การกินเพื่อสุขภาพ

สมุนไพรลดไขมันในเลือด 10 ชนิด

สมุนไพรใกล้ตัว หาได้ไม่อยาก และมากด้วยคุณประโยชน์ แต่ต้องใช้ให้ถูกวิธี
เผยแพร่ครั้งแรก 11 มิ.ย. 2017 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 26 เม.ย. 2019 เวลาอ่านประมาณ 7 นาที
สมุนไพรลดไขมันในเลือด 10 ชนิด

ปัจจุบันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือที่เรียกกันว่า โรคกลุ่ม NCDs ( non-communicable diseases) เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อย เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือภาวะไขมันในเลือดสูง  โดยส่วนใหญ่มักเกิดจาก "พฤติกรรมการใช้ชีวิต" ที่ส่งผลให้เกิดโรค เช่น การรับประทานของมันของทอด การสูบบุหรี่จัด ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จัด ไม่ออกกำลังกาย ความเครียด รวมถึงผู้มีปัญหาเรื่องความอ้วนด้วย

เมื่อได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่า มีภาวะไขมันในเลือดสูง ก็จะได้รับการจ่ายยาลดไขมันมาให้รับประทานและต้องรับประทานอย่างต่อเนื่อวจนกว่าระดับไขมันในเลือดจะอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่นอกจากยดลดไขมันแล้ว หลายๆ คนอาจนึกไม่ถึงว่า มีสมุนไพรใกล้ตัวหลายชนิดที่สามารถช่วยลดไขมันในเลือดได้ บทความนี้จะแนะนำสมุนไพรลดไขมันในเลือด 10 ชนิด ให้รู้จัก

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
เข้าร่วมงานวิจัยทางการแพทย์วันนี้

ค้นหางานวิจัยที่คุณสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อรับการรักษาใหม่ที่อาจทำให้อาการของคุณดีขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการทำดีเพื่อสังคม

E02

อาการและอาการแสดงของภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ

ส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันในเลือดผิดปกติจะไม่มีอาการแสดง แต่บางกรณีโดยเฉพาะในกลุ่มไขมันในเลือดผิดปกติจากพันธุกรรม อาจมีอาการดังนี้

  1. ผนังหลอดเลือดแข็ง ส่งผลให้หัวใจต้องทํางานหนักมากขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดให้เลี้ยงทั่วร่างกายเพียงพอ หากเป็นระยะเวลานานๆ จะทําให้เกิดความดันโลหิตสูง หัวใจขาดเลือด หรือเป็นอัมพาตได้
  2. มีปื้นเหลืองที่ผิวหนัง เช่น หนังตา ข้อศอก หัวเข่า และฝ่ามือ
  3. เอ็นร้อยหวายหนาตัวกว่าปกติ
  4. มีเส้นวงสีขาวเกิดขึ้นระหว่างขอบตาดํากับตาขาว

สำหรับใครที่อยากลดไขมันในร่างกาย ก็ทำได้ไม่ยาก โดยการรับประทานสมุนไพรลดไขมันเหล่านี้เป็นประจำเพราะหากปล่อยให้ไขมันสะสมในเส้นเลือดอยู่ต่อไป เมื่อปริมาณไขมันเพิ่มสูงขึ้น ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเหล่านี้ตามมาได้ ได้แก่

  • โรคเส้นเลือดหัวใจตีบจนทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง
  • โรคเส้นเลือดในสมองตีบจนส่งผลทำให้เกิดอัมพาต
  • โรคเส้นเลือดที่ขาตีบตัน
  • โรคเบาหวาน
  • โรคความดันโลหิตสูง 

