การกินเพื่อสุขภาพ

เมนูสมุนไพร ช่วยลดน้ำตาลในเลือด

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 14 นาที
Istock 517077183 %281%29 %281%29

เมนูสมุนไพร ช่วยลดน้ำตาลในเลือด

กระเพาะปลาผัดแห้ง


กระเพาะปลาทำมาจากถุงลมของปลาทะเลหลายชนิด มีหลายเกรด หลายราคา ถ้าเป็นปลาดุกจากทะเลน้ำลึก จะมีราคาแพงและคุณภาพดีมากไม่เหม็นหืน

กระเพาะปลามีโปรตีนสูง และไขมันสูงซึ่งเป็นไขมันดี สำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่ชื่นชอบกระเพาะปลา จะได้มีความสุขกับเมนูที่รสชาติถูกปากนี้อย่างไร โดยไม่ต้องกังวลน้ำตาลและไขมัน

ทำให้เมนูนี้ไม่เพิ่มไขมันมากเกินไปด้วยการแช่กระเพาะปลา ล้างและบีบให้ดี รวมทั้งไม่ต้องใช้กระเพาะปลามากด้วย แต่ถ้ากระเพาะปลาอย่างดี ไม่ต้องล้าง เพียงแต่ดับกลิ่นด้วยขิงและเหล้าจีน

พืชผักที่ลดน้ำตาลในเมนูนี้ คือ ขึ้นฉ่าย ผักกาดหอม พริกชี้ฟ้า ต้นหอม เส้นใยจากถั่วงอก กระเทียม และขิง

ในเมนูนี้มีเห็ดหอม กุ้ง ไข่ (หากผู้ป่วยต้องเน้นแต่ไข่ขาว จะเขี่ยไข่แดงให้สุนัขก็ได้) ดังนั้นจึงเพียบพร้อมด้วยสารอาหาร ส่วนแอลกอฮอล์ในเหล้าจีนจะระเหยไปเองเมื่อโดนความร้อน

          ส่วนผสม

          กระเพาะปลาแห้ง                        1        ขีด

          กุ้งสด                                         2        ตัว

          ไข่ไก่                                         2        ฟอง   

          (ถ้าไข่มันในเลือดสูง ควรเอาเฉพาะไข่ขาว)

