ภาวะเลือดออกง่ายจากเกล็ดเลือดต่ำชนิดไม่ทราบสาเหตุ (Idiopathic or Immunologic Thrombocytopenic Purpura ;ITP)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ม.ค. 23, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 1 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 484,915 คน

ความหมาย เป็นภาวะที่มีเลือดออกใต้ผิวหนังและเยื่อบุเนื่องจากเกล็ดเลือดมีชีวิตสั้นกว่าปกติ 1 ถึง 3 วัน หรือน้อยกว่าเพราะถูกทำลายโดยแอนติบอดีในเลือด หรือกล่าวได้ว่าเป็นภาวะที่มีเกล็ดเลือดน้อยกว่า 150,000 เซลล์/ไมโครลิตร (ค่าปกติ = 200,000-400,000 เซลล์/ไมโครลิตร) ทำให้พบลักษณะเลือดออกใต้ผิวหนัง

สาเหตุ เกิดขึ้นเองโดยไม่ทราบสาเหตุ

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

พยาธิสรีรภาพ ในภาวะปกติ เกล็ดเลือดมีหน้าที่เสริมความแข็งแรงของเยื่อบุหลอดเลือด เมื่อมรการฉีกขาดของหลอดเลือด เกล็ดเลือดจะเกาะกันเป็นกลุ่มเกิดเป็น Platelet plug เพื่ออุดหลอดเลือดที่ฉีกขาด และหลั่งสารที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลไกการห้ามเลือดได้แก่ สาร Adencsine diphosphate (ADP) ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกล็ดเลือดมาเกาะกลุ่มกัน สารซีโรโตนิน (Serotonin) ซึ่งทำให้หลอดเลือดทดตัวปิดรอยฉีกขาด และ Platelet factor 3 ซึ่งเป็นสารที่กระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาการแข็งตัวของเลือด เมื่อมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำเกิดขึ้นด้วยสาเหตุใด ๆ ก็ตาม จะทำให้ความแข็งแรงของหลอดเลือดลดลง หลอดเลือดฉีกขาดทำให้มีการเสียเลือดซึ่งขึ้นกับความรุนแรงของภาวะเกล็ดเลือดต่ำ และทำให้เลือดหยุดยากเนื่องจากเกล็ดเลือดที่มีอยู่น้อยไม่สามารถเกาะกลุ่มกัน

อาการ มีอาการเลือดออกในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น มีเลือดออกตามผิวหนังเป็นจุดเลือดหรือจ้ำเลือด มักมีเลือดออกจากเยื่อบุจมูก ไรฟัน ถ่ายเป็นเลือด มีเลือดออกที่เยื่อบุตาหรือในจอตา มีประจำเดือนมากกว่าปกติ หากเป็นรุนแรงจะมีเลือดออกที่ลิ้น หลอดอาหาร ลาริงซ์ หรือช่องสายเสียง

การวินิจฉัย จะพบจำนวนเกล็ดเลือดต่ำมากจนไม่พบเลย จำนวนของเกล็ดเลือดสัมพันธ์กับอาการเลือดออก เลือดจะไม่ออกนอกจากเกล็ดเลือดต่ำกว่า 60,000 ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร และเจาะไขกระดูกจะพบว่าเกล็ดเลือดตัวอ่อนในไขกระดูกมีจำนวนปกติหรือเพิ่มขึ้นเป็นตัวอ่อนซึ่งมีหนึ่งนิวเคลียสมีแกรนนูลเล็กน้อยในไซโตพลาสซึม เพื่อหาโรคที่เป็นสาเหตุ

การรักษา รักษาตามอาการและปัญหาที่พบ ได้แก่ ให้เลือดและเกล็ดเลือดทดแทนเมื่อมีภาวะเลือดออกให้สเตียรอยด์จะช่วยลดความเปราะของหลอดเลือดและจำนวนเกล็ดเลือดจะเพิ่มขึ้น เปลี่ยนถ่ายพลาสมาและตัดม้าม

การพยาบาล ดูแลไม่ให้เกิดภาวะเนื้อเยื่อพร่องออกซิเจนโดยให้นอนพักบนเตียง สังเกตจำนวนจุดและจ้ำเลือดว่าเพิ่มขึ้นหรือลดลง ป้องกันท้องผูกโดยให้ดื่มน้ำมาก ๆ แก้ไขภาวะติดเชื้อ ภาวะแทรกซ้อนจากการให้เลือด และลดความวิตกกังวล

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความก่อนหน้า
ภาวะซีดจากภูมิต้านทานตนเองทำลายเม็ดเลือดแดง
ภาวะซีดจากภูมิต้านทานตนเองทำลายเม็ดเลือดแดง
บทความต่อไป
โรคฮีโมฟีเลีย
โรคฮีโมฟีเลีย

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่