การกินเพื่อสุขภาพ

สมุนไพรลดไขมันในเลือด 10 ชนิด พิชิตสุขภาพดีจากตัวยาธรรมชาติ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ เม.ย. 26, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 7 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,071,576 คน

สมุนไพรลดไขมันในเลือด 10 ชนิด พิชิตสุขภาพดีจากตัวยาธรรมชาติ

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 26/04/2562

สมุนไพรลดไขมันในเลือด 10 ชนิด พิชิตสุขภาพดีจากตัวยาธรรมชาติ

โฆษณาจาก HonestDocs
เข้าร่วมงานวิจัยทางการแพทย์วันนี้

ค้นหางานวิจัยที่คุณสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อรับการรักษาใหม่ที่อาจทำให้อาการของคุณดีขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการทำดีเพื่อสังคม

Hd clinical trial ad

ปัญหาไขมันในเส้นเลือดสูงพบมากขึ้นในคนไทยที่มีการดําเนินชีวิตแบบเมืองคล้ายคนในประเทศตะวันตก โดยปัญหาไขมันในเส้นเลือดสูงมักมาพร้อมพฤติกรรมการกินอาหารที่เต็มไปด้วยไขมัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารจำพวกทอดๆ มันๆ หรืออาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง การไม่ออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ ความเครียดและผู้มีปัญหาเรื่องความอ้วน

อาการและอาการแสดงของภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ

ส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันในเลือดผิดปกติจะไม่มีอาการแสดง แต่บางกรณีโดยเฉพาะพวกไขมันในเลือดผิดปกติจากพันธุกรรม อาจมีอาการดังนี้

  1. ผนังหลอดเลือดแข็ง หัวใจต้องทํางานหนักมากขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดให้เลี้ยงทั่วร่างกายเพียงพอ เมื่อเป็นระยะเวลานานจะทําให้เกิดความดันโลหิตสูง หัวใจขาดเลือดหรือเป็นอัมพาตได้
  2. มีปื้นเหลืองที่ผิวหนัง เช่น หนังตา ข้อศอก หัวเข่า และฝ่ามือ
  3. เอ็นร้อยหวายหนาตัวกว่าปกติ
  4. มีเส้นวงสีขาวเกิดขึ้นระหว่างขอบตาดํากับตาขาว

สำหรับใครที่อยากลดไขมันในร่างกาย ก็ทำได้ไม่ยาก เพียงหมั่นกินสมุนไพรลดไขมันเหล่านี้เป็นประจำ เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว หากปล่อยให้ไขมันสะสมในเส้นเลือดอยู่ต่อไป เมื่อปริมาณไขมันเพิ่มสูงขึ้น ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเหล่านี้ตามมา เช่น โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ จนทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง โรคเส้นเลือดในสมองตีบจนส่งผลทำให้เกิดอัมพาต โรคเส้นเลือดที่ขาตีบตัน โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น เพราะฉะนั้นการกินอาหารให้เป็นยา โดยเฉพาะตัวยาที่ได้จากธรรมชาติอย่างสมุนไพรลดไขมันเหล่านี้นับว่าเหมาะสมอย่างมากทีเดียว ว่าแต่สมุนไพรลดไขมันในเลือดได้มีอะไรบ้าง มาติดตามได้เลย

1.กระเจี๊ยบแดง

กระเจี๊ยบแดงเป็นสมุนไพรที่เต็มไปด้วยสรรพคุณเพื่อสุขภาพมากมาย เพราะนอกจากจะสามารถช่วยลดระดับไขมันเลวในร่างกายและเพิ่มระดับไขมันดีได้แล้ว กระเจี๊ยบแดงยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง โดยมีใกล้เคียงกันกับบลูเบอร์รี่ เชอร์รี่ และแครนเบอร์รี่ จึงเป็นสมุนไพรที่อาจมีสรรพคุณช่วยในการต่อต้านโรคมะเร็งได้ สามารถช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของวัย ทำให้ไม่แก่เร็วอีกด้วย 

โฆษณาจาก HonestDocs
เข้าร่วมงานวิจัยทางการแพทย์วันนี้

ค้นหางานวิจัยที่คุณสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อรับการรักษาใหม่ที่อาจทำให้อาการของคุณดีขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการทำดีเพื่อสังคม