รู้จักสมุนไพรลดไขมัน 10 ชนิด

1.กระเจี๊ยบแดง

กระเจี๊ยบแดงจัดว่าเป็นหนึ่งในสมุนไพรลดไขมัน นอกจากจะช่วยลดระดับไขมันเลว(LDL) ได้แล้ว ยังช่วยเพิ่มระดับไขมันดี(HDL)ได้ด้วย ไม่เพียงเท่านั้นกระเจี๊ยบแดงมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงปริมาณใกล้เคียงกับบลูเบอร์รี่ เชอร์รี่ และแครนเบอร์รี่ กระเจี๊ยบแดงจึงเป็นสมุนไพรที่อาจมีสรรพคุณช่วยในการต่อต้านโรคมะเร็ง สามารถช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของวัย และทำให้ไม่แก่เร็วได้อีกด้วย 

ส่วนของกระเจี๊ยบแดงที่ได้รับความนิยมในการนำมาบริโภคคือ ผลและกลีบเลี้ยงนั่นเอง โดยนำมาต้มทำเป็นเครื่องดื่มน้ำกระเจี๊ยบแดง หรือจะนำมาทำเป็นสารสกัดจากกระเจี๊ยบแดงเพื่อบำรุงสุขภาพแทนก็ได้เช่นกัน

จากการศึกษาวิจัยทางคลินิกเรื่องการบริโภคสารสกัดจากดอกกระเจี๊ยบครั้งละ 2 แคปซูลระหว่างมื้ออาหาร วันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่า อาสาสมัคร 50 % จากจำนวน 42 คน มีระดับคอเลสเตอรอลลดลงภายใน 2 สัปดาห์ 

นอกจากนี้กระเจี๊ยบแดงยังสามารถช่วยลดความดันโลหิตในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงได้โดยใช้ผงดอกกระเจี๊ยบแดง 5 - 10 กรัม ชงในน้ำเดือด 250 - 500 มิลลิลิตร นาน 10 - 20 นาที ดื่มวันละ 1 ครั้ง  ข้อควรระวังในการดื่มน้ำกระเจี๊ยบ: อาจทำให้เกิดอาการท้องเสียได้เนื่องจากกระเจี๊ยบมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
เข้าร่วมงานวิจัยทางการแพทย์วันนี้

ค้นหางานวิจัยที่คุณสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อรับการรักษาใหม่ที่อาจทำให้อาการของคุณดีขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการทำดีเพื่อสังคม

E02

2.กระเทียม

กระเทียมจัดว่าเป็นหนึ่งในเป็นสมุนไพรลดไขมัน ด้วยความที่กระเทียมมีกลิ่นฉุน หลายคนจึงไม่ชื่นชอบเท่าไรนัก แต่ด้วยกระเทียมมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เช่น ลดอาการจุกเสียดแน่นท้อง จึงควรพยายามรับประทานกระเทียมบ้าง มีงานวิจัยหลายชิ้นพบว่า สารอัลลิซิน (allicin) และอะโจอีน (ajoene) ที่พบในกระเทียมสดช่วยลดการดูดซึมของคอเลสเตอรอลจากลำไส้เล็กเข้าสู่กระแสเลือด ช่วยต่อต้านการก่อตัวของไขมันอุดตันในหลอดเลือด ช่วยลดระดับไขมันเลวในเลือด ลดระดับไตรกลีเซอไรด์ และเพิ่มระดับของไขมันชนิดดี ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคระบบหลอดเลือดหัวใจได้

นอกจากนี้ยังพบงานวิจัยทางคลีนิกว่า การรับประทานกระเทียมสดประมาณ 4 กรัม (10 - 15 กลีบเล็ก) ต่อวัน จะช่วยลดความดันโลหิตในผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูงได้อีกด้วย นอกจากช่วยเรื่องลดไขมันและความดันโลหิตแล้ว กระเทียมยังมีสรรพคุณช่วยรักษาบาดแผล ไม่ว่าจะเป็นแผลสด หรือแผลเรื้อรัง ช่วยลดการเกิดลิ่มเลือด ป้องกันโรคหัวใจ และยังช่วยยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งได้เป็นอย่างดี

3.ขิง

ขิงจัดว่าเป็นหนึ่งในสมุนไพรลดไขมันที่มีฤทธิ์ร้อน มีสรรพคุณลดไขมันในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดีเช่นกัน เนื่องจากมีผลการศึกษารายงานว่า ขิงมีประโยชน์ต่อผู้ที่มีปัญหาคอเลสเตอรอลสูง เพราะการผสมขิงสดลงในจานอาหารที่เต็มไปด้วยคอเลสเตอรอล เมื่อรับประทานขิงสดจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดและตับลงได้เป็นอย่างดี 

นอกจากนี้ยังพบงานวิจัยในปี 2014 ที่แสดงให้เห็นว่า ขิงสามารถลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ได้ โดยสามารถลดระดับคอเลสเตอรอลชนิด LDL และเพิ่มระดับ HDL ได้ รวมถึงจากรายงานที่ตีพิมพ์โดย The University of Maryland แสดงให้เห็นว่า ขิงสามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลและลดการอุดตันในเส้นเลือดได้จึงช่วยให้หัวใจมีสุขภาพดี 

แนะนำให้รับประทานขิงแบบสดๆ พร้อมมื้ออาหาร หรืออาจจะฝานเหง้าขิงสดมาต้มกับน้ำใช้สำหรับจิบเป็นชาขิงเหมือนเครื่องดื่มชาเพื่อสุขภาพทั่วไปก็ได้

4.ดอกคำฝอย

ดอกคำฝอยจัดว่าเป็นหนึ่งในสมุนไพรลดไขมัน ป้องกันการเกิดไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้ เพราะในดอกคำฝอย มีกรดไลโนเลอิค (Linoleic Acid) อยู่ในปริมาณมาก โดยกรดชนิดนี้จะมีปฏิกิริยากับไขมันในเลือด จากนั้นจะกำจัดไขมันออกจากทางปัสสาวะและอุจจาระ ทำให้ไขมันภายในร่างกายลดน้อยลงไป 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
เข้าร่วมงานวิจัยทางการแพทย์วันนี้

ค้นหางานวิจัยที่คุณสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อรับการรักษาใหม่ที่อาจทำให้อาการของคุณดีขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการทำดีเพื่อสังคม

E02

จากการศึกษาของ Ohio State University โดย Dr. Martha Belury ยังพบว่า การดื่มชาดอกคำฝอยที่มีกรดไลโนเลอิค (Linoleic Acid) อยู่ในปริมาณมาก จะช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดร้าย (LDL) ลง และช่วยเพิ่มไขมันดี (HDL) ให้แก่ร่างกาย  นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยทางคลินิกที่ให้ผู้ป่วยที่มีภาวะหลอดเลือดแข็งจากการสะสมของไขมันรับประทานน้ำมันดอกคำฝอยในขนาด 81 กรัมต่อวัน พบว่า ระดับคอเลสเตอรอลลดลงประมาณ 22 %

5.ไมยราบ

ไมยราบจัดว่าเป็นหนึ่งในสมุนไพรลดไขมันที่หลายคนมักเข้าใจผิดว่า เป็นเพียงวัชพืชที่ไร้คุณค่าเพราะไมยราบมักจะขึ้นอยู่ตามข้างทาง ในป่า หรือริมถนน แต่แท้จริงแล้ว ไมยราบเป็นสมุนไพรที่เปี่ยมไปด้วยสรรพคุณทางยามาก ช่วยแก้อาการไอ ขับเสมหะ ขับปัสสาวะ ลดระดับคอเลสเตอรอล ช่วยรักษาอาการหลอดลม และกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง อีกทั้งยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ วิธีการรับประทานไมยราบ ทำได้โดยการนำต้นไมยราบทั้งต้นมาต้มกับน้ำแล้วนำมาจิบบำรุงร่างกายเหมือนกับเครื่องดื่มชาทั่วไปนั่นเอง

6.มะเขือยาว

มะเขือยาวจัดว่าเป็นหนึ่งในสมุนไพรลดไขมันเพราะมีสรรพคุณช่วยลดไขมันในเส้นเลือดลงได้ ยืนยันจากผลทดลองในห้องแล็บที่เลี้ยงกระต่ายด้วยอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูงแล้วให้กินมะเขือยาว ผลทดลองพบว่า ไม่มีคอเลสเตอรอลเกาะอยู่ในหลอดเลือดของร่างกายหนูทดลองแต่อย่างใด จึงสันนิษฐานว่า มะเขือยาวมีสรรพคุณช่วยยับยั้งการดูดซึมคอเลสเตอรอลผ่านผนังลำไส้ได้  

นอกจากนี้ยังพบฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของมะเขือยาวเพิ่มเติมคือ ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านไวรัส ลดการอักเสบ ขับปัสสาวะ แก้ชัก ลดความดันโลหิตสูง ลดอัตราการเต้นของหัวใจ และรายงานผลการทดลองการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่า การดื่มน้ำมะเขือยาวทุกวันช่วยลดระดับไขมันในเลือด และเสริมสร้างความแข็งแรงของหลอดเลือดได้ 

สำหรับแร่ธาตุต่างๆ ที่พบในมะเขือยาว เช่น ไฟเบอร์ โพแทสเซียม วิตามินซี วิตามินบี 6 และไฟโตนิวเทรียนท์ ช่วยให้สุขภาพของหัวใจดีขึ้น นอกจากนี้วารสารโภชนาการคลินิกของสหรัฐอเมริกาได้ระบุว่า อาหารที่มีสารฟลาโวนอยด์บางชนิดรวมถึงแอนโธไซยานินที่พบในมะเขือยาวยังสามารถลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโรคหัวใจลดลง

มะเขือยาวสามารถนำมาเป็นอาหารประเภทน้ำพริกผักจิ้ม หรือการนำมาอบ ย่าง หรือต้ม ก็ได้ ซึ่งการปรุงมะเขือยาวแบบนี้สามารถช่วยลดไขมันอย่างได้ผลแน่นอน แต่ไม่เหมาะสมกับการนำมาทำเป็นอาหารประเภทผัด หรือทอด เพราะอาจจะทำให้ปริมาณไขมันเพิ่มขึ้นแทนได้

7.ถั่วลันเตา

ถั่วลันเตามีโปรตีนสูงแต่ให้ไขมันต่ำ จัดเป็นอีกหนึ่งสมุนไพรไทยลดไขมันได้ และเนื่องจากถั่วลันเตาเป็นพืชในตระกูลถั่วจึงทำให้เปี่ยมไปด้วยสารอาหารต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย โดยเฉพาะวิตามินบี 2 นอกจากนี้สารไนอะซิน (niacin) ที่พบในถั่วลันเตายังเป็นสารที่ช่วยลดโอกาสในการสร้างไตรกลีเซอไรด์และคอเลสเตอรอลชนิด LDL เพิ่มไขมันดี HDL และช่วยลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดอุดตันที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ 

แร่ธาตุอื่นๆ ที่พบในถั่วลันเตา เช่น แมกนีเซียม โพแทสเซียม ฟลาโวนอล แคโรทีนอยด์ วิตามินซี วิตามินเค และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยให้หลอดเลือดและหัวใจทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

8.เสาวรส

เสาวรส ผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายด้าน แต่หลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับผลไม้ชนิดนี้เท่าไรกันนัก โดยจากการศึกษาพบว่า ในเสาวรสมีวิตามินซีมากกว่าในมะนาวและยังค้นพบด้วยว่า ในเมล็ดของผลเสาวรสจะมีสาร Albumin homologous protein ที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราได้เป็นอย่างดี 

เสาวรสยังอุดมไปด้วยโพแทสเซียม และมีโซเดียมต่ำ ช่วยทำให้ความดันโลหิตเป็นปกติและเมื่อรับประทานพร้อมกับเมล็ดซึ่งมีไฟเบอร์จำนวนมากจะช่วยควบคุมระบบย่อยอาหาร และทำให้ลำไส้มีสุขภาพดี ป้องกันอาการท้องผูก และยังสามารถช่วยกำจัดคอเลสเตอรอลส่วนเกินออกจากภายในหลอดเลือด ลดไขมันในเลือด ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ เสาวรสจึงถูกจัดเป็นหนึ่งในสมุนไพรลดไขมันนั่นเอง 

นอกจากนี้เสาวรสยังมีสรรพคุณช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ และรักษาอาการของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ 

ข้อควรระวังในการรับประทาน: ไม่ควรเคี้ยวจนเมล็ดแตก เพราะจะทำให้ร่างกายได้รับผลข้างเคียงจากสารไซยาไนต์ และด้วยความที่เสาวรสมีรสหวานเพราะมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบมาก ผู้ที่มีปัญหาระดับน้ำตาลในเลือดสูงจึงควรรับประทานเสาวรสแค่พอประมาณ

9.เห็ดฟาง

เห็ดฟางเป็นอาหารในกลุ่มสีขาวที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมาก อุดมด้วยโปรตีนคาร์โบไฮเดรต มีไขมันต่ำ พลังงานน้อย และยังมีวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินซี ธาตุซิลิเนียม และโพแทสเซียม ซึ่งธาตุซิลิเนียมเป็นสารต้านมะเร็ง ส่วนโพแทสเซียมมีส่วนช่วยควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ มีการวิจัยมากมายที่พบว่า การบริโภคเห็ดเป็นประจำจะช่วยลดไขมันในเลือดและลดคอเลสเตอรอลได้ กลไกการลดไขมันอาจเกิดจากเส้นใยปริมาณสูงในเห็ดช่วยดูดซับ และขัดขวางการดูดซึมไขมันในทางเดินอาหาร 

10.หอม

สารอัลลิซิน (allicin) ที่พบในหอมแดงช่วยยับยั้งเอนไซม์ที่สร้างคอเลสเตอรอลในตับจึงช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคความดันโลหิต และโรคหัวใจได้ หอมแดงยังมีธาตุเหล็กและทองแดงมากกว่าหอมหัวใหญ่ ซึ่งแร่ธาตุเหล่านี้ช่วยกระตุ้นการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง บำรุงสมอง บำรุงสายตา และยังมีสรรพคุณในด้านการดูแลผิว คือ ช่วยรักษาสิว ฝ้า และลดรอยสิวให้จางลงได้อย่างเป็นธรรมชาติ

จากงานวิจัยของสมาคมต่อมไร้ท่อในซานดิเอโกพบว่า สารสกัดจากหอมหัวใหญ่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและลดคอเลสเตอรอลได้ และยังพบข้อมูลอื่นเพิ่มเติมว่า หอมหัวใหญ่ช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ ช่วยในการสลายลิ่มเลือด ลดไขมันในเส้นเลือด และป้องกันโรคความดันโลหิตสูงได้ 

สำหรับใครที่มีปัญหาความอ้วน หรือมีพฤติกรรมชอบรับประทานอาหารมันๆ ทอดๆ หรืออาหารที่มีไขมันสูง แนะนำให้บริโภคสมุนไพรลดไขมัน 10 ชนิดนี้เป็นประจำ เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพที่จะตามมาภายหลัง และที่สำคัญควรออกกำลังกาย ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ ร่วมกับการรับประทานสมุนไพรลดไขมันที่แนะนำไปนี้ ก็จะช่วยให้ห่างไกลจากภาวะไขมันในเลือดสูงได้ไม่ยาก


2 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
พีระ สมบัติดี, ความรู้เรื่องภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ, งานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลศรีนครินทร์, กรกฎาคม 2558
สมุนไพรรักษาโรคหัวใจ, สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (https://www.hsri.or.th/people/media/waiting-categorize/detail/4864)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
ดูในแอป