ภาวะไขมันพอกที่ตับในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มี.ค. 19, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 160,149 คน

ภาวะไขมันพอกที่ตับ (hepatic lipidosis หรือ fatty liver) เป็นหนึ่งในภาวะที่รุนแรงอย่างมากในแมว เนื่องจากตับเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดในการสังเคราะห์และเก็บสารอาหาร ทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรตและไขมัน รวมถึงการกำจัดสารพิษในร่างกาย และการสร้างสารที่ช่วยในการแข็งตัวของเลือด เนื่องจากตับมีหน้าที่อย่างมากมายในสัตว์ ภาวะที่ตับสามารถทำงานได้จึงมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูง

ในช่วงที่ร่างกายกำลังหิวหรือขาดสารอาหาร เซลล์ไขมันทั้งหลายจะสลายเอาไขมันออกมาและเก็บอยู่ในรูปของไขมันที่เกาะกับโปรตีน (lipoprotein) และนำมาเก็บไว้ที่ตับ เพื่อเป็นแหล่งพลังงานสำรอง แต่แมวนั้นมีสภาพตับที่ไม่สามารถรับความสามารถในการเก็บสาร lipoprotein นี้ได้มาก ทำให้ไขมันที่เข้ามาพอกกลับกลายเป็นไปลดการทำงานของตับทั้งหมดแทน เมื่อตับไม่สารถทำงานได้ แมวก็จะป่วย ไม่ทานอาหาร ก็จะมีไขมันมาพอกมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นวงจรอุบาทว์เช่นนี้ จนกระทั่งก่อให้เกิดอาการวิกฤตต่างๆตามมาได้

แมวเป็นสัตว์กินเนื้อตามธรรมชาติ จึงมีความต้องการของโปรตีนค่อนข้างสูง การขาดอาหารไปเพียงแค่ไม่กี่วันก็สามารถเกิดปัญหาไขมันพอกที่ตับได้แล้ว ในภาวะป่วยจากโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคของฮอร์โมน เช่น เบาหวาน (diabetes) ตับอ่อนอักเสบ (pancreatitis) โรคคุชชิ่ง (Cushing’s syndrome) หรือเกิดสภาวะเครียด หากแมวไม่ได้รับการกินอาหารก็จะเกิดอันตรายอย่างที่ได้กล่าวมาข้างต้นอย่างแน่นอน

อาการของโรค

ตับเป็นอวัยวะที่สำคัญและทำหน้าที่มากมายในร่างกาย ดังนั้นอาการจะหลากหลายมาก แต่ที่สำคัญมากที่สุดที่สามารถเห็นได้อย่างแรกคือภาวะ ดีซ่าน (jaundice) เนื่องจากน้ำดีที่สร้างที่ตับจากการทำลายเม็ดเลือดแดง จะไม่ถูกเปลี่ยนไปเป็นชนิดที่ละลายน้ำได้ ทำให้เกิดการไหลย้อนกลับเข้ากระแสเลือด และมีสีของสารที่เรียกว่า bilirubin ซึ่งเป็นสีเหลืองเป็นปริมาณมาก จะเห็นแมวมีภาวะตัวเหลือง เยื่อเมืองทั่วร่างกายเป็นสีเหลือง อาหารไม่ย่อยเพราะไม่มีการสร้างเอนไซม์บางชนิดออกมา ทำให้เกิดปัญหาของทางเดินอาหาร เช่น อาเจียน และท้องเสีย มีการสะสมของกรดอะมิโนมากมายซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนไปเป้นยูเรียได้ ทำให้สารเหล่านี้ไปรบกวนการทำงานของสมอง เกิดภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากตับเป็นพิษ (hepatic encephalopathy) ได้แก่อาการ ชัก ซึม ไม่ทานอาหาร ผอมแห้ง เป็นต้น อาจเกิดรอยเลือดใต้ชั้นผิวหนัง เนื่องจากการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ ภาวะโลหิตจาง ฯลฯ

