ความรู้สุขภาพ

ส้นเท้าแตก สาเหตุ อาการ การรักษา การป้องกัน และวิธีการดูแลตนเองเมื่อมีอาการ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 24, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,594,780 คน

ส้นเท้าแตก สาเหตุ อาการ การรักษา การป้องกัน และวิธีการดูแลตนเองเมื่อมีอาการ

เท้าเป็นอวัยวะเบื้องล่างที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าอวัยวะส่วนอื่น เนื่องจากมีการถูกใช้งานแทบตลอดทั้งวัน จึงส่งผลให้ผู้คนส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับปัญหาส้นเท้าแตกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และหากปล่อยปละละเลยทิ้งไว้เป็นเวลานานๆ จะทำให้ฝ่าเท้าหนาขึ้นและแตกเป็นร่องลึกจนทำให้รู้สึกเจ็บได้

สาเหตุของส้นเท้าแตก

อาการส้นเท้าแตกมักเกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเรา ตั้งแต่การดื่มน้ำน้อยเกินไป การอาบน้ำด้วยน้ำอุ่นบ่อยๆ หรือแช่ในน้ำร้อนเป็นเวลานาน การเลือกใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ทำให้ผิวแห้งจัด อยู่ในบริเวณที่มีอากาศเย็นเป็นประจำโดยไม่ทาครีมบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว

โฆษณาจาก HonestDocs
ขูดหินปูน ลดเพิ่ม 40% กว่า 20 คลินิก

ลดกลิ่นปาก ลดเลือดออก เราจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน

%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b8%99bannerinternal ad

น้ำหนักตัวที่มากเกินไปก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ส้นเท้าแตกได้เช่นกัน เพราะน้ำหนักจะไปกดทับที่บริเวณฝ่าเท้า โดยเฉพาะการสวมรองเท้าแบบเปิดผิวเท้าหรือพื้นรองเท้าแข็งเกินไป หรืออาจเกิดจากการเจ็บป่วยบางโรคอย่างเช่นโรคเบาหวาน เป็นต้น 

อาการของส้นเท้าแตก

ส้นเท้าจะมีอาการบวมแดงในระยะแรกๆ หากปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานจะเป็นรอยแตกเล็กๆ เริ่มเป็นร่องลึก จนกระทั่งทำให้ส้นเท้าแตกเป็นรอยเลือด จากนั้นจะรู้สึกเจ็บหรือแสบจนแทบเดินไม่ไหวกันเลยทีเดียว

การรักษาส้นเท้าแตก

เราสามารถรักษาส้นเท้าแตกในระยะแรกๆ ได้ด้วยตัวเอง แต่ถ้ามีอาการบวมแดงหรือเจ็บที่ส้นเท้าอย่างมาก อาจมีหนองร่วมด้วยหรือดูแลด้วยตัวเองแล้วไม่ทุเลาลง ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาและอาจจะต้องตรวจหาการติดเชื้ออีกด้วย

  • การผ่าตัดเนื้อตาย แพทย์จะตัดนำเอาผิวหนังแตกส่วนที่แข็งและหนาออก ซึ่งขั้นตอนนี้เราไม่ควรทำเองที่บ้าน เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย
  • การปิดบาดแผล แพทย์จะใช้ผ้าพันเพื่อปิดบาดแผลที่ส้นเท้าแตก เป็นการช่วยลดแรงกระเทือนหรือการฉีกขาดของผิวหนังจากการเคลื่อนไหวร่างกาย
  • การจ่ายยา แพทย์จะสั่งจ่ายยาเพื่อระงับอาการปวดและอักเสบ หรืออาจจะมียาทาที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิกหรือยูเรีย
  • การเสริมพื้นรองเท้า แพทย์จะแนะนำในการใช้แผ่นยางเสริมรองพื้นรองเท้า เพื่อช่วยบรรเทาลดความรุนแรงและลดแรงกดของน้ำหนักที่ส้นเท้า 

การป้องกันส้นเท้าแตก

  1. การอาบน้ำ ควรอาบน้ำที่มีอุณหภูมิปกติ ไม่อาบน้ำอุ่นหรือแช่น้ำร้อนนานเกินไป และควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง พร้อมกับทาครีมบำรุงผิวที่เท้าและหลีกเลี่ยงการอยู่ในบริเวณที่มีอากาศหนาวเย็น
  2. รองเท้า พยายามหลีกเลี่ยงการสวมรองเท้าแตะเป็นประจำ หรือรองเท้าที่มีลักษณะเปิดเท้า โดยเลือกรองเท้าที่มีขนาดพอดี ไม่คับหรือหลวมเกินไป พื้นรองเท้ามีความนุ่มและคุณภาพดี เมื่ออยู่ในบ้านอาจจะเลือกสวมรองเท้าขนนุ่มๆ จะช่วยลดแรงกระแทกได้พอสมควร
  3. เช็คสุขภาพเท้า ควรสังเกตหรือตรวจอาการบวมและรอยแตกของส้นเท้า จากนั้นบำรุงรักษาผิวหนังบริเวณเท้าอย่างถูกวิธี หรืออาจจะไปพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำและวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง 

วิธีดูแลตัวเองเมื่อมีอาการส้นเท้าแตก

  1. ใช้สบู่บำรุงผิว เลือกใช้สบู่ที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงและอ่อนโยนต่อผิว โดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหรือก่อให้เกิดอาการระคายเคือง
  2. ทายาและครีมบำรุงผิว ครีมหรือยาที่มีส่วนประกอบของ “ไดเมทิโคน” สามารถช่วยกักเก็บน้ำและเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ช่วยลดการเกิดหนังที่หนาหรือด้าน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของส้นเท้าแตก จากนั้นทาครีมบำรุงผิวประเภทมอยซเจอร์ไรเซอร์เข้มข้นหรือปิโตรเลียมเจลลี่ที่เท้าเป็นประจำ จะช่วยป้องกันไม่ให้ผิวแห้งแตกได้ แล้วสวมถุงเท้าทับก่อนนอนอีกชั้นหนึ่ง
  3. ดื่มน้ำมากๆ เราควรดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อเป็นการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว และฟื้นฟูผิวบริเวณที่แห้งแตกให้กลับมาสภาพปกติ

อาการส้นเท้าแตกเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อร่างกายและจิตใจไม่น้อย เพราะถ้าดูแลหรือรักษาไม่ถูกวิธี นอกจากจะทำให้รู้สึกเจ็บจนส่งผลเสียต่อบุคลิกแล้ว ยังอาจเกิดการติดเชื้อจนเป็นปัญหาใหญ่ตามมาในภายหลังได้นั่นเอง

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่