Hd clinical trial ad

ส่วนของกระเจี๊ยบแดงที่ได้รับความนิยมในการนำมาบริโภคก็คือ ผลและกลีบเลี้ยงนั่นเอง โดยนำมาต้มทำเป็นเครื่องดื่มน้ำกระเจี๊ยบแดง หรือจะนำมาทำเป็นสารสกัดจากกระเจี๊ยบแดงเพื่อบำรุงสุขภาพแทนก็ได้เช่นกัน

จากการศึกษาวิจัยทางคลีนิกเรื่องการบริโภคสารสกัดจากดอกกระเจี๊ยบครั้งละ 2 แคปซูลระหว่างมื้ออาหาร วันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่าอาสาสมัคร 50 % จากจำนวน 42 คน มีระดับคอเลสเตอรอลลดลงภายใน 2 สัปดาห์ นอกจากนี้กระเจี๊ยบแดงยังสามารถช่วยลดความดันโลหิตในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงได้โดยใช้ผงดอกกระเจี๊ยบแดง 5-10 กรัม ชงในน้ำเดือด 250 - 500 มิลลิลิตร นาน 10 - 20 นาที ดื่มวันละ 1 ครั้ง 

อย่างไรก็ตาม ข้อควรระวังในการดื่มน้ำกระเจี๊ยบ คือ อาจจะทำให้เกิดอาการท้องเสียได้เนื่องจากกระเจี๊ยบมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ

2.กระเทียม

กระเทียม แม้เป็นสมุนไพรที่จัดว่ามีกลิ่นฉุนอาจทำให้หลายคนไม่ชื่นชอบเท่าไรนัก แต่รู้หรือไม่ว่ากระเทียมนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมายเลยทีเดียว เพราะมีสรรพคุณช่วยลดอาการจุกเสียดแน่นท้อง 

ตำรายาจีนระบุว่า กระเทียมมีฤทธิ์ร้อน รสเผ็ด ช่วยเจริญอาหาร ขับลมในลำไส้ แก้บิด แก้ไอ กลากเกลื้อน มีงานวิจัยในคนหลายงานพบว่าสารอัลลิซิน (allicin) และอะโจอีน (ajoene) ที่พบในกระเทียมสดช่วยลดการดูดซึมของคอเลสเตอรอลจากลำไส้เล็กเข้าสู่กระแสเลือด ช่วยต่อต้านการก่อตัวของไขมันอุดตันในหลอดเลือด ช่วยลดระดับไขมันเลวในเลือด ลดระดับไตรกลีเซอไรด์ และเพิ่มระดับของไขมันชนิดดี ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคระบบหลอดเลือดหัวใจ นอกจากนี้ยังพบงานวิจัยทางคลีนิกว่าการรับประทานกระเทียมสดประมาณ 4 กรัม (10-15 กลีบเล็ก) ต่อวันจะช่วยลดความดันโลหิตในผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูงได้อีกด้วย 

นอกจากช่วยเรื่องลดไขมันและความดันโลหิตแล้วกระเทียมยังมีสรรพคุณช่วยรักษาบาดแผล ไม่ว่าจะเป็นแผลสดหรือแผลเรื้อรัง ช่วยลดการเกิดลิ่มเลือด ป้องกันโรคหัวใจและยังช่วยยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งได้เป็นอย่างดี

3.ขิง

ขิง อีกหนึ่งสมุนไพรไทยที่มีฤทธิ์ร้อน โดยมีสรรพคุณลดไขมันในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดีเช่นกัน เนื่องจากมีผลการศึกษารายงานว่า ขิงมีประโยชน์ต่อผู้ที่มีปัญหาคอเลสเตอรอลสูง เพราะการผสมขิงสดลงในจานอาหารที่เต็มไปด้วยคอเลสเตอรอลผสมอยู่ กินแล้วจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดและตับลงได้เป็นอย่างดี 

