ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก (Iron-deficiency anemia)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ม.ค. 23, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,116,471 คน

ความหมาย เป็นภาวะชนิดที่ร่างกายสร้างเม็ดเลือดได้น้อยลง เนื่องจากได้รับธาตุเหล็ก (ซึ่งเป็นสารที่จำเป็นในการสร้างเม็ดเลือดแดง) ไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย

สาเหตุ มีการสะสมธาตุเหล็กน้อยกว่าปกติ เช่น หญิงตั้งครรภ์ช่วง 3 เดือนสุดท้าย คลอดก่อนกำหนด ครรภ์แฝด รกเกาะต่ำ รกคลอดก่อน ผู้ที่ได้รับอาหารไม่พอ การดูดซึมของลำไส้ไม่ดี เสียเลือดจากริดสีดวงทวาร มีประจำเดือนมากจากเนื้องอกมดลูก เยื่อบุมดลูกเจริญผิดปกติ มีแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ เสียเลือดในทางเดินอาหารเนื่องจากยา เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด แอสไพริน สเตียรอยด์ เป็นต้น เนื่องจากมีเนื้องอก มะเร็ง เส้นเลือดขอดแตก มีพยาธิปากขอ

โฆษณาจาก HonestDocs
อย่ารอสุขภาพดี! คุณเริ่มได้วันนี้ แค่คลิก

เลือกดูสินค้าและบริการสุขภาพดีๆที่เราคัดมาให้ที่ Health Shop

Nurse in the hospital picture id681654226

พยาธิสรีรภาพ เมื่อมีการสูญเสียธาตุเหล็กออกจากร่างกายมากกว่าปริมาณที่ควรได้รับจะทำให้ร่างกายมีธาตุเหล็กไม่เพียงพอ ระบบทางเดินอาหารจะเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก เพื่อทดแทนจำนวนธาตุเหล็กที่สลายออกจากแหล่งสะสมในเนื้อเยื่อเพื่อนำมาสังเคราะห์ฮีโมโกลบิน หากเหล็กที่เก็บสะสมไว้ถูกนำมาใช้จนหมดจะส่งผลให้ระดับฮีโมโกลบินลดลง การนำออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกายลดลง ในระยะแรกผู้ป่วยจะยังไม่ซีดและไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ ต่อมาเมื่อมีการขาดธาตุเหล็กมากขึ้นจนถึงระดับหนึ่งผู้ป่วยจะมีการเปลี่ยนแปลงของเม็ดเลือดแดง คือ เม็ดเลือดแดงมีขนาดเล็กลงติดสีจางลง ระดับฮีโมโกลบินลดลง เมื่อผู้ป่วยซีดมากขึ้น จะเริ่มมีอาการซึ่งเป็นผลจากภาวะเลือดจาง เช่น เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย วิงเวียน เป็นต้น หากซีดมาก ๆ อาจมีอาการของภาวะหัวใจล้มเหลวร่วมด้วย และมีอาการมึงงง สับสน การขาดธาตุเหล็กจะมีผลต่ออวัยวะอื่น ๆ เช่น เล็บอ่อนแบนหรือเป็นรูปซ้อน (Koilonychia) มุมปากอักเสบ (Angular stomatitis) ลิ้นเลี่ยน (Glossitis) อาจมีอาการกลืนลำบาก ทำให้จำนวน T-lymphocyte ลดลง ทำให้ความสามารถในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียลดลง มีอัตราการตายของมารดาและทารกสูงขึ้น ทารกมีน้ำหนักน้อยกว่าปกติ มีการคลอดก่อนกำหนดเพิ่มขึ้น มีการเจริญเติบโตและมีพัฒนาการช้ากว่าปกติ

อาการ มีอาการซีด อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ปวดหรือวิงเวียนศีรษะ ง่วงซึม ชีพจรเร็ว อาหารไม่ย่อยหรือถ่ายเหลว อาจมีอาการมึนงง สับสน มุมปากอักเสบ ทำให้กลืนอาหารลำบาก ติดเชื้อง่าย ลิ้นเลี่ยนแดงหรืออักเสบ เล็บเปราะแบนคล้ายช้อนหรือเว้าลงเป็นรูปช้อน และอาจเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเนื่องจากอาการซีดรุนแรง