          กระเทียมสับ                                2        ช้อนชา

          ขิงแห่หั่นแว่น                               1        ช้อนโต๊ะ

          ต้นหอมหั่นท่อน                           2        ช้อนโต๊ะ

          ผักชีหั่น                                       1        ช้อนโต๊ะ

          พริกชี้ฟ้าแดงหั่นยาว                     1        ช้อนโต๊ะ

          ถั่วงอก                                        ½       ถ้วยตวง

          ผักกาดหอม                                  6        ใบ

          น้ำมันรำข้าว                                  1        ช้อนโต๊ะ

          น้ำมันหอย                                    1        ช้อนโต๊ะ        

          น้ำมันงา                                       ½       ช้อนชา

          ซีอิ๊วขาว                                       1        ช้อนโต๊ะ

          พริกไทยป่น                                  ½       ช้อนชา

          เห็ดหอมแช่น้ำจนนุ่มแล้วหั่น         2        ช้อนโต๊ะ

          หญ้าหวานสกัด                             1        ช้อนชา

          เหล้าจีน                                       1        ช้อนโต๊ะ

          น้ำเปล่า                                       1        ถ้วย

วิธีทำ

  1. ตั้งน้ำให้ร้อน ใส่ขิงหั่นแว่นลงไป เดือดสักครู่ใส่กระเพาะปลาแห้ง คนให้ทั่ว เดือดอีกครั้งเติมเหล้าจีน รอจนกระเพาะปลาพอนุ่ม (อย่าให้เละ) ดมกลิ่นวาเหม็นหืนหรือไม่ ถ้าเหม็นให้บีบกระเพาะปลาให้สะเด็ดน้ำ นำกระเพาะปลาที่ได้มาล้างในน้ำสะอาดอีกครั้ง และบีบให้แห้งอีกทีจากนั้นหั่นเป็นชิ้นพอคำ
  2. นำเครื่องปรุงรสรวมกันใส่ถ้วย คือ น้ำมันหอย น้ำมันงา ซีอิ๊วขาว พริกไทย หญ้าหวานสกัด
  3. ตั้งกระทะบนเตาไฟให้ร้อน ค่อยเทน้ำมันลงไป ตามด้วยกระเทียมสับ เห็ดหอม ใส่กระเพาะปลาลงผัด แล้วตอกไข่ไก่ใส่ลงไป
  4. เขี่ยกระเพาะปลาวางไว้ข้างๆ กระทะ อย่าเพิ่งให้ปนกับไข่ไก่
  5. เมื่อไข่ไก่เริ่มเหนียวตัว จึงยีไข่ไก่ผัดรวมกับกระเพาะปลา ผัดให้ไข่แข้ง
  6. ใส่กุ้ง (หรือเนื้อปู่นึ่ง) เครื่องปรุงรสต่างๆ ผัดให้เข้ากัน ค่อยๆ ใส่น้ำเปล่าลงไป เหล้าจีน ใส่ถั่วงอก ต้นหอม ผัดให้เข้ากันไม่ต้องให้ผักสุกมาก
  7.  ปิดเตา ตักเสิร์ฟ โรยหน้าด้วยพริกไทยป่น พริกชี้ฟ้า รับประทานกับซอสเปรี้ยว

 

ทะเลผัดผงกะหรี่


อาหารทะเลที่อุดมด้วยโปรตีนไอโอดี แอสต้าแซนทีน (จากกุ้ง)มีหอมใหญ่ช่วยลดไขมัน ลดน้ำตาล และมีซีลีเนียมสูง ส่วนขึ้นฉ่ายให้ความหอม ลดน้ำตาลและไขมัน และเป็นเส้นใยช่วยให้ถ่ายคล่อง

          ส่วนผสม

           กุ้ง (แกะผ่าหลักควักไส้)        5        ตัว

          ปลาหมึกสดหั่น                     8        ชิ้น

          ไข่ไก่                                   1        ฟอง

          หอมหัวใหญ่หั่นแฉลบ           ½       ถ้วยตวง

          ขึ้นฉ่ายหั่นสั้น                      1        ถ้วยตวง

          ซีอิ๊วขาว                              1        ช้อนชา

          น้ำมันหอย                          ½       ช้อนโต๊ะ

          สารสกัดจากหญ้าหวาน       1        ซอง

          น้ำมันรำข้าว                        1        ช้อนโต๊ะ

          ผงกะหรี่                              ½       ช้อนโต๊ะ

          นมสดพร่องมันเนย                1        ช้อนโต๊ะ


วิธีทำ

  1. ใช้ไฟกลาง ตั้งกระทะให้ร้อน ค่อยใส่น้ำมันรำข้าว รอให้น้ำมันร้อน จึงใส่ปลาหมึกลงผัด ตามด้วยหอมหัวใหญ่
  2. ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย ผัดพอเข้ากัน
  3. ตอกไข่ไก่ลงไปผัด ตามด้วยผงกระหรี่ ครีม สารสกัดจากหญ้าหวาน ผัดให้เข้ากัน
  4. รอจนสุก โรยขึ้นฉ่ายลงไป ปิดเตา ตักใส่จาน


ข้าวผัดเบญจรงค์


เมนูนี้มีข้าวกล้อง ฟักทอง ผักชี กระเทียม ที่ช่วยลดน้ำตาลในเลือด มีสารอาหารหลากหลายจากผักหลายชนิด ครบถ้วนทั้งวิตามิน เกลือแร่ แป้ง โปรตีน ไขมันบีบมะนาว และรับประทานกับแตงกวา จะได้รับวิตามินซีเพิ่มซึ่งควรจะได้รับทุกมื้อ

          ส่วนผสม

          ข้าวสวย                             1 ½    ถ้วยตวง

          (ใช้ข้าวกล้อง แต่ถ้าผู้ป่วยไตวายควรใช้ข้าวขาว)

