การรักษา

สมุนไพรตำรับพื้นบ้านและยาโฮมีโอพาธี 2

เผยแพร่ครั้งแรก 11 ก.พ. 2018 อัปเดตล่าสุด 9 ส.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 5 นาที
สมุนไพรตำรับพื้นบ้านและยาโฮมีโอพาธี 2

สมุนไพรตำรับพื้นบ้านและยาโฮมีโอพาธี 2

อ่านข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสมุนไพรตำรับพื้นบ้านและยาโฮมีโอพาธี อาทิ เบลสด์ทิสเซิล บุทเชอร์สบรูม แคทส์คลอว์ พริก คาโมมายล์ เชสต์เบอร์รี่ คัมฟรีย์ เดวิลส์คลอว์ ตังกุย และอื่นๆอีกมากมาย แม้บางอย่างจะเคยได้รู้จักกันแล้วแต่รู้หรือไม่ว่าสมุนไพรเหล่านี้มีดีกว่าที่คุณคิด รวมทั้งข้อควรระวังและคำแนะนำในการรับประทาน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

เบลสด์ทิสเซิล (Blessed thistle)

มักนำมาใช้กระตุ้นความอยากอาหาร รักษาปัญหาของระบบทางเดินอาหารสามารถลดอาการไข้และแก้อาการท้องผูกได้ด้วย มีจำหน่ายทั้งในรูปของแคปซูลและแบบน้ำสกัด ปริมาณที่แนะนำคือวันละ 1 ถึง 3 แคปซูลหรือสะสม 10-20 หยดลงในน้ำผลไม้หรือน้ำเปล่าและดื่มวันละครั้งข้อควรระวังหากรับประทานในปริมาณสูงอาจทำให้ปากและหลอดอาหารเกิดอาการไหม้และทำให้มีอาการท้องร่วงได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
Flash Sale! ฟอกสีฟันระบบ Cool Light 1,999 บาท 20 แพ็กเกจเท่านั้น!

ราคานี้วันเดียวเท่านั้น / จองผ่าน HD คุ้มกว่า / ผ่อน 0% ได้ / มีแอดมินใจดีดูแล

246

บุทเชอร์สบรูม (Butcher’s broom)

  • ช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตและลดอาการบวมที่ขาและเท้า บุทเชอร์สบรูมมีประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องยืนหรือเดินทั้งวันและส่งผลให้ขาบวมในตอนค่ำ สมุนไพรชนิดนี้มีสารสเตียรอยด์ที่ช่วยให้เส้นเลือดดำหดตัวและลดการอักเสบจะช่วยบรรเทาอาการปวดและบวมของข้ออักเสบและรูมาทอยด์ได้ด้วย หลายคนพบว่าบุทเชอร์สบรูม แบบรับประทานหรือแบบถ่ายช่วยลดอาการของโรคริดสีดวงทวารได้ผลดีด้วย
  • มีจำหน่ายทั้งในรูปของแคปซูลและแบบน้ำสกัดปริมาณที่แนะนำคือวันละ 1 ถึง 3 แคปซูลหรือผสม 10-20 หยดในน้ำผลไม้หรือน้ำเปล่าแล้วดื่มวันละครั้ง

แคทส์คลอว์ หรืออูนาเดอกาโต (Cat’s claw หรือ Una de gato)

  • หมอสมุนไพรในอเมริกากลางและใต้ใช้สมุนไพรนี้มาเป็นเวลานับศตวรรษเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกัน แคทส์คลอว์มีสารต้านการอักเสบตามธรรมชาติที่ช่วยในการรักษาโรคข้ออักเสบและสารจากสมุนไพรชนิดนี้ยังมีคุณสมบัติต้านมะเร็งและช่วยให้ผู้ป่วยโรคเอดส์บางคนมีเม็ดเลือดขาวชนิดทีเซลล์สูงขึ้น
  • มีจำหน่ายในรูปแคปซูลและปริมาณที่แนะนำคือวันละ 1 ถึง 3 แคปซูล

พริก (Cayenne หรือ Capsicum)

  • พริกและสารสกัดจากพริก จัดได้ว่าเป็นมารดาของเครื่องเทศ ช่วยระบบการย่อยอาหารโดยรวมทั้งหมด ช่วยขับลมได้ดีมากด้วย มีประโยชน์กับไขมันในเลือดโดยช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์และแอลดีแอล หรือคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี นอกจากนั้นแล้วสารซึ่งอยู่ในพริกนี้ยังช่วยกระตุ้นการหลั่งเอนดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองที่ทำให้เราอารมณ์ดีและบรรเทาอาการปวด ผลิตภัณฑ์ในรูปของชาช่วยบรรเทาอาการไม่สบายจากหวัดและความหนาวเย็นได้ยอดเยี่ยม ในรูปของยาทาจะช่วยบรรเทาอาการติดขัดและอักเสบของโรคไขข้อและรูมาตอยด์
  • มีจำหน่ายในรูปแคปซูลขนาดแนะนำคือวันละ 1 ถึง 3 แคปซูล

ข้อควรระวัง: ไม่ควรรับประทานเกินกว่าขนาดที่กำหนดการรับประทานในปริมาณที่สูงอาจทำให้ลำไส้อักเสบและแฮมเป็นอันตรายต่อไตได้ผู้ที่มีปัญหาระบบทางเดินอาหารไม่ควรรับประทานในแบบของยาที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองบริเวณริดสีดวงทวารและไม่ควรทาบริเวณผิวหนังที่มีแผลเปิด

คาโมมายล์ (Chamomile)

  • เป็นพืชที่มีคุณสมบัติลดอาการบิดของลำไส้ และกระตุ้นการทำงานของกระเพาะอาหาร มากรับประทานเพื่อรักษาอาการไมเกรน ปวดกระเพาะและบรรเทาอาการวิตกกังวล หากใช้ถ้าภายนอกจะช่วยรักษาแผลบริเวณผิวหนังและเยื่อบุตาอักเสบได้
  • มีวางจำหน่ายในรูปแคปซูลและแบบน้ำสกัดขณะที่แนะนำให้รับประทานคือ 1 แคปซูลวันละ 1 ถึง 3 เวลาหรือผสม 10-20 หยดในน้ำเปล่าและดื่มวันละ 1 ถึง 3 ครั้งสำหรับในรูปของชาติซึ่งรสดีกว่ามากเพียงดื่มวันละ 1 ถ้วยและรื่นรมย์กับรสชาติของมันก็เพียงพอ

ข้อควรระวัง: อาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้หลากหลายรวมไปถึงกันหมดสติอย่างไรได้อะไรผู้ที่เป็นภูมิแพ้สารที่เป็นละอองในอากาศคือมีประวัติแพ้ยาแร็กวีด แอสเทอร์ หรือพืชอื่นๆ ในตระกูลใกล้เคียง

เชสต์เบอร์รี่ (Chasteberry)

  • ผลของต้นเชสต์เบอร์รี่แห่งเมดิเตอร์เรเนียน (หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าต้นไวเท็กซ์) ยังคงได้รับความนิยมในยุโรปซึ่งนิยมใช้มันในการรักษาอาการท้องอืด อารมณ์แปรปรวน และอาการอื่นๆก่อนมีรอบเดือน เช่นเดียวกับอาการที่เกี่ยวข้องกับการหมดประจำเดือน เป็นต้นว่า ร้อนวูบวาบ และช่องคลอดแห้ง ด้วยข้อมูลใหม่ๆเกี่ยวกับความเสี่ยงของการใช้ฮอร์โมนเพศหญิงทดแทน เชสต์เบอร์รี่จึงกลายเป็นทางเลือกใหม่แห่งธรรมชาติที่น่าสนใจมากมีชื่อเสียงในด้านการสร้างความสมดุลให้กับฮอร์โมนและอาจมีประโยชน์ในการรักษาการมีบุตรยาก ทั้งยังใช้ในการรักษาเนื้องอกประเภทไฟบลอยด์ได้ดีอีกด้วย
  • ในการรับประทานเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแนะนำ 1 แคปซูลได้ถึงวันละ 3 เวลา 400 มิลลิกรัมต่อวันหรือผสมแบบน้ำสกัด 10-30 หยดในน้ำเปล่าและดื่มได้ถึงวันละ 3 เวลา

คัมฟรีย์ (Comfrey)

เมื่อใช้ดื่มเป็นชา คัมฟรีย์ช่วยบรรเทาอาการโรคกระเพาะท้องเสียปวดข้อและโรคของตับและถุงน้ำดีได้ในรูปของยาทาภายนอกคัมฟรีย์ใช้บรรเทาอาการระคายเคืองของผิวหนังอย่างได้ผลและยังช่วยส่งเสริมให้แผลหายเร็วขึ้นได้ด้วย

ข้อควรระวัง: คัมฟรีย์มีสารแคลอรี่ CD แอลคาลอยด์สารที่อาจทำให้เกิดโรคตับหากรับประทานต่อเนื่องเป็นเวลานานยังมีความเห็นขัดแย้งในเรื่องของความปลอดภัยความไม่แน่นอนนี้จึงไม่แนะนำให้รับประทานยังมีสมุนไพรอื่นที่ปลอดภัยมากกว่าให้เลือกใช้เช่น สะระแหน่หรือขิง และยังขอแนะนำให้ว่า คัมฟรีย์ในแบบทาที่ขายให้กับหญิงให้นมบุตรที่มีปัญหาหัวนมอักเสบก็ควรหลีกเลี่ยงเพราะคัมฟรีย์ไม่ใช่สมุนไพรที่ให้ทารกรับประทานได้

แครนเบอรี่ (Cranberry)

  • ซอสแครนเบอรี่เป็นที่นิยมนำมารับประทานคู่กับไก่งวงแข้งเบอร์รี่จัดได้ว่าเป็นอาวุธจากธรรมชาติที่ใช้ต่อสู้กับกระเพาะปัสสาวะอักเสบและการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะได้ดีที่สุดและแพทย์ยังใช้มันในการป้องกันอีกด้วยเพื่อนเบอร์รี่ได้รับการบันทึกอย่างเป็นทางการในเภสัชตำรับของสหรัฐอเมริกา (U.S. Pharmacopeia)ให้เป็นยาที่ใช้ในการรักษาปัญหาเหล่านี้อย่างได้ผลอย่างเป็นข้อโต้แย้งกันอยู่ว่าแครนเบอรี่ทำให้ปัสสาวะเป็นกรดจึงทำให้เชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดการติดเชื้อตาย หรือเพียงป้องกันไม่ให้แบคทีเรียเกาะกับผนังของกระเพาะปัสสาวะ แต่ในเรื่องของประสิทธิภาพนั้นคงมีเพียงไม่กี่คนที่ขอโต้แย้ง
  • มีจำหน่ายในรูปแคปซูลขนาดที่แนะนำคือ 1 แคปซูลวันละ 1 ถึง 3 เวลาน้ำแคนเบอรี่ที่มีจำหน่ายโดยทั่วไปนั้นมีรสหวานมากและผ่านกระบวนการแปรรูปมาแล้วจึงไม่แนะนำให้รับประทานน้ำเข้มเบอร์รี่สดไม่เจือปนนั้นให้ผลดีในการรักษาการมีรสฝาดมากคุณอาจลองหาเป็นน้ำแอปเปิ้ลผสมแคนเบอรี่ที่มีจำหน่ายตามร้านขายอาหารเพื่อสุขภาพซึ่งอาจจะใช้ได้ผลแต่ก็ไม่ควรเป็นแบบที่เติมน้ำตาลลงไป