นอกจากนี้ยังพบงานวิจัยในปี 2014 ที่แสดงให้เห็นว่าขิงสามารถลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์โดยสามารถลดระดับคอเลสเตอรอลชนิด LDL และเพิ่มระดับ HDL ได้ รวมถึงจากรายงานที่ตีพิมพ์โดย The University of Maryland แสดงให้เห็นว่าขิงสามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลและลดการอุดตันในเส้นเลือดได้จึงช่วยให้หัวใจมีสุขภาพดี 

สำหรับวิธีการกินขิงนั้นก็ไม่ยาก แนะนำให้กินขิงแบบสดๆ พร้อมมื้ออาหาร หรืออาจจะฝานเหง้าขิงสดมาต้มกับน้ำ เพื่อดื่มเป็นน้ำชา ใช้สำหรับจิบเป็นชาขิงเหมือนเครื่องดื่มชาเพื่อสุขภาพทั่วไปนั่นเอง

4.ดอกคำฝอย

ดอกคำฝอย มีสรรพคุณช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ป้องกันการเกิดไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้ เพราะในดอกคำฝอย มีกรดไลโนเลอิค (Linoleic Acid) อยู่ในปริมาณมาก โดยกรดชนิดนี้จะมีปฏิกิริยากับไขมันในเลือด จากนั้นจะกำจัดไขมันออกจากทางปัสสาวะและอุจจาระ ทำให้ไขมันภายในร่างกายลดน้อยลงไป 

จากการศึกษาของ Ohio State University โดย Dr. Martha Belury ก็ยังพบว่าการดื่มชาดอกคำฝอยที่มีกรดไลโนเลอิค (Linoleic Acid) อยู่ในปริมาณมากจะช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดร้าย (LDL) ลง และช่วยเพิ่มไขมันดี (HDL) ให้แก่ร่างกาย  นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยทางคลีนิกที่ให้ผู้ป่วยที่มีภาวะหลอดเลือดแข็งจากการสะสมของไขมันรับประทานน้ำมันดอกคำฝอยในขนาด 81 กรัมต่อวัน พบว่าระดับคอเลสเตอรอลลดลงประมาณ 22 %

ดอกคำฝอยจึงมักถูกนำมาผลิตและวางจำหน่ายในรูปแบบของเครื่องดื่มชาเพื่อสุขภาพ และอาหารเสริมลดน้ำหนักชนิดต่างๆ อย่างมากมายนั่นเอง

5.ไมยราบ

ไมยราบ หลายคนมักเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเพียงวัชพืชที่ไร้คุณค่า เพราะมักจะขึ้นอยู่ตามข้างทาง ในป่าหรือริมถนน แต่รู้หรือไม่ว่า แท้จริงแล้ว ไมยราบเป็นสมุนไพรที่เปี่ยมไปด้วยสรรพคุณทางยาสูงลิบทีเดียว เพราะไมยราบมีสรรพคุณช่วยแก้อาการไอ ขับเสมหะ ขับปัสสาวะ ลดระดับคอเลสเตอรอล ช่วยรักษาอาการหลอดลมและกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง อีกทั้งยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด วิธีการใช้ง่ายมาก เพียงนำต้นไมยราบทั้งต้นมาต้มกินกับน้ำ แล้วนำมาจิบบำรุงร่างกายเหมือนกับเครื่องดื่มชาทั่วไปนั่นเอง

6.มะเขือยาว

มะเขือยาว มีสรรพคุณช่วยลดไขมันในเส้นเลือดลงได้เช่นกัน โดยยืนยันจากผลทดลองในห้องแล็บที่เลี้ยงกระต่ายด้วยอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง โดยในการทดลองจะให้มะเขือยาวเป็นอาหารแก่กระต่ายเหล่านั้นเพิ่ม ผลทดลองพบว่า ไม่มีคอเลสเตอรอลเกาะอยู่ในหลอดเลือดของร่างกายหนูทดลองแต่อย่างใด จึงสันนิษฐานว่า มะเขือยาวเป็นผักที่มีสรรพคุณช่วยยับยั้งการดูดซึมคอเลสเตอรอลผ่านผนังลำไส้ได้  

นอกจากนี้ยังพบฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของมะเขือยาวเพิ่มเติมคือ ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านไวรัส ลดการอักเสบ ขับปัสสาวะ แก้ชัก ลดความดันโลหิตสูง ลดอัตราการเต้นของหัวใจ และรายงานผลการทดลองการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่า  การดื่มน้ำมะเขือยาวทุกวันช่วยลดระดับไขมันในเลือด และเสริมสร้างความแข็งแรงของหลอดเลือด สำหรับแร่ธาตุต่างๆ ที่พบในมะเขือยาว เช่น ไฟเบอร์ โพแทสเซียม วิตามินซี วิตามินบี 6 และไฟโตนิวเทรียนท์ ช่วยให้สุขภาพของหัวใจดีขึ้น นอกจากนี้วารสารโภชนาการคลินิกของสหรัฐอเมริกาได้ระบุว่ากินอาหารที่มีสารฟลาโวนอยด์บางชนิดรวมถึงแอนโธไซยานินที่พบในมะเขือยาวสามารถลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโรคหัวใจลดลง

ดังนั้นการกินมะเขือยาวเป็นอาหารประเภทน้ำพริกผักจิ้ม หรือการนำมาอบ ย่าง หรือต้มนั้น ย่อมช่วยลดไขมันอย่างได้ผลแน่นอน แต่ไม่เหมาะสมกับการนำมาทำเป็นอาหารประเภทผัดหรือทอด เพราะอาจจะทำให้ปริมาณไขมันเพิ่มขึ้นแทนได้


7.ถั่วลันเตา

ถั่วลันเตา มีโปรตีนสูง แต่ให้ไขมันต่ำ จัดเป็นอีกหนึ่งสมุนไพรไทยที่ช่วยลดไขมันได้ด้วยเช่นกัน และเนื่องจากถั่วลันเตาเป็นพืชในตระกูลถั่ว จึงทำให้เปี่ยมไปด้วยสารอาหารต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย โดยเฉพาะวิตามินบี 2

นอกจากนี้สารตัวหนึ่งชื่อ ไนอะซิน (niacin) ที่พบในถั่วลันเตาเป็นสารที่มีส่วนช่วยในเรื่องของการลดโอกาสในการสร้างไตรกลีเซอไรด์และคอเลสเตอรอลชนิด LDL และเพิ่มไขมันดี HDL ช่วยลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดอุดตันที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ 

แร่ธาตุอื่นๆ ที่พบในถั่วลันเตา เช่น แมกนีเซียม โพแทสเซียม ฟลาโวนอล แคโรทีนอยด์ วิตามินซี วิตามินเค และสารต้านอนุมูลอิสระ ยังช่วยให้หลอดเลือดและหัวใจทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

8.เสาวรส

เสาวรส ผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายด้าน แต่หลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับผลไม้ชนิดนี้เท่าไรกันนัก โดยจากการศึกษาก็ได้ค้นพบว่า ในเสาวรสมีวิตามินซีมากกว่าในมะนาวมากทีเดียว และยังค้นพบด้วยว่า ในเมล็ดของผลเสาวรสจะมีสาร Albumin homologous protein ที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราได้เป็นอย่างดี 

เสาวรสยังอุดมไปด้วยโพแทสเซียม และมีโซเดียมต่ำ ช่วยทำให้ความดันโลหิตเป็นปกติและเมื่อรับประทานพร้อมกับเมล็ดซึ่งมีไฟเบอร์จำนวนมากจะช่วยควบคุมระบบย่อยอาหาร และทำให้ลำไส้มีสุขภาพดี ป้องกันอาการท้องผูก และยังสามารถช่วยกำจัดคอเลสเตอรอลส่วนเกินออกจากภายในหลอดเลือด ลดไขมันในเลือด จึงช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้ 

นอกจากนี้ เสาวรสยังมีสรรพคุณช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ และรักษาอาการของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ 

อย่างไรก็ตาม ในผลสดของเสาวรส ก็ยังมีข้อควรระวังในการรับประทานคือ ไม่ควรเคี้ยวจนเมล็ดแตก เพราะจะทำให้ร่างกายได้รับผลข้างเคียงจากสารไซยาไนต์ และเนื่องจากเสาวรสมีรสหวาน มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบมาก ผู้ที่มีปัญหาระดับน้ำตาลในเลือดสูงก็ควรรับประทานแค่พอประมาณ

