โรคเริมป้องกันได้อย่างไร

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 24, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที

เริมที่อวัยวะเพศจะติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อนี้อยู่ โดยจะติดต่อเมื่อมีการสัมผัสกันของผิวหนังทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือทางปากก็ตาม  ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันการติดโรคเริมหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ก็คือไม่สัมผัสกับปากหรืออวัยวะเพศของคนอื่น

แต่ว่าในความเป็นจริงผู้คนจำนวนมากเคยมีเพศสัมพันธ์ในชีวิตนี้ ดังนั้นการเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยจึงเป็นเรื่องสำคัญ การใช้ถุงยางอนามัยและแผ่นยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

เริมสามารถมีชีวิตอยู่ที่บริเวณอื่นๆ ของร่างกายที่ถุงยางอนามัยคลุมไม่ถึงด้วย เช่น ถุงอัณฑะ แก้มก้น ต้นขา และแคมช่องคลอด  ดังนั้นถุงยางอนามัยจะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อเริมได้ 100% เพราะยังมีส่วนอื่นๆที่ถุงยางอนามัยคลุมไปไม่ถึง แต่อย่างไรก็ตามมันก็ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดโรคเริมได้อยู่ดี

งดการมีเพศสัมพันธ์ขณะที่กำลังมีอาการของโรคเริม เพราะว่าจะเกิดการแพร่เชื้อได้ง่ายในช่วงเวลาดังกล่าว  อย่างไรก็ตามโรคเริมสามารถติดต่อได้แม้ว่าจะไม่มีแผลตุ่มน้ำหรืออาการใดๆเลยก็ตาม ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องใช้ถุงยางอนามัยและแผ่นยางอนามัยทุกครั้ง แม้ว่าทุกอย่างจะดูดีและรู้สึกโอเคก็ตาม

จะมั่นใจได้อย่างไรว่าฉันไมได้แพร่เชื้อเริมให้ผู้อื่น

ถ้าคุณได้รับการตรวจแล้วว่าเป็นโรคเริม ไม่ต้องกังวลใจไป มีวิธีหลายวิธีที่จะช่วยป้องกันการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นและแพร่ไปยังบริเวณอื่นๆ ของร่างกาย

  • ใช้ถุงยางอนามัยและแผ่นยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ทางปาก ทวารหนัก และช่องคลอด
  • ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับยารักษาโรคเริมชนิดรับประทานทุกวัน เพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น
  • งดมีเพศสัมพันธ์ระหว่างมีอาการของโรคเริม แม้ว่าจะใช้ถุงยางอนามัยก็ตาม เพราะว่าแผลของโรคเริมอาจอยู่ที่บริเวณที่ถุงยางอนามัยคลอบคลุมไม่ถึง
  • เรียนรู้ว่าวิธีสังเกตของการกลับมาเป็นซ้ำของโรคเริม และหยุดการมีเพศสัมพันธ์ทันทีขณะที่มีอาการของโรคเริมซ้ำ คุณอาจมีอาการแสบร้อน คัน หรือรู้สึกเสียวแปลกๆ ซึ่งเป็นอาการเตือนของการมีแผลตุ่มพอง ตุ่มน้ำใส ของโรคเริม
  • งดการมีเพศสัมพันธ์จนกว่ารอยแผลจะหายเป็นปกติ และหลุดลอกออกไป
  • ไม่สัมผัสกับรอยแผลของโรคเริม เพราะว่าจะทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคเริมไปยังบริเวณอื่นของร่างกาย หรือติดต่อไปยังผู้อื่นได้  ถ้าคุณเผลอเอามือไปสัมผัสกับแผล ให้รีบล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด
  • ไม่ล้างคอนแทคเลนส์ด้วยน้ำลาย เพราะอาจมีการแพร่เชื้อเริมที่ปากไปที่ดวงตาได้
  • หากคุณมีแผลตุ่มพอง ตุ่มน้ำที่ปาก ให้งดการจูบกับผู้อื่น โดยเฉพาะเด็กเล็ก เด็ก หรือหญิงตั้งครรภ์
  • แจ้งให้คู่ของคุณทราบว่าคุณเป็นโรคเริมก่อนการมีเพศสัมพันธ์ เพราะจะช่วยให้คุณทั้งคู่ร่วมกันวางแผนป้องกันการติดเชื้อได้  การจะบอกใครซักคนเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องยาก แต่ว่าโรคเริมเป็นโรคที่พบได้บ่อยมากๆ และไม่ได้ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง ดังนั้นไม่ต้องเขินอาย หรือเป็นกังวลมากจนเกินไป

คนที่เป็นโรคเริมจะมีโอกาสติดเชื้อ HIV มากกว่าคนปกติที่ไม่ได้เป็นโรค 2 เท่า และคนที่เป็นโรคเริมและ HIV ร่วมกันจะมีโอกาสสูงมากที่จะแพร่เชื้อ HIV ไปยังผู้อื่นได้  ดังนั้นสำคัญมากๆ คือต้องใช้ถุงยางอนามัยเพื่อช่วยป้องกันทั้งคุณและคู่ของคุณ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่