          เนื้อหมูหั่นบาง                      1        ขีด

          ตับหมู่หั่นบาง                       ½       ขีด

          ถั่วฝักยาวหั่นสั้น                    2        ช้อนโต๊ะ

          หอมใหญ่หั่นเต๋า                   2        ช้อนโต๊ะ

          มะเขือเทศหั่นเต๋าเล็กๆ         1        ช้อนโต๊ะ

          ฟักทองหั่นเล็กๆ                   2        ช้อนโต๊ะ

          ไข่ไก่                                  1        ฟอง

          กระเทียมสับ                        1        ช้อนโต๊ะ

          น้ำมันรำข้าว                        1        ช้อนโต๊ะ

          ผงปรุงรส                            ½       ช้อนชา

          ซีอิ๊วขาว                              ½       ช้อนชา

          น้ำปลา                              ½       ช้อนชา

          น้ำตาลทรายแค่หยิบมือ หรือไม่ใส่เลย   

          ต้นหอมซอย                        2        ช้อนโต๊ะ

          ผักชีโรยหน้า                       1        ต้น

วิธีทำ

  1. ใช้กระทะเทฟลอน ไฟกลาง ใส่น้ำมันเล็กน้อย เจียวกระเทียมสับ พอส่งกลิ่นหอม
  2. ใส่เนื้อหมู ตับ ลงผัด พอสุกดีแล้ว จึงใส่ผักที่สุกยากลงไปได้แก่ ถั่วฝักยาว มะเขือเทศ ฟักทอง ผัดสักครู่จึงใส่หอมใหญ่
  3. ผัดพอสุก จึงใส่ข้าวสวยลงไปผัด และปรุงรสด้วยผงปรุงรส ซีอิ๊วขาว น้ำปลา น้ำตาล
  4. จากนั้นแหวกข้าวกลางกระทะ เติมน้ำมันเล็กน้อย และตอกไข่ไก่ ผัดให้ไข่สุกยีเป็นชิ้นๆ เล็กๆ แล้วผัดให้เข้ากัน
  5. รอให้เม็ดข้าวเด้งมีเสียงดัง แสดงว่าผัดได้ที่แล้ว จึงตักใส่จาน โรยผักชีหั่น ต้นหอมหั่น รับประทานกับแตงกวาหั่นชิ้น และบีบมะนาว พริกหั่นได้ตามชอบ


ต้มโคล้งปลาดุกย่าง


เมนูนี้อุดมด้วยโปรตีน ฤดูหลังเก็บเกี่ยวเป็นช่วงที่ปลาท้องนาราคาถูก นำมาต้มโค้ลงกับเห็ดฟาง เห็ดนางฟ้าที่มีขายอยู่ทุกวันได้ พร้อมสรรพคุณสมุนไพรบำรุงกำลัง ช่วยย่อยอาหาร ขับลม แก้ท้องอืด และวิตามินซีจากยอดมะขามอ่อน

