หรือยาลดกรดที่จ่ายตามใบสั่งแพทย์
  • ยากลุ่ม H-2 blockers ที่ลดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารและช่วยเรื่องอาหารไม่ย่อย
  • ยายับยั้งการหลั่งกรดกลุ่ม Proton pump inhibitors (PPIs)

ยาลดกรดออกฤทธิ์ด้วยการลดกรดในกระเพาะอาหารและบรรเทาอาการแสบร้อนกลางอก ตัวอย่างของยา มีดังนี้

  • Gelusil (ยา Mylanta)
  • Maalox
  • แคลเซียมคาร์บอเนต (ยา Tums)
  • Calcium carbonate magnesium hydroxide (ยา Rolaids)

ยากลุ่ม H2 blockers เป็นยาช่วยลดการหลั่งกรดที่ออกฤทธิ์ด้วยการลดกรดที่กระเพาะของคุณผลิตออกมา ตัวอย่างของยา มีดังนี้

  • Cimetidine (ยา Tagamet HB)
  • Famotidine (ยา Pepcid AC)
  • Nizatidine (ยา Axid AR)
  • Ranitidine (ยา Zantac)

ยากลุ่มPPIs ยับยั้งการสร้างกรดเพื่อให้เนื้อเยื่อที่เสียหายในหลอดอาหารได้มีเวลาสมานแผล ตัวอย่างของยา มีดังนี้

  • Lansoprazole (ยา Prevacid)
  • Omeprazole (ยา Prilosec)
  • Esomeprazole (ยา Nexium)

ถ้าคุณต้องการยาเพื่อบรรเทาอาการที่แรงกว่านี้ แพทย์ประจำตัวของคุณสามารถจ่ายยาลดกรดหรือยับยั้งการหลั่งกรดที่แรงขึ้นให้ได้

อาหารสำหรับคนเป็นโรคไส้เลื่อนกระบังลม

อาหารที่คุณรับประทานสามารถช่วยคุณควบคุมอาการหลักๆ ของโรคไส้เลื่อนกระบังลม เช่น อาการแสบร้อนกลางอกและกรดไหลย้อนหรืออาหารไม่ย่อย อาหารบางประเภทนั้นมีกรดสูงหรือวัตถุดิบบางชนิดอาจออกฤทธิ์เพื่อทำให้กล้ามเนื้อหูรูดที่อยู่ตรงส่วนล่างของหลอดอาหารหย่อนยานลงและง่ายสำหรับกรดในกระเพาะจะไหลย้อนกลับไปที่หลอดอาหารของคุณ ตัวอย่างของอาหารที่สามารถทำให้การสร้างกรดลดน้อยลง มีดังนี้

  • ผลไม้ที่มีกรด (ส้ม เกรปฟรุต เลมอน)
  • น้ำผลไม้ที่มีกรด (น้ำส้ม น้ำเกรปฟรุต น้ำแครนเบอร์รี่ น้ำมะนาว)
  • ช็อคโกแลต
  • อาหารที่มีมัน และอาหารทอด (ไก่ทอดและเสต็กที่มีมัน)
  • กระเทียม
  • หัวหอม
  • อาหารรสจัด
  • สะระแหน่และสเปียร์มิ้นท์
  • อาหารที่มีส่วนผสมหลักของมะเขือเทศ (ซอสสปาเกตตี้พิซซ่า พริก)
  • ชาและกาแฟ
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • เครื่องดื่มที่อัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (โซดา)
  • ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม (นม ไอศกรีม เนยแข็ง)
  • น้ำมันและเนย

อาหารที่มีกรดน้อยและมีความเป็นได้ต่ำที่จะทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางอกและอาหารไม่ย่อย มีดังนี้

  • กล้วย
  • แอปเปิ้ล
  • ถั่วเขียว
  • ถั่วลันเตา
  • แครอท
  • บร็อคโคลี
  • ซีเรียล (รำข้าว ข้าวโอ๊ตบดหยาบ)
  • ขนมปัง
  • ข้าว
  • พาสต้า
  • นมไขมันต่ำ หรือนมขาดมันเนย
  • โยเกิร์ตไขมันต่ำ
  • เนยแข็งที่ไม่มีไขมัน
  • เนื้อแดง (ของวัว ไก่ ปลา)
  • น้ำเปล่า
  • ลูกอมทีมีไขมันต่ำ

การผ่าตัดไส้เลื่อนกระบังลม

ถ้าการใช้ยารักษาและการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตไม่ได้ทำให้อาการนั้นบรรเทาลง คุณอาจจะต้องทำการผ่าตัด การผ่าตัดไส้เลื่อนกระบังลมมีเป้าหมายที่จะรักษาไส้เลื่อนกระบังลมโดยการที่นำเอาเนื้อส่วนกระบังลมกลับไปตรงจุดที่มันควรจะอยู่ ถ้าคุณเป็นโรคกรดไหลย้อนด้วยเช่นกัน ศัลยแพทย์ของคุณอาจทำการผ่าตัดสำหรับโรคกรดไหลย้อนด้วยการใช้หลายๆ เทคนิคเพื่อที่จะทำให้กล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารแข็งแรงขึ้น (กล้ามเนื้อที่ช่วยป้องกันกรดในกระเพาะและอาการอื่นๆ ไม่ให้ไหลย้อนกลับ) ถ้าแพทย์ประจำตัวของคุณสงสัยว่าคุณมีภาวะแทรกซ้อนของการเป็นไส้เลื่อนที่ถูกบีบรัดจนขาดเลือดมาเลี้ยงช่องท้องของคุณและการผ่าตัดเป็นเรื่องฉุกเฉินที่ต้องทำ จากทุกทางเลือกของการผ่าตัดที่คุณอาจเคยได้ยินแพทย์ประจำตัวของคุณกล่าวมาเพื่อรักษาอาการของโรคไส้เลื่อนกระบังลมและโรคกรดไหลย้อน มีดังนี้

  • Fundoplication คือ การผ่าตัดเอาส่วนต้นของกระเพาะอาหารหุ้มหูรูดหลอดอาหารส่วนปลายไว้เพื่อเป็นการรัดบริเวณหูรูดป้องกันน้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลย้อน
  • การผ่าตัดประเภท Nissen fundoplication
  • การผ่าตัดประเภท Belsey (Mark IV) fundoplication
  • การผ่าตัดประเภท Toupet fundoplication
  • การผ่าตัดประเภท Thai fundoplication
  • การผ่าตัดประเภท Endoluminal fundoplication (ELF)
  • การผ่าตัดประเภทซ่อมแซมไส้เลื่อนกระบังลม (การเปิดและการส่องกล้อง)

การให้ยาระงับความรู้สึกทั่วไปหรือดมยาสลบนั้นใช้เพื่อไม่ให้คุณรู้สึกถึงอาการปวดระหว่างการผ่าตัด การผ่าตัดสามารถใช้เวลาถึง 2-3 ชั่วโมงแต่นวัตกรรมใหม่ๆ อาจใช้เวลาเพียงชั่วโมงเดียว คุณต้องพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ซึ่งระยะเวลานั้นขึ้นอยู่กับประเภทของการผ่าตัดและสุขภาพโดยรวมของคุณ ไม่ว่าคุณจะได้รับการผ่าตัดในรูปแบบใด ยังไม่มีการการันตีว่าโรคไส้เลื่อนกระบังลมจะไม่กลับมาเป็นซ้ำ ในการลดโอกาสที่โรคไส้เลื่อนกระบังลมจะกลับมาซ้ำ คุณสามารถทำตามวิธีเหล่านี้

  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่มีแรงดันในช่องท้อง เช่น การยกของหนัก
  • ลดน้ำหนักหากจำเป็น
  • รักษาน้ำหนัก

การผ่าตัดไส้เลื่อนด้วยระบบ LINX

หนึ่งในการผ่าตัดไส้เลื่อนที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ในปี ค.ศ. 2012 คือ ระบบ LINX ลูกปัดไทเทเนียมหลายๆ อันที่มีแกนกลางเป็นแม่เหล็กถูกเชื่อมต่อด้วยลวดไทเทเนียมเพื่อสร้างเป็นรูปวงแหวน อุปกรณ์นี้ถูกปลูกถ่ายรอบๆ หลอดอาหารส่วนล่าง

การรักษาโรคไส้เลื่อนกระบังลมโดยไม่ผ่าตัด

มีแพทย์หรือการแพทย์แบบทางเลือกที่ไม่ใช่การผ่าตัดบางรายโต้เถียงว่าของพวกเขาสามารถรักษาโรคไส้เลื่อนกระบังลมได้  หนึ่งในขั้นตอน คือ การใช้มือกดลงในช่องท้องเพื่อทำให้กระเพาะอาหารกลับเข้าไปอยู่ตามปกติเช่นเดิม อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ไม่มีหลักฐานจากการทดสอบทางคลินิกว่าวิธีการรักษาโรคไส้เลื่อนกระบังลมนี้มีประสิทธิภาพ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ปวดท้องบ่อยๆค่ะ บางทีก็เจ็บบริเวณขาหนีบค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่