การรักษา

สมุนไพรตำรับพื้นบ้านที่น่าสนใจ 1

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
Istock 653754684 %281%29

สมุนไพรตำรับพื้นบ้านและยาโฮมีโอพาธี

อ่านข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสมุนไพรตำรับพื้นบ้านและยาโฮมีโอพาธี อะไรบ้างที่คุณควรรู้เกี่ยวกับสมุนไพรธรรมชาติ อาทิว่านหางจระเข้ โป๊ยกั๊ก อาร์นิกา อาร์ติโช้ก โสมอินเดีย แอสทรากาลัส หรือแม้แต่โหระพา สมุนไพรเหล่านี้มีดีอย่างไรรวมทั้งการรับประทานที่เหมาะสม สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

อะไรบ้างที่คุณควรรู้เกี่ยวกับสมุนไพรธรรมชาติ

การที่สมุนไพรเป็นสารจากธรรมชาติ ไม่ได้หมายความว่าคุณสามารถใช้มันได้โดยไม่ต้องพินิจพิเคราะห์ ก่อนที่จะลองสมุนไพรใดๆ ควรแน่ใจก่อนว่าคุณทราบว่ามันทำอะไรต้องตระเตรียมอย่างไร ใช้อย่างไรและที่สำคัญคือมีข้อควรระวังหรือผลข้างเคียงอะไรบ้าง

โดยทั่วไปแล้วการรับประทานสมุนไพรไม่ก่อให้เกิดปัญหาเท่าใดนักแต่อย่างไรก็ตามโอกาสที่จะเกิดอาการแพ้หรือผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์มีได้เสมอ

ข้อสำคัญ: หากคุณกำลังรับประทานยาหรือมีโรคประจำตัวจะเป็นการดีกว่าหาคนปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีความรู้ในเรื่องปฏิกิริยาระหว่างยาและสมุนไพรรวมถึงผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายอันอาจเกิดขึ้นได้

ว่านหางจระเข้ Aloe Vera

ว่านหางจระเข้มีสารที่ช่วยสมานแผลคือ วุ้นใสใสซึ่งเรียกกันว่าอโลเวราเจล มีคุณสมบัติผสมระหว่างยาปฏิชีวนะยาสมานแผลและยาช่วยให้เลือดแข็งตัวหันหน้ามารับประทานจะเป็นยาระบายอ่อนๆก็รับประทานครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะเป็นช่วงสม่ำเสมอตลอดทั้งวัน (ควรรับประทานขณะท้องว่าง) รวมปริมาณให้ได้วันละ 16 ออนหรือ 473  cc  จะช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารได้

วุ้นว่านหางจระเข้สำหรับใช้ทาภายนอก มีคุณสมบัติหลายประการ

  • ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วใช้ในการรักษาแผลไฟไหม้ แมลงกัดต่อยและผื่นแพ้พืชมีพิษชนิดเถา หั่นครึ่งว่านแล้วนำเนื้อในมาทาที่แผลโดยตรงหรือใช้ผ้าสะอาดชุบวุ้นให้ชุ่มแล้วนำมาประคบแผล
  • หางจระเข้ในแบบขี้ผึ้ง ครีม หรือโลชั่นช่วยป้องกันอาการพุพองและผิวลอกไหม้จากแสงแดด
  • ช่วยให้ตาปลาหรือหนังหนาแข็งบริเวณเท้านุ่มขึ้น
  • หากนำมาทาที่ใบหน้าและลำคอจะช่วยให้ผิวนุ่มนวลและลดเลือนริ้วรอย
  • ช่วยบรรเทาอาการปวดคันและเลือดออกจากริดสีดวงทวาร
  • สามารถใช้เป็นครีมนวดผมได้ผลดี

โป๊ยกั๊ก (Anise/ Aniseed)

เป็นยาขับปัสสาวะและกระตุ้นการทำงานของกระเพาะอาหารตามธรรมชาติมากใช่ปั้นทองอาการท้องอืดและยังใช้ตามตำราพื้นบ้านในการรักษาอาการไอแห้งแห้งอีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนมในแม่ลูกอ่อน

ในการรับประทานเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบดเมล็ดให้เป็นผงละเอียดแล้วใช้ปริมาณ 1 ช้อนชาเติมลงในน้ำดื่มและดื่มวันละ 3 เวลา

อาร์นิกา (Arnica)