          ส่วนผสม

            ปลาดุกขนาดกลาง              1        ตัว

          ตะไคร้หั่นท่อน                     ¼       ถ้วยตวง

          ข่าอ่อนหั่นแว่น                     6        แว่น

          ใบมะกรูดฉีก                        3        ใบ

          กระชายหั่นเส้น                     2        ช้อนโต๊ะ

          หอมแดงบุบ                        4        หัว

          ใบกะเพรา                          2        ช้อนโต๊ะ

          ใบมะขามอ่อน                      2        ช้อนโต๊ะ

          เห็ดนางฟ้า                         ½       ถ้วยตวง

          เห็ดฟาง                              1        ถ้วยตวง

          น้ำปลา                               1        ช้อนโต๊ะ

          น้ำมะขามเปียก                     1        ช้อนโต๊ะ

          น้ำซุป หรือน้ำเปล่าๆ               2        ถ้วยตวง

วิธีทำ

  1. นำปลาดุกไปย่างพอสุกแล้วแกะเนื้อออกเป็นชิ้นๆ
  2. ต้มน้ำพร้อมกับเครื่องเทศ คือ ตะไคร้บุบ ข่าอ่อน กระชาย หอมแดง ให้เดือดพล่านสักครู่
  3. ใส่เห็ดนางฟ้า เห็ดฟาง ลงต้มพอเดือดพล่านสักครู่ ปรุงรสให้ได้ตามที่ต้องการ เค็ม เปรี้ยว เผ็ด ด้วยน้ำปลา น้ำมะขามเปียก
  4. สุกได้ที่แล้วใส่ในใบมะขามอ่อน ใบมะกรูด ใบกะเพรา เป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนยกลง

บางแห่งต้มโคล้งปลากรอบโดยไม่ได้ใส่ผักลงไปด้วย วิธีทำคือเอาน้ำเปล่าตั้งไฟ ใส่หอมแดงเผา ตะไคร้ลงไปต้มจนน้ำเดือด จากนั้นใส่ปลากรอบย่างไฟอ่อน หรืออบก็ได้ตามลงไปให้ปลาอมน้ำแกงไว้สักพัก แล้วปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะขามเปียก น้ำมะนาว ชิมรสให้เปรี้ยวเผ็ดตามใจ จากนั้นโรยใบมะกรูด พริกแห้งทด ยกลงเสิร์ฟร้อนๆ

 

ต้มโคล้งปลาทอด


เมนูสูตรนี้แตกต่างเมนูต้มโคล้งก่อนหน้าคือ จะไม่ใส่กระชาย และเอาหอมแดงและพริกแห้งไปเผา และไม่ใส่กะเพรา แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้ มีเหมือนๆ กันก็เช่น ยอดมะขาม ตะไคร้ ใบมะกรูด พริกแห้ง และเห็ดส่วนปลานั้นจะใช้ปลาชนิดอื่นๆ ก็ได้ ปลาแห้งก็ได้ตามสะดวกแต่คุณค่าน้อยกว่าปลาสดแน่นอน

ส่วนผสม

            ปลากะพงหั่นเป็นท่อน 400 กรัม      1        ตัว

          ตะไคร้บุบหั่นท่อน                           1        ต้น

          ข่าอ่อนหั่นเป็นแว่น                          4        แว่น

          ใบมะกรูดฉีก                                 3        ใบ

          หัวหอมเผา                                   5        หัว

          น้ำมะจาว                                     2        ช้อนโต๊ะ

          น้ำปลา                                        1        ช้อนโต๊ะ

          พริกแห้งเผา                                 4        เม็ด

          ยอดมะขามอ่อน                            ½       ถ้วยตวง

          ข้าวโพดอ่อนหั่นแฉลบ                   1        ถ้วยตวง

          เห็ดฟางผ่าครึ่ง                              1        ถ้วยตวง

          น้ำซุป หรือน้ำเปล่า                        2        ถ้วยตวง

วิธีทำ

  1. ขอดเกล็ด ล้างทำความสะอาดปลา หั่นเป็นท่อน แล้วนำปลามาทอดพอเหลือง พักไว้
  2. น้ำซุปตั้งไฟ ใส่น้ำมะขาม หอมเผา พริกเผา ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด พอเดือดพล่าน จึงใส่ปลาทอด
  3. พอเดือดจัดใส่ข้าวโพดอ่อน เห็ด เดือดอีกครั้งปรุงรสด้วยน้ำปลา ชิมให้ออกรสเค็ม เปรี้ยว เผ็ด
  4. ใส่ยอดมะขามอ่อน พอผักสุกยกลง ถ้ารสเผ็ดยังไม่พอให้ทุบพริกขี้หนูสวนใส่ อ่อนเปรี้ยวก็เติมน้ำมะนาวลงไป