การวินิจฉัยโรค มีประวัติเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ไม่มีสมาธิ ปวดศีรษะ หายใจออกดิ้น มีประวัติติดเชื้อบ่อย ๆ มีอาการปวดประจำเดือน กลืนลำบาก ชา และปวดเสียวตามแขนขา ตรวจร่างกายพบลิ้นบวมแดง เรียบและเจ็บ มุมปากบวมแดงและเจ็บ เล็บเป็นรูปช้อนเปราะ หากขาดเหล็กมาก ๆ อาจมีหัวใจเต้นเร็ว ตรวจเลือดมีระดับฮีโมโกลบินต่ำ เกณฑ์ในการวินิจฉัยโรคภาวะซีดในเด็กและวัยรุ่น คือ อายุ 3 เดือน ถึง 4 ปี มีระดับ Hb < 11 กรัม/เดซิลิตร Hct < 33 % ส่วนอายุ 6-14 ปี มีระดับ Hb < 12 กรัม/เดซิลิตร Hct < 36 % ผู้ใหญ่ หากเป็นผู้หญิง Hb < 12 กรัม/เดซิลิตร Hct < 36 % ผู้ชาย Hb < 13 กรัม/เดซิลิตร Hct < 39 % ระดับธาตุเหล็กในซีรั่มต่ำ และระดับเฟอริตินในซีรั่มต่ำ

การรักษา รักษาตามสาเหตุ หลีกเลี่ยงสาเหตุของการเสียเลือด ให้รับประทานยาที่มีธาตุเหล็ก เช่น Ferrous sulfate เป็นต้น ฉีด Iron dextran

การพยาบาล ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับออกซิเจนเพียงพอ เช่น จัดท่าให้นอนศีรษะสูง ดูแลให้ผู้ป่วยพักผ่อนให้เพียงพอ ให้อาหารที่มีธาตุเหล็กสูงและอาหารอ่อนย่อยง่าย ให้ได้รับยาตามแผนการรักษา (เหล็ก วิตามินซี ซึ่งจะมีผลข้างเคียง อาจมีคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องผูก ถ่ายเหลว) ดูแลให้รับประทานยาเพิ่มเหล็กพร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันทีจะช่วยลดการรบกวนกระเพาะอาหาร ไม่ควรรับประทานยาเพิ่มเหล็กพร้อมยา Tetracycline, Methyldopa, Quinolone, Levodopa ยาลดกรด ไข่ นม กาแฟ เพราะยาเพิ่มเหล็กจะดูดซึมลดลง ควรรับประทานยาเพิ่มเหล็กร่วมกับวิตามินซี จะช่วยให้ยาที่มีธาตุเหล็กดูดซึมเพิ่มขึ้น กระตุ้นให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น ไข่ เนื้อสัตว์ แครอท ถั่ว ลูกเกด เป็นต้น ติดตามผลทางห้องปฏิบัติการ สังเกตอากาผิดปกติ หากเป็นเด็กควรให้กินนมแม่ เพราะธาตุเหล็กในนมแม่ดูดซึมได้ถึงร้อยละ 50 (นมผสมดูดซึมได้เพียงร้อยละ 20 ) โดยให้นมแม่ร่วมกับอาหารเสริมตามวัยได้ถึงอายุ 2 ขวบ และป้องกันไม่ให้เป็นโรคโลหิตจางจากขาดธาตุเหล็กอีก

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความก่อนหน้า
โรคฮีโมฟีเลีย
โรคฮีโมฟีเลีย
บทความต่อไป
โรคโลหิตจางไขกระดูกไม่ทำงาน หรือกระดูกฝ่อ (Aplastic anemia)
โรคโลหิตจางไขกระดูกไม่ทำงาน หรือกระดูกฝ่อ (Aplastic anemia)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่