คู่มือการรักษาโรคเริม (Herpes)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,147,524 คน

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 27/05/2562

โรคเริม เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ที่สามารถส่งต่อให้กับคนอื่นได้ ซึ่งโดยปกติแล้ว อาการจะไม่รุนแรงมาก สามารถหายได้เอง แต่ถ้ามีอาการรุนแรง หรือกลับมาเป็นซ้ำบ่อย มากกว่า 6 ครั้งต่อปี หรือการกลับมาเป็นซ้ำของเริมทำให้คุณภาพชีวิตของคุณลดลง ก็ควรพบแพทย์เพื่อรับยาต้านไวรัสมารับประทานร่วมกับการดูแลตนเอง

โฆษณาจาก HonestDocs
ทำรีเทนเนอร์วันนี้ ลดสูงสุด 50% ถึงวันที่ 17 ก.ย. นี้เท่านั้น

จองคิววันนี้ได้เลย คลีนิกดีมีคุณภาพ ไม่ต้องรอหมอนาน เริ่มต้นเพียง 600 บาท เท่านั้น

Internal ad retainer

กลุ่มตุ่มน้ำบนริมฝีปาก เกิดจากการติดเชื้อไวรัส herpes simplex virus สายพันธุ์ 1 (HSV-1) ซึ่งเป็นสายพันธุ์หนึ่งของเชื้อไวรัส herpes หรือที่อวัยวะเพศเกิดจากการติดเชื้อไวรัส herpes simplex virus สายพันธุ์ 2 (HSV-2) เป็นส่วนใหญ่ 

โรคนี้ไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาด เมื่อเริ่มมีการติดเชื้อแล้วเชื้อนี้ก็จะอยู่ในร่างกายตลอดชีวิต โดยเชื้อไวรัสไปสะสมอยู่ที่ปมประสาท และเมื่อถูกกระตุ้นจากปัจจัยกระตุ้นต่างๆ ก็จะออกมาแสดงอาการที่ผิวหนัง แต่อาการเริมส่วนใหญ่สามารถหายได้เองภายใน 2 สัปดาห์ 

การเป็นเริมครั้งแรกมักเป็นครั้งที่เจ็บที่สุดและเป็นอยู่นานที่สุด การติดเชื้อครั้งต่อไปจะมีความรุนแรงลดลง ระยะเวลาและจำนวนตุ่มน้ำก็ลดลงด้วย แต่เริมสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ ซึ่งก็มีการรักษาที่ช่วยให้ไม่เกิดการเป็นซ้ำบ่อยเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ หรือช่วยลดความรุนแรงหากเป็นเริมครั้งแรกแล้วมีอาการเจ็บมาก

ยาที่ใช้ในการรักษาโรคเริม

เมื่อเป็นโรคเริมครั้งแรก บางคนอาจต้องใช้ยาเพื่อช่วยในการรักษา มียา 2 กลุ่มที่สามารถใช้รักษาโรคเริมได้ ประกอบด้วย

ยาต้านไวรัส : ยาชนิดนี้จะช่วยในการต่อสู้กับเชื้อไวรัส herpes และจะช่วยลดอาการของโรคทำให้หายได้เร็วขึ้น ควรเริ่มยาภายใน 5 วันแรกหลังมีอาการ ยากลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นยาที่แพทย์ต้องเป็นผู้สั่งจ่ายยา ยานี้มีทั้งยาในรูปแบบรับประทานและครีมทาที่ผิวหนัง ซึ่งยาต้านไวรัสที่มักใช้รักษาโรคเริม ได้แก่

  • Zovirax (acyclovir)
  • Famvir (famciclovir)
  • Valtrex (valacyclovir)
  • Abreva (docosanol)

ยาต้านไวรัสสามารถซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป ยากลุ่มนี้จะทำงานได้ประสิทธิภาพดีเมื่อคุณเริ่มรับประทานตั้งแต่ระยะแรกที่เป็นหรือก่อนที่จะเริ่มเกิดตุ่มน้ำ บางคนอาจต้องใช้ยาต้านไวรัสต่อเนื่องระยะยาวหากเป็นโรคเริมบ่อยๆ 