เดวิลส์คลอว์ (Devil’s claw)

  • สมุนไพรต้านการอักเสบที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของข้อ อีกทั้งช่วยลดอาการปวดจากข้ออักเสบและรูมาทอยด์ การศึกษาในยุโรปได้เปรียบเทียบฤทธิ์ในการลดการอักเสบของรากสมุนไพรชนิดนี้กับยาอย่างคอร์ติโซนและฟีนิลบิวทาโซน
  • มีจำหน่ายในรูปแคปซูลขณะที่แนะนำคือ 1 แคปซูลวันละ 1 ถึง 3 เวลา

ข้อควรระวัง: ไม่ควรรับประทานขณะตั้งครรภ์

ตังกุย

  • เป็นสมุนไพรที่พบว่าช่วยบรรเทาอาการร้อนวูบวาบในหญิงวัยทองรวมไปถึงอาการช่องคลอดแห้งและภาวะซึมเศร้า เป็นทางเลือกจากธรรมชาติของการให้ฮอร์โมนเพศหญิงทดแทน ชาวจีนจึงใช้สมุนไพรชนิดนี้กันมานานนับศตวรรษ เพื่อควบคุมรอบเดือนให้เป็นปกติและลดอาการปวดท้องประจำเดือนซึ่งเกิดจากการหดตัวของมดลูกและรักษาอาการก่อนมีประจำเดือน (พีเอ็มเอส) และช่วยให้ผู้หญิงมีรอบเดือนกลับมาเป็นปกติหลังจากหยุดรับประทานยาคุมกำเนิด ช่วยเสริมฤทธิ์ของฮอร์โมนเพศหญิง (ฮอร์โมนเพศชาย) และช่วยให้ร่างกายใช้ฮอร์โมนที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดตัวอย่างเช่น ในช่วงหมดประจำเดือนมันจะช่วยส่งเสริมการสร้างฮอร์โมนเพศหญิงจากต่อมหมวกไตทดแทนฮอร์โมนเพศหญิงที่ลดลงจากรังไข่
  • มีจำหน่ายในรูปแคปซูลขนาดที่แนะนำคือ 1 แคปซูลวันละ 1 ถึง 3 เวลา

ข้อควรระวัง: ห้ามรับประทานตังกุยในขณะตั้งครรภ์และไม่ควรรับประทานหากมีประจำเดือนมามากนอกจากว่าได้รับคำแนะนำให้รับประทานจากแพทย์แผนตะวันออกที่มีความรู้ในด้านโภชนาการ

หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์และอยากอ่านเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม สามารถสนับสนุน ดร.เอิร์ล มินเดลล์ (ผู้แต่ง) พญ. ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล (แปล) ได้โดยการซื้อหนังสือวิตามินไบเบิล


9 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Devil's Claw Uses, Benefits & Dosage Herbal Database. Drugs.com. (https://www.drugs.com/npp/devil-s-claw.html)
Comfrey: Uses, Risks, and Takeaways. Healthline. (https://www.healthline.com/health/what-is-comfrey)
Srivastava, J. K., Shankar, E., & Gupta, S. (2010, November 1). Chamomile: A herbal medicine of the past with a bright future. Molecular Medicine Reports, 3(6), 895–901 (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC2995283/)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
ระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน (Testosterone)
ระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน (Testosterone)

ระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน (Testosterone) ที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย ของผู้ชายและผู้หญิง

อ่านเพิ่ม
สิวในเด็กเล็ก...ยังเด็กเป็นสิวได้ด้วยหรือ?
สิวในเด็กเล็ก...ยังเด็กเป็นสิวได้ด้วยหรือ?

รู้จัก สิว ที่เกิดได้ในช่วงวัยต่างๆ ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงเป็นวัยรุ่น และแนะนำวิธีดูแลอย่างถูกต้อง ปลอดภัย

อ่านเพิ่ม