ต้มจับฉ่ายกระดูกหมู


ต้มจับฉ่ายอาจจะด้อยวิตามิน เกลือแร่ ไปค่อนข้างมากจากการที่ต้องต้มเคี่ยวนานจนผักเปื่อย แต่รสชาติดีจากน้ำซุปผักและน้ำซุปกระดูกหมูที่มีแคลเซียมละลายออกมาด้วย ข้อต่อกระดูกอ่อนจะมีคอลลาเจนละลายออกมาด้วย จึงไม่ควรมองข้ามเมนูนี้ มื้อนี้ต้องเสริมอาหารจำพวกผักสด ผลไม้สด หรือดื่มน้ำผลไม้ด้วย จึงจะได้สารอาหารครบถ้วน

          ส่วนผสม

          กระหล่ำปลีหั่นท่อน                                       1        ถ้วยตวง

          หัวไช้เท้าปอกเปลือกผ้าสี่หั่นท่อน                  1        ถ้วยตวง

          ผักคะน้าหั่นท่อน 1 นิ้ว                                    1        ถ้วยตวง

          กระดูกซี่โครงหั่นท่อน                                    2        ถ้วยตวง

          เต้าหู้เหลืองทอด                                           1        แผ่น หั่นแปดชิ้น

          กระเทียม                                                       1-2     หัว

          พริกไทย                                                       6        เม็ด

          ซีอิ๊วขาว                                                         1        ช้อนโต๊ะ

          น้ำตาล                                                          1/2     ช้อนชา

          เกลือ                                                              1        ช้อนชา

          น้ำเปล่า                                                         3        ถ้วยตวง

วิธีทำ

  1. โขลกพริกไทยให้ละเอียดอ่อน ตามด้วยกระเทียมพอแหลก นำไปผัดกับผักต่างๆ
  2. ตั้งหม้อต้มน้ำใส่เกลือ กระดูกหมู พอเดือดช้อนฟองออกเรื่อยๆ
  3. นำผักที่ผัดไว้ใส่ลงต้มกับกระดูกหมู
  4. ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตาล เกลือ เคี่ยวไฟอ่อนพอสุก ยกหม้อลง รับประทานร้อนๆ กับข้าวกล้อง หรือข้าวต้ม


ต้มจืดตำลึงเลือดหมู


เมนูนี้เด่นในเรื่องธาตุเหล็กจากเลือดหมู ซึ่งร่างกายดูดซึมเหล็กได้ง่ายกว่าเหล็กจากพืช เหมาะสำหรับเบาหวานที่มีโลหิตจาง แต่ควรจำกัดปริมาณเลือดด้วย

ส่วนขมิ้น กระเทียม ผักชี ผักชีฝรั่ง แตงกว่า ช่วยลดน้ำตาลและให้สรรพคุณสมุนไพรด้วย เช่น สะระแหน่ช่วยขับลมในท้อง ตำลึงนั้นเป็นแหล่งคลอโรฟิลล์และวิตามินเอ แคลเซียม

          ส่วนผสม

          ตำลึง                                    2        ถ้วยตวง

          หมูสับปั้นก้อนเล็กๆ                ½       ถ้วยตวง

          เลือดหมูนิ่มๆ หั่นสี่เหลี่ยม        ¼       ถ้วยตวง

          น้ำซุป หรือ น้ำเปล่า                3        ถ้วยตวง

          ซุปหมูก้อน                             1        ก้อน

          น้ำปลา                                    2        ช้อนชา

          น้ำมันมะพร้าวสำหรับเจียว

          กระเทียมโขกสับ หรือโขลก      2        ช้อนโต๊ะ

          ขึ้นฉ่ายหั่น                               2        ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ปรุงรสหมูสับด้วยน้ำปลา พริกไทยป่น กระเทียมสับเล็กน้อย
  2. เจียวกระเทียมในน้ำมันพืชให้เหลืองหอม
  3. ต้มน้ำ ใส่ซุปหมูก้อน น้ำเดือดจัดจึงใส่หมูสับปั้นด้วยช้อนพอเป็นก้อนเล็กๆ ใส่เลือดหมู ต้มทิ้งไว้สักพักให้รสชาติซึมเข้าเนื้อและลดกลิ่นคาว
  4. ปรุงรสด้วยน้ำปลา เดือดอีกครั้งใส่ตำลึง ขึ้นฉ่าย ชิมรส
  5. โรยกระเทียมเจียว พริกไทยป่น รับประทานรอนๆ กับข้าวต้มหรือข้าวสวย