9.เห็ดฟาง

เห็ดฟาง อาหารในกลุ่มสีขาวที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมาก อุดมด้วยโปรตีนคาร์โบไฮเดรต มีไขมันต่ำ พลังงานน้อย และยังมีวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินซี ธาตุซิลิเนียม และโพแทสเซียม ซึ่งธาตุซิลิเนียมเป็นสารต้านมะเร็ง ส่วนโพแทสเซียมมีส่วนช่วยควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ 

นอกจากนี้ ยังมีการวิจัยมากมายที่พบว่าการบริโภคเห็ดเป็นประจำจะช่วยลดไขมันในเลือด ลดคอเลสเตอรอลได้ ซึ่งกลไกการลดไขมันอาจเกิดจากเส้นใยที่มีปริมาณสูงในเห็ดช่วยดูดซับ และขัดขวางการดูดซึมไขมันในทางเดินอาหาร 

นอกจากนี้ เห็ดฟางยังช่วยบำรุงสุขภาพหัวใจ ช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนเลือดให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพดีขึ้น ป้องกันโรคโลหิตจาง ช่วยบำรุงสายตา ช่วยป้องกันโรคหวัด ต่อต้านโรคมะเร็ง ช่วยลดการติดเชื้อและสมานบาดแผล สำหรับใครที่มีอาการธาตุหนัก กล่าวคือ ท้องผูกเป็นประจำ มีปัญหาขับถ่ายยาก ยิ่งควรกินเห็ดฟางอย่างยิ่ง เพราะในเห็ดฟางอุดมไปด้วยเส้นใยสูง จะช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายให้ทำงานคล่องตัวขึ้น

10.หอม

สรรพคุณของหอมแดง สารอัลลิซิน (allicin) ที่พบในหอมแดงช่วยยับยั้งเอนไซม์ที่สร้างคอเลสเตอรอลในตับ จึงช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคความดันโลหิตและโรคหัวใจ หอมแดงยังมีธาตุเหล็กและทองแดงมากกว่าหอมหัวใหญ่ซึ่งแร่ธาตุเหล่านี้ช่วยกระตุ้นการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง

นอกจากนี้ ยังช่วยบำรุงสมอง บำรุงสายตา และยังมีสรรพคุณในด้านการดูแลผิว คือช่วยรักษาสิว ฝ้า และลดรอยสิวให้จางลงได้อย่างเป็นธรรมชาติ

สรรพคุณของหอมหัวใหญ่ จากงานวิจัยของสมาคมต่อมไร้ท่อในซานดิเอโกพบว่าสารสกัดจากหอมหัวใหญ่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและลดคอเลสเตอรอลได้ และยังพบข้อมูลอื่นเพิ่มเติมว่าหอมหัวใหญ่จะช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ ช่วยในการสลายลิ่มเลือด ลดไขมันในเส้นเลือด ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง 

นอกจากนี้ ยังช่วยรักษาอาการหวัด และช่วยรักษาโรคหอบหืดรวมถึงโรคภูมิแพ้ได้เป็นอย่างดี สามารถบรรเทาอาการจุกเสียดแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ และมีสรรพคุณในการรักษาโรคเบาหวาน อีกด้วย

และนี่ก็คือ สมุนไพรลดไขมันในเลือด สำหรับใครที่มีปัญหาความอ้วนหรือมักมีพฤติกรรมการกินอาหารทอดๆ มันๆ หรืออาหารที่มีไขมันสูงอยู่เป็นประจำ ในร่างกายจะต้องมีปริมาณไขมันในเลือดสูงอย่างแน่นอน ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพตามมาภายหลัง แนะนำให้บริโภคสมุนไพรลดไขมันเหล่านี้เป็นประจำ ก็จะทำให้ไขมันลดลงและมีสุขภาพที่แข็งแรงยิ่งขึ้นได้

ที่มาของข้อมูล

สมุนไพรรักษาโรคหัวใจ, สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (https://www.hsri.or.th/people/media/waiting-categorize/detail/4864)

พีระ สมบัติดี, ความรู้เรื่องภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ, งานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลศรีนครินทร์, กรกฎาคม 2558

...



 

 

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่