โฆษณาจาก HonestDocs
ทำรีเทนเนอร์วันนี้ ลดสูงสุด 50% ถึงวันที่ 17 ก.ย. นี้เท่านั้น

จองคิววันนี้ได้เลย คลีนิกดีมีคุณภาพ ไม่ต้องรอหมอนาน เริ่มต้นเพียง 600 บาท เท่านั้น

Internal ad retainer

ยาแก้ปวด : ยากลุ่มนี้ช่วยบรรเทาอาการปวดที่เกิดจากเริม แต่ไม่ได้รักษาที่การติดเชื้อไวรัส ยาแก้ปวดส่วนมากสามารถซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไปโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยา 

ยาแก้ปวดในรูปแบบรับประทาน ได้แก่

นอกจากนั้นยังมียาแก้ปวดในรูปแบบเจลหรือขี้ผึ้งที่สามารถใช้ทาลงบนเริมเพื่อลดอาการปวดได้ ซึ่งยาในรูปแบบเจลหรือขี้ผึ้งจะมีส่วนประกอบดังต่อไปนี้ที่ทำให้ช่วยลดอาการปวดจากเริม 

  • Benzocaine
  • Lidocaine
  • Dibucaine
  • Benzoyl alcohol

การรักษาโรคเริมโดยทั่วไปที่บ้าน

คุณสามารถทดลองใช้วิธีการต่อไปนี้เพื่อช่วยลดอาการเจ็บจากเริมได้โดยไม่ต้องใช้ยา

  • รับประทานอะไรก็ได้ที่เย็น เช่น ไอศกรีมแท่ง
  • ประคบเย็นหรือร้อนด้วยผ้าสะอาดลงบนบริเวณที่ปวด
  • ทำความสะอาดตุ่มน้ำเบาๆ ด้วยสบู่ฆ่าเชื้อและน้ำเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสไปสู่ส่วนอื่นๆ ของร่างกาย
  • หลีกเลี่ยงอาหารร้อน ผลไม้รสเปรี้ยว อาหารรสเผ็ดหรือเค็ม (อาหารเหล่านี้สามารถทำให้รู้สึกแสบร้อนได้หากโดนที่ตุ่มน้ำ)
  • ทาสารช่วยป้องกันผิวหนังแห้ง เช่น เยลลี่ลงบนตุ่มน้ำและผิวหนังโดยรอบ (จะช่วยให้บริเวณดังกล่าวมีความชุ่มชื้นและการเกิดผิวหนังแตกแห้ง)

การรักษาเริมคืออะไร

แม้ว่าจะไม่มียารักษาเริมให้หายขาดได้ในปัจจุบัน แต่ยังมีวิธีในการจัดการกับอาการที่เกิดขึ้น ยารักษาโรคเริมจะช่วยให้อาการหายได้เร็วขึ้น และ/หรือ ช่วยลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ แพทย์จะเป็นผู้แนะนำยาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ

ในขณะที่กำลังมีอาการแผลตุ่มพอง ตุ่มน้ำ แพทย์จะพิจารณาจ่ายยาให้คุณเพื่อให้แผลหายเร็วขึ้น คุณสามารถบรรเทาอาการปวดได้โดยวิธีดังนี้

โฆษณาจาก HonestDocs
ทำรีเทนเนอร์วันนี้ ลดสูงสุด 50% ถึงวันที่ 17 ก.ย. นี้เท่านั้น

จองคิววันนี้ได้เลย คลีนิกดีมีคุณภาพ ไม่ต้องรอหมอนาน เริ่มต้นเพียง 600 บาท เท่านั้น

Internal ad retainer
  • อาบน้ำอุ่น
  • พยายามดูแลให้บริเวณอวัยวะเพศแห้ง ไม่อับชื้น เพราะความชื้นจะทำให้แผลหายช้า
  • สวมเสื้อผ้านุ่ม และหลวมๆ
  • ประคบเย็นบริเวณแผล (เช่น ใช้ถุงเจลประคบเย็น)
  • รับประทานยาแก้ปวด เช่น แอสไพริน (aspirin), ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) หรือ พาราเซตามอล (paracetamol)