รู้จักกันในชื่อดอกยางภูเขาทองเป็นดอกไม้ฤดูร้อนลักษณะคล้ายดอกเดซี่ ถูกใช้ในตำราโฮมีโอพาธีย์มาหลายร้อยปี เพื่อลดอาการอักเสบและเจ็บปวด อาร์นิกากระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาว ลดน้ำที่คั่งบริเวณเนื้อเยื่อที่ได้รับบาดเจ็บ แบบขี้ผึ้งทาภายนอกใช้ถูในบริเวณที่เป็นจะช่วยรักษาและลดความเจ็บของแผลพกช้ำ เคล็ดขัดยอก แผลไหม้ ผิวหนังอักเสบ ปวดกล้ามเนื้อและสิว มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียและต้านการอักเสบจึงช่วยลดอาการบวมและช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นได้แต่ไม่ควรนำมาทาโดยตรงบนผิวที่เป็นแผลเปิดหรือมีเลือดออก

อาร์นิกามีวางจำหน่ายในรูปในกลุ่มใต้ลิ้นแท่งมีโอพาธีมักแนะนำให้รับประทานก่อนและหลังการผ่าตัดเพื่อลดอาการฟกช้ำปริมาณที่ใช้รับประทานคือ 4 เม็ด อมใต้ลิ้นคืนก่อนผ่าตัด เช้าวันผ่าตัด และเช้าวันรุ่งขึ้นหลังผ่าตัด

ข้อควรระวัง: เป็นที่ทราบดีว่าอันมีก้ากระตุ้นการหมุนเวียนของเลือดและเพิ่มความดันโลหิตได้

อาร์ติโช้ก (Artichoke)

หัวใจของพืชยอดฮิตชนิดนี้คือบริเวณดอก ซึ่งให้รสชาติดีเยี่ยม ไม่ว่าจะนำมาอบ นึ่ง หรือทำอาหารร่วมกับผักอื่นๆแต่อาร์ติโช้กไม่ได้มีดีเพียงแค่รสชาติ มันยังมีชื่อในด้านปัญญากระตุ้นกำหนัด (แม้ว่าจะไม่เคยมีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์) อาร์ติโช้กช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลหลังรับประทานเข้าไป อันที่จริงแล้วยาลดระดับคอเลสเตอรอลที่มีชื่อว่า ไซนารา ก็ได้มาจากสมุนไพรชนิดนี้ ยิ่งไปกว่านั้นอาร์ติโช้กช่วยเพิ่มการผลิตน้ำดีในตับและช่วยขับปัสสาวะได้ด้วย

โสมอินเดีย/อัศวคันธา (Ashwagandha)

รากของไม้พุ่มชนิดนี้พบได้ในแถบอเมริกาเหนือและอินเดีย มีการนำมาใช้ในทางอายุรเวทเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว มีคุณสมบัติในด้านการต้านการอักเสบ ต้านมะเร็ง ต้านความเครียดและต้านอนุมูลอิสระ การศึกษาจากห้องทดลองเมื่อไม่นานมานี้ยังพบว่ามันช่วยต้านภาวะซึมเศร้าและเพิ่มประสิทธิภาพความจำได้อีกด้วยสารสกัดจากรากมีวางจำหน่ายในรูปผลิตภัณฑ์เสริมอาหารขนาด 450 mg. หากรับประทาน 1 แคปซูลวันละ 2-3 เวลาจะมีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการเครียดและรักษากระดูกที่หักให้สร้างใหม่เร็วขึ้นได้

ข้อควรระวัง: สมุนไพรชนิดนี้ไม่แนะนำให้เด็ก หญิงมีครรภ์และให้นมบุตรรับประทานร่วมไปถึงผู้ที่รับประทานยาชนิดอื่นอยู่นอกเสียจากว่าจะได้รับคำแนะนำจากแพทย์

แอสทรากาลัส (Astragalus)

พบว่าสมุนไพรชนิดนี้ช่วยบรรเทาอาการอ่อนเพลียและช่วยไม่ให้เป็นหวัดบ่อย เป็นตัวกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้มีความต้านทานต่อเชื้อไวรัสและแบคทีเรียเพิ่มขึ้น และยังช่วยเร่งให้แผลหายเร็วได้ด้วย มันอาจช่วยป้องกันการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังอวัยวะอื่นๆทำงานร่วมกับสังกะสี วิตามินเอและวิตามินซีได้ดีที่สุด

สำหรับเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ควรรับประทาน 1 ถึง 3 แคปซูล (ขนาด 400 มิลลิกรัม) ต่อวัน

ข้อควรระวัง: หากคุณกำลังรับการรักษาด้วยเคมีบำบัดยารับประทานแอสทรากาลัส หรือยาอื่นๆโดยไม่ปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อน

โหระพา (Basil)

โหระพาเป็นพืชที่สามารถนำมาใช้เป็นยาพอกเพื่อดูดซับพิษออกจากผิวหนังบ่อยครั้งที่นำมาใช้บรรเทาอาการผึ้งต่อยและขับหัวสิว

บิลเบอร์รี่ (Bilberry)

บิลเบอร์รี่เป็นสมุนไพรที่ใช้เป็นยาพื้นบ้านในการรักษาอาการมองเห็นไม่ชัดและตาบอดกลางคืนมาเป็นเวลาหลายปี นักบินของกองทัพอากาศได้รับการแจกจ่ายให้รับประทานเมื่อต้องเป็นเวลากลางคืนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 บิลเบอร์รี่ทำงานโดยการเร่งสร้างระดับซิมซึ่งเป็นเม็ดสีที่จำเป็นต่อการมองเห็นนอกจากจะมีประโยชน์สำหรับคนที่มองเห็นกลางคืนได้ไม่ดีแล้วยังพบว่ามันช่วยป้องกันการเสื่อมของตาและช่วยลดความรุนแรงของสายตาสั้นในบางรายอีกด้วย

มีจำหน่ายในรูปผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั้งแบบแคปซูลและแบบน้ำขนาดที่แนะนำให้รับประทานคือ 1 แคปซูล 1 ถึง 3 ครั้งต่อวันหรือแบบน้ำ 15-40 หยดผสมในน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้ใช้ดื่มวันละ 3 เวลา

ข้อควรระวัง: ใบของสมุนไพรชนิดนี้อาจเป็นพิษได้หากรับประทานต่อเนื่องเป็นเวลานานถึงแม้ว่ารูปที่สกัดออกมาจะเป็นน้ำ0tปลอดภัยแต่ไม่ควรรับประทานเกินกว่าขนาดที่กำหนด

แบล็กโคฮอช (Black cohosh)

เป็นทางเลือกของการให้ฮอร์โมนทดแทนในหญิงวัยหมดประจำเดือนเป็นหนึ่งในสมุนไพรยอดนิยมที่ใช้ในการบรรเทาอาการร้อนวูบวาบและอาการของวัยทองอื่นๆใช้ในการกระตุ้นประจําเดือนบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนและช่วยเร่งการคลอดทำให้คลอดง่ายขึ้นอาการไอเรื้อรังอาการบวมและเจ็บจากโรคข้อก็ได้ประโยชน์จากแบล็กโคฮอช เช่นกันหากรับประทานร่วมกับสกัลล์แคป วู้ดเบโทนี ดอกเสาวรสและวาเลเรียนจะออกฤทธิ์เป็นยาคลายเครียดได้

แบล็กโคฮอชเสริมอาหารมีอยู่ในรูปแคปซูลและแบบน้ำสกัดขณะที่แนะนำขึ้น 1 แคปซูลวันละ 1 ถึง 3 ครั้งหากใช้แบบสกัดควรรับประทานตามคำแนะนำบนฉลาก

ข้อควรระวัง: แบล็กโคฮอชอาหารไม่ปลอดภัยสำหรับผู้หญิงที่เป็นมะเร็งเต้านมหรือมีเนื้องอกในเต้านมที่ยังตรวจไม่พบคำเตือนนี้มีที่มาจากการศึกษาของมหาวิทยาลัยดูแคนที่รายงานเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2013 ในงานประชุมของสมาคมวิจัยมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา แบล็กโคฮอชยังไม่แนะนำสำหรับผู้หญิงที่เข้ารับการรักษาด้วยเคมีบำบัดเพราะพบว่ามันอาจเพิ่มพิษจากยาเคมีบำบัดที่ชื่อด็อกโซรูบิซินและโดซิแท็กซิน  การที่มันทำให้ยาเหล่านี้มีฤทธิ์มากขึ้นอาจเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดีก็ได้ แต่ในขณะที่ยังไม่มีข้อสรุปนี้จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงไปก่อนไม่ควรรับประทานแบล็กโคฮอชในขณะตั้งครรภ์จนกระทั่งคลอดและหลังจากนั้นควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น การรับประทานปริมาณมากอาจทำให้เกิดเป็นพิษได้

หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์และอยากอ่านเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม สามารถสนับสนุน ดร.เอิร์ล มินเดลล์ (ผู้แต่ง) พญ. ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล (แปล) ได้โดยการซื้อหนังสือวิตามินไบเบิล

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่