 

ก๋วยเตี๋ยวยำผักสด


เมนูนี้ทำง่ายๆ อุดมด้วยผักคุณค่าจากผักสดนานาชนิด ให้ได้เลือกใช้ตามที่มีอยู่ในครัว ซึ่งมีสมุนไพรที่ช่วยลดน้ำตาล คือ ผักสมุนไพรต่างๆ ในเมนูนี้

ส่วนผสมน้ำยำ

          กระเทียม                           5        กลีบ

          พริกชี้ฟ้า                            5        เม็ด

          น้ำส้มสายชู                        1        ช้อนโต๊ะ

          น้ำมะนาว                           1        ช้อนโต๊ะ

          น้ำตาลเทียม                       1        ซอง

          เกลือเล็กน้อย

วิธีทำน้ำยำ

ตำ หรือปี่นพริกชี้ฟ้ากับกระเทียมจนละเอียด ใส่น้ำส้มสายชู มะนาว น้ำตาลเทียม เกลือ คนจนละลาย ชิมให้มีรสเผ็ด เปรี้ยว หวาน

ส่วนผสมก๋วยเตี๋ยว

          ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่นึ่ง              150     กรัม

          กุ้งสดสับหยาบ                     ½       ถ้วยตวง

          ผงขมิ้น                              ½       ช้อนชา

          น้ำปลา                              1        ช้อนชา

ผักสดต่างๆ หั่นฝอยจำนวนพอเหมาะ เช่น ผักกาดหอม แครอท แตงกวาขูดฝอย ผักชีฝรั่ง ผักชี ใบสะระแหน่ เม็ดมะม่วงหิมพานต์สับหยาบ

วิธีทำ

1. ใส่ผงขมิ้น น้ำปลา ลงในกุ้ง คลุกให้เข้ากัน พักไว้สักครู่ แล้วนำไปผัดในน้ำมันน้อยๆ จนสุก ตักขึ้นพักไว้

2. จัดก๋วยเตี๋ยวใส่จาน โรยผักต่างๆ ที่หั่นไว้ และเนื้อกุ้ง ราดน้ำยำและโรยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ตกแต่งด้วยผักให้สวยงาม


เมี่ยงกระทงทอง


เมนูนี้อาจจะมีแป้งและน้ำมันมากเกินไปด้วยกระทงทอง สำหรับผู้ป่วยเบาหวานอาการไม่รุนแรงก็รับประทานได้ ส่วนคนที่จำกัดน้ำตาลและไขมันอย่างเคร่งครัด ควรที่จะเลือกใช้ใบคะน้า ใบผักกาดหอม หรือใบชะพลูมาแทน ซึ่งให้ความหอมและวิตามิน เกลือแร่ด้วย