การวินิจฉัย

การวินิจฉัยว่าตับมีปัญหานั้นสามารถทำได้คร่าวๆ โดยการตรวจเลือด เพื่อดูค่าชีวเคมี โดยมีเอนไซม์สารหลายๆชนิดที่บ่งบอกถึงความเสียของเซลล์ตับและการทำงานของเซลล์ตับที่ลดลง และยังมักพบค่าของปริมาณเซลล์เม็ดเลือดแดงที่อาจลดลงเนื่องจากไม่สามารถถูกทำลายที่ตับได้นั่นเอง การตรวจเลือดจะทำได้เพียงบอกแค่ว่าสภาพตับนั้นมีภาวะแย่หรือเกิดภาวะตับวายแล้วหรือยัง ไม่สามารถวินิจฉัยยืนยันว่าเกิดภาวะไขมันพอกได้ จำเป็นต้องทำการตรวจเพิ่มด้วยการทำอัลตร้าซาวด์ ซึ่งจะสามารถเห็นลักษณะของตับที่มีสารเข้ามาแทรก แต่ถ้าจะวินิจฉัยยืนยันอาจต้องทำการเก็บเซลล์ตับมาตรวจเพื่อบ่งบอกถึงภาวะนี้ได้

การรักษา

ตับเป็นอวัยวะที่มีการฟื้นฟูตัวเองได้ นั่นหมายความว่าถึงแม้จะถูกทำลายไปบางส่วนก็จะสามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติหากกำจัดสาเหตุไปได้ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรักษาโรคที่เป็นปัจจัยโน้มนำ ได้แก่โรคทางฮอร์โมน อย่างไรก็ตามโรคเหล่านี้มักทำให้ไขมันพอกที่ตับเรื่อยๆไม่สามารถกำจัดออกไปได้หมดอยู่ดี แต่หากเกิดจากสาเหตุของการได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ จำเป็นที่จะต้องทำให้แมวกลับมาทานอาหารได้อย่างปกติ ซึ่งในช่วงที่ตับทำงานผิดปกติไปการเลือกอาหารก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะตับไม่สามารถสร้างเอนไซม์หรือน้ำดีมาย่อยสารจำพวกไขมันแล้ว อาหารที่ดีควรมีไขมันต่ำ แต่เน้นปริมาณสารจำพวกคาร์โบไฮเดรต กากใย หรือโปรตีนมากขึ้น ส่วนสภาวะอื่นๆที่เกิดความผิดปกติก็จะถูกรักษาตามอาการต่อไป ไม่ว่าจะเรื่องการให้ยาลดอาเจียน หรือยาบำรุงตับเพื่อช่วยให้ตับมีการฟื้นฟูเซลล์ได้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามหากตับถูกทำลายไปปริมาณมากแล้ว มักจะเกิดภาวะที่เรียกว่า ตับแข็ง (cirrhosis) ซึ่งเมื่อถึงจุดนี้แล้วก็จะไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาให้ทำงานได้เหมือนคน

การดูแลและจัดการ

ในช่วงแรกของการรักษา เจ้าของอาจต้องทำการป้อนอาหารแมว เนื่องจากน้องแมวจะมีอาการเบื่ออาหารอย่างมาก แต่อย่างที่ได้กล่าวไปว่าหากไม่ได้รับอาหาร สาเหตุก็จะไม่ถูกกำจัดไปอยู่ดี ต้องป้อนไปเรื่อยๆจนกระทั่งแมวเริ่มกลับมาทานอาหารได้เอง จึงจะบ่งบอกได้ว่าแมวมีอาการดีขึ้น ส่วนในกรณีของเจ้าของที่สังเกตเห็นอาการของแมวที่เริ่มผิดปกติ มักจะเริ่มจากการไม่ทานอาหาร ให้รีบพาไปหาสัตวแพทย์เพื่อแก้ไขปัญหา ก่อนที่จะเกิดภาวะไขมันพอกที่ตับตามมาได้

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม