เชื้อ HSV-1 คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,854,472 คน

ไวรัสชนิดที่เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดโรคเริมแต่อาจจะไม่ได้ทำให้เกิดอาการเสมอไป

เชื้อ Herpes Simplex Virus สายพันธุ์ที่ 1 (HSV-1) สามารถติดต่อระหว่างคนสู่คนได้อย่างง่ายดายผ่านการสัมผัสผิวหนังหรือน้ำลายของผู้ติดเชื้อโดยตรง ซึ่งเชื้อ HSV-1 สามารถทำให้เกิดตุ่มน้ำรอบปากและริมฝีปากซึ่งเป็นอาการของโรคเริม

โฆษณาจาก HonestDocs
🦷รีเทนเนอร์หาย หรือ จัดฟันใกล้เสร็จ? ก็ทำรีเทนเนอร์ลด 30-50% ได้

ไม่ว่าคุณจะอยากได้ "แบบใส" หรือ "แบบลวด" เราก็มีให้คุณครบจบที่เดียว เริ่มต้นเพียง 1,750 บาท เท่านั้น

%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8cadsinternal ad

นอกจากนั้นเชื้อ HSV-1 ยังทำให้เกิดโรคเริมที่อวัยวะเพศได้อีกด้วย แต่มักพบว่าเกิดจากการติดเชื้อ HSV สายพันธุ์ที่ 2 (HSV-2) ได้บ่อยกว่า เมื่อ ได้รับเชื้อ HSV-1 เชื้อดังกล่าวจะสามารถอยู่ภายในร่างกายได้ตลอดไปตั้งแต่เมื่อมีการติดเชื้อแต่จะไม่แสดงอาการ การได้รับการกระตุ้นบางอย่าง เช่น ความเครียด อาจทำให้เกิดการกระตุ้นเชื้อและทำให้มีอาการและการระบาดกลับเป็นซ้ำได้

ความชุกของการติดเชื้อ HSV-1

การติดเชื้อ HSV-1 พบได้บ่อยมาก โดยองค์การอนามัยโลกมีการประมาณว่ามีประชากร 67% ทั่วโลกที่อายุน้อยกว่า 50 ปีที่ติดเชื้อ HSV-1 ในประเทศสหรัฐอเมริกามีการประมาณตัวเลขอยู่ที่ 54% ของประชากรระหว่างอายุ 14-49 ปีที่มีการติดเชื้อ ผู้ที่ติดเชื้อ HSV-1 ส่วนใหญ่มักได้รับเชื้อตั้งแต่ช่วงวัยเด็กหรือวัยรุ่น ไม่ใช่ทุกคนที่มีการติดเชื้อ HSV-1 แล้วจะมีอาการของโรคเริ่ม ผู้ที่ติดเชื้อหลายคนอาจไม่ทราบว่าตนเองมีการติดเชื้อก็ได้

คุณเป็นโรคเริมได้อย่างไร?

โรคเริมเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่าย โดยเชื้อ HSV-1 สามารถติดต่อได้ผ่านการสัมผัสจากปากสู่ปากจากผู้ที่ติดเชื้อ เชื้อ HSV-1 สามารถติดต่อได้โดยการ...

  • จูบ
  • ใช้แก้วหรืออุปกรณ์การรับประทานอาหารร่วมกัน
  • ใช้ลิปมันหรือลิปสติกร่วมกัน
  • ใช้แปรงสีฟัน มีดโกน ผ้าขนหนูหรือสิ่งของอื่นๆ ที่อาจมีการติดเชื้อไวรัส herpes
  • สัมผัสกับตุ่มแผลของโรคเริม
  • มีเพศสัมพันธ์ทางปาก (อาจเป็นโรคเริมจากการมีเพศสัมพันธ์ทางปากให้ผู้ที่มีการติดเชื้อherpes ที่บริเวณอวัยวะเพศได้)

หากคุณเป็นโรคเริม ควรรักษาความสะอาดของมือตลอดเวลา เนื่องจากโรคเริมสามารถติดต่อไปยังอวัยวะส่วนอื่นของร่างกายได้ ควรล้างมือให้สะอาดก่อนการสัมผัสร่างกายส่วนอื่นๆ หรือบุคคลอื่น และพยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับตุ่มแผล ในผู้ป่วยบางรายอาจมีการแพร่กระจายของการติดเชื้อ HSV-1 สู่...

  • ปลายนิ้ว (โดยเฉพาะในเด็กที่ชอบดูดนิ้ว)
  • ตา
  • ผิวหนังส่วนอื่นๆ (ผู้ที่มีผิวหนังอักเสบจะมีความเสี่ยงในการแพร่เชื้อไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้มากกว่า)

เมื่อคุณเป็นโรคเริม พยายามหลีกเลี่ยงกิจกรรมดังต่อไปนี้เพื่อป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อไปสู่คนอื่น...

  • จูบ
  • แบ่งเครื่องดื่ม อุปกรณ์ทานอาหารหรือสิ่งของที่อาจสัมผัสกับริมฝีปากหรือน้ำลาย
  • มีเพศสัมพันธ์โดยใช้ปาก

เชื้อ HSV-1 จะมีการแพร่กระจายเชื้อได้มากที่สุดเมื่อมีอาการของโรคเริม แต่ก็สามารถแพร่กระจายเชื้อไปยังผู้อื่นได้แม้ว่าจะไม่มีตุ่มน้ำเหล่านี้ก็ตาม

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความก่อนหน้า
คู่มือการรักษาโรคเริม (Herpes)
คู่มือการรักษาโรคเริม (Herpes)
บทความต่อไป
อาการของโรค
อาการของโรค

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

สงสัยคะทำไมคนไข้ส่วนใหญ่จะติดเชื้อในกระแสเลือดคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
ปัญหาสิวในวัย30+
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การใส่เหล้ก จำเป้นไหมไม่ที่ไม่ผ่าออก
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่