การป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำของโรคเริม

หากคุณมีอาการของโรคเริมซ้ำหลายครั้ง แพทย์อาจพิจารณาสั่งยาให้คุณรับประทานทุกวัน เพื่อกดไว้ไม่ให้มีอาการ ซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดโรคเริมซ้ำในอนาคตได้ และลดโอกาสที่จะแพร่เชื้อเริมไปยังคู่ของคุณด้วย

ไม่ว่าคุณจะรับประทานยารักษาเริมหรือไม่ คุณก็ต้องดูแลร่างกายด้วยการรับประทานอาหารที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ ครบ 5 หมู่ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงจากความเครียด ซึ่งจะช่วยลดการเป็นซ้ำในอนาคตได้

ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าปัจจัยอะไรบ้างที่กระตุ้นให้เป็นโรคเริมซ้ำ ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้ออื่นๆ การผ่าตัด การมีเพศสัมพันธ์ ประจำเดือน การระคายเคืองที่ผิวหนัง ความเครียด หรือแสงแดด สามารถทำให้มีอาการของโรคเริมซ้ำได้ ซึ่งก็ควรสังเกตตัวเองว่ามีอะไรบ้างที่เป็นปัจจัยกระตุ้น แล้วหลีกเลี่ยงสิ่งนั้น

จะเกิดอะไรขึ้นหากไม่ได้รับการรักษาเริม

ข่าวดี คือ โรคเริมเป็นโรคที่ไม่ได้ทำให้เสียชีวิต และไม่ได้มีอันตรายร้ายแรง  เพียงแต่ทำให้รู้สึกรำคาญใจ  ซึ่งเริมไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงเหมือนโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ถ้าคุณไม่ได้รับการรักษาโรคเริม คุณมีโอกาสที่จะเป็นซ้ำได้ แต่จะเป็นบ่อยมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน

คงมีไม่กี่เหตุผลที่คนเราจะไม่รักษาโรคเริม เช่น ไม่ได้เป็นโรคเริมซ้ำบ่อย หรืออาการของโรคเริมไม่ได้รบกวนชีวิตมากจนเกินไป หรืออาจจะไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ หรือไม่ได้รู้สึกกังวลกับโรคเริมที่เป็นอยู่ก็ได้  ไม่ว่าสถานการณ์ของคุณจะเป็นอย่างไร การรักษาโรคเริมคือทางเลือกของคุณ

หากกำลังเป็นโรคเริม จะมีโอกาสติดเชื้อ HIV ได้ง่าย เพราะว่าแผลโรคเริมนั้นเป็นช่องทางที่เชื้อ HIV จะเข้าสู่ร่างกายได้ ดังนั้น การใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์จะช่วยป้องกันได้ทั้งการติดโรคเริมและการติดเชื้อ HIV

ที่มาของข้อมูล

Genital Herpes - CDC Fact Sheet (https://www.cdc.gov/std/herpes/stdfact-herpes.htm)

Genital Herpes (https://www.nhs.uk/conditions/genital-herpes/ )

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความก่อนหน้า
โรคเริม (Herpes)
โรคเริม (Herpes)
บทความต่อไป
เชื้อ HSV-1
เชื้อ HSV-1

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

เป็นไข้หวัดใหญ่ชนิดเดียวกันในช่วงๆเวลาใกล้กันได้หรือไม่คะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
สงสัยคะทำไมคนไข้ส่วนใหญ่จะติดเชื้อในกระแสเลือดคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
เชื้อ HPV เกิดขึ้นได้อย่างไร และสามารถติดต่อกันทางเพศสัมพันธ์ได้หรือไม่ ถ้าได้..สามารถตรวจเช็คได้ทางไหนบ้าง
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
ปัญหาสิวในวัย30+
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
เรื่องความเข้มข้นของเลือดในการบริจาคเลือดค่ะ เคยบริจาคได้ แต่สองสามปีมานี้ ทั้งพักผ่อน อกล ก็ยังไม่สามารถบริจาคเลือดได้ค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
การใส่เหล้ก จำเป้นไหมไม่ที่ไม่ผ่าออก
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

ดูในแอป