ส่วนผสมและวิธีทำเครื่องเมี่ยง

          มะพร้าวหั่นเล็กๆ คั่วให้หอม             ¼       ถ้วยตวง

          พริกชี้ฟ้าหั่นเล็กๆ                           ¼       ถ้วยตวง

          ขิงหั่นสี่เหลี่ยมเล็กๆ                        ¼       ถ้วยตวง

          มะนาวหั่นเล็ก                                ¼       ถ้วยตวง

          ถั่วลิสงคั่วให้หอม                            ¼       ถ้วยตวง

          หอมหัวแดงหั่นเล็ก                          ¼       ถ้วยตวง

ส่วนผสมน้ำเมี่ยง

น้ำตาลปี๊บ                                    1/2     ถ้วยตวง

น้ำปลา                                        3        ช้อนโต๊ะ

น้ำเปล่า                                       3        ช้อนโต๊ะ

ตะไคร้หั่น (เอาเฉพาะโคนต้น)            2        ต้น

หอมแดง                                     3        หัว

ข่าสับเล็กๆ                                   2        ช้อนโต๊ะ

กะปิ                                           2        ช้อนชา

กุ้งแห้งป่นละเอียด                          1/4     ถ้วยตวง

มะพร้าวที่คั่วไว้แบ่งมาสับให้เล็กๆ สัก    1/4     ถ้วยตวง

วิธีทำเมี่ยง

  1. โขลกหอมแดง ข่า ตะไคร้เข้าด้วยกันให้ละเอียด ใส่กะปิโขลกให้เข้ากันพักไว้ก่อน
  2. นำน้ำตาล น้ำปลา น้ำเปล่าใส่ลงในหม้อ เคี่ยวให้ข้นเหนียวเล็กน้อย
  3. เมื่อเคี่ยวน้ำตาลข้นดีแล้ว ให้นำเครื่องตะไคร้ที่โขลกไว้ลงไปในหม้อ คนให้เข้ากันใส่มะพร้าว ตามด้วยกุ้งแห้ง เคี่ยวส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน จนส่วนผสมเหนียวข้นดี ชิมรสดู

 

ส่วนผสมกระทงทอง

แป้งข้าวเจ้า                          1/2     ถ้วยตวง บวกอีก 1 ช้อนโต๊ะ

แป้งสาลีอเนกประสงค์          1/2     ถ้วย บวกอีก 1 ช้อนโต๊ะ

ไข่แดง                                  1        ฟอง

น้ำปูนใส                                1        ถ้วยตวง

หัวกะทิ                                  4        ช้อนโต๊ะ

เกลือ                                   1/2     ช้อนชา

วิธีทำ

  1. นำแป้งสองชนิด เกลือใส่ในอ่างผสม
  2. ใส่ไข่แดง ใช้ไม้พาย หรือตะกร้อมือคนให้เข้ากันแล้วค่อยๆ เท กะทิลงไปคนพอให้เข้ากันจากนั้นค่อยๆ เทน้ำปูนใสลงไป ใช้ไม้พายคนส่วนผสมให้เข้ากันแล้วก็นำไปเตรียมทอด
  3. ใส่น้ำมันลงไปในหม้อก้นลึก ใช้ไฟกลางค่อนข้างอ่อน ใส่พิมพ์กับกระดาษซับน้ำมัน แล้วจุ่มแป้งแค่พอถึงขอบๆ พิมพ์จากนั้นก็เอาจุ่มทอดลงในน้ำมันที่ร้อน อย่าเพิ่งจุ่มให้มิด นับไปประมาณ 6 วินาทีแล้วค่อยๆ จุ่มให้มิด
  4. พอแป้งสุกอยู่ตัวดีแล้ว ก็ให้ค่อยๆ แชะกระทงทองออก เมื่อทอดกระทงทองเสร็จในแต่ละครั้ง ให้เช็ดก้นพิมพ์ด้วยทุกครั้ง ส่วนผสมแป้งนั้นก็ค่อยคนเป็นระยะเพื่อป้องกันการนอนก้น


 น้ำเต้าหู้งาหญ้าหวาน

  • น้ำเต้าหู้เป็นเครื่องดื่มหาง่ายในท้องตลาดและซูเปอร์มาเก็ต แต่มักมีรสหวาน จึงไม่ค่อยเหมาะกับผู้ป่วยเบาหวานที่ระดับน้ำตาลยังสูงมาก
  • การทำน้ำเต้าหู้ไว้รับประทานเอง ทำได้ไม่ยาก กำหนดปริมาณน้ำตาลได้ตามความต้องการ รวมทั้งจะใส่น้ำแครอต น้ำใบเตย หรืองาดำคั่วบดผสมลงไปด้วยเท่าไรก็ได้ตามชอบ ซึ่งจะได้สรรพคุณนั้นๆ ของสมุนไพร
  • สามารถชงหญ้าหวานแบบชงชา ให้ได้น้ำหวานสำหรับปรุงแต่ง รสน้ำเต้าหู้ได้ หรือจะใช้น้ำตาลเทียมร่วมด้วยก็ได้ เพียงแต่น้ำตาลเทียมควรใช้ที่อุณหภูมิที่ไม่ร้อนจัด
  • เมนูนี้มีสมุนไพรถั่วเหลือง กระตุ้นการหลั่งอินซูลิน จึงช่วยลดน้ำตาลในเลือด ส่วนใบเตยหอมก็ช่วยลดน้ำตาลด้วย

ส่วนผสม

ถั่วเหลืองผ่าซีก         1        ถ้วยตวง

ถั่วลิสง                     1        ช้อนโต๊ะ

งาดำคั่วบด               1 - 3     ช้อนโต๊ะ

น้ำสะอาด                 4        ถ้วยตวง

น้ำตาลทรายเล็กน้อย และหญ้าหวาน หรือน้ำตาลเทียมตามชอบ


ลูกเดือยต้มเปื่อยถั่วแดงต้มเปื่อย

วิธีทำ

  1. ล้างถั่วเหลือง แช่น้ำสะอาดให้ท่วมประมาณ 2 นิ้ว นาน 3-4 ชั่วโมง ถั่วจะบานออกเต็มที่ กรองด้วยกระชอนเอาแต่ถั่วเหลือง การใช้ถั่วลิสงจะช่วยดับกลิ่นถั่วเหลืองและทำให้ได้กรดอะมิโนครบถ้วน ส่วนงาดำให้แคลเซียมสูงมาก
  2. นำถั่วเหลืองปั่นกับน้ำ 4 ถ้วยตวง จนละเอียดกรองด้วยผ้าขาวบางใส่หม้อต้ม อย่ามีเศษตะกอนติดมาด้วย
  3. ตั้งไฟกลาง เมื่อน้ำเดือดแล้วเติมเกลือป่น ใบเตยมัดลงไปต้มด้วยให้มีกลิ่นหอม
  4. ช่วงแรกระวังจะมีฟองมากจนล้นหม้อ จึงไม่ควรใช้ไฟแรงและอย่าปิดฝาหม้อ และต้องคอยคน สักพักฟองจะน้อยลงไปเอง ต้มไฟอ่อนๆ นาน 15-20 นาที
  5. ยกลงจากเตา แล้วค่อยเติมหญ้าหวาน หรือน้ำตาลเทียม รับประทานกับถั่วแดงและลูกเดือย เพิ่มคุณค่าสารอาหารและเส้นใยอาหาร

  

น้ำขึ้นฉ่าย สะระแหน่


เครื่องดื่มแก้วนี้ ช่วยลดน้ำตาล ขับลม ช่วยระบายลดไขมันในเลือด มีเอนไซม์ ช่วยฟอกเลือดให้สะอาด ทั้งยังมีวิตามินเอสูง แคลเซียมและเหล็กสูง

 

ส่วนผสม

ใบและต้นขึ้นฉ่าย                            2        ต้น

สะระแหน่                                      1/2     ถ้วยตวง

น้ำมะนาว                                     2        ช้อนชา

น้ำผึ้ง                                            2        ช้อนชา

หรือน้ำผึ้งเล็กน้อยผสมหญ้าหวาน

น้ำสะอาด                                     ½       ถ้วยตวง

วิธีทำ

  1. ล้างขึ้นฉ่ายและสะระแหน่ให้สะอาด สับละเอียดแล้วตำ จากนั้นกรองด้วยผ้าขาวบาง
  2. ผสมด้วยน้ำมะนาวคั้นสด ตามด้วยน้ำผึ้ง คนให้เข้ากัน ดื่มทันทีไม่ทิ้งไว้เกิน 30 นาที

 คุณสามารถอ่านข้อมูลดีๆมีประโยชน์แบบนี้ได้เพิ่มเติมที่หนังสือ "โภชนาการ-เมนู เพื่อผู้ป่วยเบาหวาน" โดยวลัยลักษณ์ จากสำนักพิมพ์ Feel Good เพื่อสนับสนุนผู้แต่ง 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่