บกพร่องทางการเรียนรู้

การช่วยเหลือผู้พิการในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ระดับอุดมศึกษา

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 2, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 603,798 คน

การช่วยเหลือผู้พิการในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ระดับอุดมศึกษา

ช่วงเปลี่ยนผ่านจากชั้นมัธยมศึกษาสู่มหาวิทยาลัย อาจทำให้หลายคนเกิดความไม่มั่นใจในทางเลือกของตนเองในการเข้าเรียนชั้นมหาวิทยาลัย อะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ครอบครัวและตัวของผู้พิการเองควรคำนึงถึงก่อนจะไปสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย

กระบวนการรับเข้าเรียน

โดยทั่วไปสถาบันการศึกษาภายหลังชั้นมัธยมศึกษาไม่อนุญาตให้ถามผู้สมัครเกี่ยวกับความพิการก่อนการตัดสินใจเลือกรับเข้าเรียน  อย่างไรก็ตาม บางสถาบันอาจสอบถามความสามารถของผู้สมัครว่าตรงตามความต้องการและมาตรฐานของหลักสูตรต่าง ๆ หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเทคนิคหรือด้านความรู้ โดยไม่ได้เปิดเผยสถานะความพิการของคน ๆ นั้น

นักศึกษาพิการมีสิทธิที่จะใช้สนามสอบพิเศษสำหรับคนพิการในทุกสถาบันที่มีข้อสอบพิเศษสำหรับผู้พิการ โดยการเปลี่ยนแปลงวิธีการสอบนี้รวมไปถึงการมีที่นั่งพิเศษ ห้องส่วนตัวสำหรับทำข้อสอบ เครื่องอ่านคำถาม หรือเครื่องอัดคำตอบ อาจมีการเพิ่มเวลาทำข้อสอบ มีเวลาพักมากขึ้น เพิ่มขนาดตัวหนังสือ หรือลดจำนวนข้อสอบในแต่ละหน้าลง เป็นต้น

ทางเลือกสำหรับนักศึกษาภายหลังการได้รับเข้าศึกษาต่อ

นักศึกษาที่มีความพิการทางการศึกษาไม่จำเป็นที่จะต้องแจ้งสถาบันก่อนว่าพวกเขาพิการ แต่อย่างไรก็ตาม หากพวกเขาต้องการที่พักพิเศษ หรือต้องมีการปรับเปลี่ยนบางอย่างเพื่อการศึกษาแล้ว พวกเขาจำเป็นต้องแจ้งกับสถาบันถึงความพิการและยื่นเอกสารแสดงความพิการ

เอกสารแสดงความพิการนั้นจะแตกต่างกันไปในแต่ละสถาบัน โดยก่อนที่จะสมัคร จะมีการแนะนำเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนเพื่อเตรียมหาข้อมูลเอกสารที่จำเป็นสำหรับการสมัครของแต่ละสถาบันที่ให้ความสนใจกับผู้พิการ ซึ่งโดยทั่วไปเอกสารเหล่านี้ควรจะต้องระบุตัวตนให้ชัดเจน รวมทั้งระบุความพิการหรือข้อจำกัดในการทำกิจวัตรประจำวันหลัก ๆ รวมทั้งการช่วยเหลือที่ต้องการสำหรับช่วยในการเรียน

เมื่อนักเรียนแจ้งระบุตัวตนและความพิการแล้ว พวกเขาควรจะแจ้งความต้องการจำเพาะสำหรับสถานที่พักผ่อนที่พวกเขาใช้อยู่เดิมแก่สถาบัน และอาจารย์ควรแจ้งถึงอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งพูดคุยถึงปัญหาและวิธีการจัดการแก้ไขปัญหาเหล่านั้น

ในสถาบันภายหลังการศึกษาชั้นมัธยมศึกษา จะให้บริการช่วยเหลือเด็กพิการ ขึ้นอยู่กับปัจจัยของสถาบันหลายปัจจัย โดยเฉพาะสถาบันที่ได้และไม่ได้รับการสนับสนุน ภายใต้ ADA ทุกสถาบันจะต้องมีผู้ติดต่อประสานงานด้านความพิการที่คอยช่วยเหลือเด็กนักศึกษาที่มีความพิการ เพื่อจัดการเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นการยืดเวลาให้นานขึ้น ตัวช่วยในการจดบันทึก เครื่องอัดเสียง เป็นต้น โดยที่บางสถาบันอาจมีโปรแกรมการศึกษาเฉพาะ การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ การมีผู้สอนเฉพาะ หรือมีการพูดคุยให้คำแนะนำกับทั้งนักเรียนและคณะ

ข้อควรคำนึง

การวางแผนการศึกษาภายหลังการเรียนชั้นมัธยมศึกษานี้ควรเริ่มตั้งแต่ช่วงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โดยมีปัจจัยหลายอย่างในแต่ละคน

การวางแผนสำหรับช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ควรมุ่งเน้นไปยังการพัฒนาศักยภาพที่จำเป็นในการคัดเลือกเข้าสู่การศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย ในโปรแกรมที่มีระบบสนับสนุนเด็กพิการในการเรียน และจบไปโดยมีทักษะที่เป็นประโยชน์ต่อวิชาชีพนั้น ๆ ในส่วนของครอบครัวเองก็ควรจะต้องคำนึงถึงปัญหาทางด้านจิตใจที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงนี้ ที่เด็กที่มีความผิดปกติทางด้านการเรียนรู้จะประสบปัญหาจากภาวะเครียดในการปรับตัวเข้าสู่ระบบมหาวิทยาลัย และมีแนวโน้มต้องการคำปรึกษามากกว่าเด็กปกติที่ไม่มีความพิการ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่