ภาวะลิ้นหัวใจรั่วในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มี.ค. 18, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

แมวเองก็เป็นสัตว์ที่มีหัวใจ และก็สามารถเป็นโรคหัวใจได้เช่นเดียวกันกับในคน หัวใจแมวที่เสียงผิดปกติไป (murmur) มักจะเป็นตัวบ่งบอกความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับโครงสร้างหรือทำงานของหัวใจแมวที่สัตวแพทย์สามารถตรวจจับได้ทุกครั้งที่มีการตรวจร่างกาย ลักษณะของเสียงที่จำเพาะอาจบ่งบอกถึงความเป็นไปได้ของโรคหัวใจชนิดต่างๆเช่นกัน

อาการของโรค

อาการของโรคหัวใจในแมวมักประกอบได้ด้วยอาการหอบ เหนื่อยง่าย หายใจลำบาก อาจพบอาการไอได้บ้างกรณีที่ติดเชื้อพยาธิหนอนหัวใจและอาจพบอาการเป็นลมได้เช่นกัน

ความรุนแรงของโรคสามารถแบ่งได้ตามระดับของความดังที่ได้ยิน โดยสัตวแพทย์จะเป็นผู้ประเมินดังนี้

  • ระดับ 1: เสียงเบามาก ต้องอยู่ในที่เงียบมากๆ และ stethoscope หรือหูฟังหมอที่ใช้ทั่วไปอาจจะตรวจจับไม่ได้ อาจต้องใช้รุ่นที่มีความก้องกังวานแบบพิเศษ
  • ระดับ 2: เสียงเบา ต้องอยู่ในที่เงียบ อาจได้ยินชัดเป็นบางจังหวะ
  • ระดับ 3:เสียงปานกลาง แต่ได้ยินชัดเจน และได้ยินเพียงแค่ตำแหน่งเดียวของช่องอก คือสามารถบ่งบอกความผิดปกตได้ว่าเกิดขึ้นที่ลิ้นหัวใจห้องไหน
  • ระดับ 4: มีความดังและชัดเจนมาก ได้ยินชัดทุกตำแหน่งของช่องอก
  • ระดับ 5: เสียงดังมาก และเนื่องจากหัวใจต้องบีบตัวแรงมาก สามารถใช้มือจับและสัมผัสได้ทันที เรียกว่า precordial thrill
  • ระดับ 6: เสียงดังมาก มี precordial thrill เช่นกัน แต่สามารถฟังได้ยินเสียงแม้จะใช้ stethoscope วางอยู่นอกตัวสัตว์โดยไม่สัมผัสช่องอกเลย

นอกจากนี้ ลักษณะของเสียงลิ้นหัวใจรั่วก็ยังมีหลากหลายรูปแบบออกไป

  • เสียงดังอย่างสม่ำเสมอ (plateau) มักบ่งบอกถึงการรั่วไหลย้อนกลับบริเวณลิ้นหัวใจ (valvular regurgitation) หมายถึงลิ้นปิดไม่สนิท
  • เสียงดังขึ้นแล้วเบาลง (crescendo-decresendo) มักเกิดจากเลือดสูบฉีดผ่านช่องแคบที่มีความเล็กมากกว่าปกติ ในที่มักหมายถึงลิ้นหัวใจและทางออกของหลอดเลือด (outflow tract) ที่มีลักษณะตีบแคบ (stenosis) มากกว่าปกติ
  • เสียงเบาลง มักบ่งบอกถึงการคลายตัวรับเลือดที่ผิดปกติ (diastolic murmur)

สาเหตุของเสียงลิ้นหัวใจรั่ว

เสียงหัวใจที่พิเศษก็สามารถบ่งบอกการเป็นโรคหัวใจในชนิดแตกต่างกันออกไปดังนี้

เสียงหัวใจรั่วจังหวะแรก (systolic murmur)

  • เลือดจาง หรือหนืดกว่าปกติ
  • แมวที่เป็น hyperthyroidism
  • ลิ้นหัวใจ mitral หรือ tricuspid รั่วหรือปิดไม่สนิท (mitral or tricuspid regurgitation)
  • กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ (cardiomyopathy)
  • การอุดตันของทางออกหลอดเลือด เอออร์ตา (subaortic stenosis)
  • การอุดตันของทางออกหลอดเลือด พัลโมนารี (pulmonary stenosis)
  • ติดเชื้อพยาธิหนอนหัวใจ

เสียงหัวใจรั่วจังหวะที่สอง (diastolic murmur)

  • ลิ้นหัวใจ mitral หรือ tricuspid ตีบแคบ (mitral or tricuspid stenosis)
  • ลิ้นหัวใจ aortic หรือ pulmonic รั่ว (aortic or pulmonic insufficiency)

เสียงลิ้นหัวใจดังรั่วต่อเนื่อง (continuous murmur)

  • การคงอยู่ของหลอดเลือด ductus arteriosus (patent ductus arteriosus; PDA) เป็นโรคความผิดปกติทางพันธุกรรม
  • ความผิดปกติแรกเกิดแบบองค์ประกอบ 4 อย่าง (Tetralogy of Fallot)

การวินิจฉัย

ภายหลังจากที่ทราบว่ามีอาการลิ้นหัวใจรั่ว จำเป็นที่จำต้องได้รับการตรวจละเอียดทางหัวใจจากสัตวแพทย์ โดยเครื่องมือสามชิ้นที่จะต้องถูกตรวจคือ ภาพถ่ายรังสี (X-ray) เพื่อดูลัษณะของปอดหรือทางเดินหายใจที่ผิดปกติร่วมด้วย และสามารถเห็นขนาดหัวใจที่โตขึ้นรวมถึงกความผิดปกติอื่นๆในร่างกาย ต่อมาคือการตรวจวัดการนำคลื่นไฟฟ้าของหัวใจ (electrocardiography) เพราะโครงสร้างที่ผิดปกติอาจทำให้การนำคลื่นไฟฟ้าผิดปกติไปและส่งผลให้เกิดเสียงลิ้นหัวใจรั่วตามมาได้ และสุดท้ายคือการทำอัลตร้าซาวด์หัวใจ หรือที่เรียกว่า เอกโค่ (echocardiography) จะสามารถเห็นโครงภายในห้องหัวใจ เช่น ลักษณะของลิ้น การไหลของเลือดที่ผิดปกติ การปรากฏอยู่ของหนอนพยาธิหัวใจและการทำงานของหัวใจโดยรวม เป็นต้น นอกจากนี้อาจจำเป็นต้องตรวจสุขภาพอื่นๆร่วมด้วย เช่น การวัดความดัน หรือตรวจเลือด เพื่อดูสุขภาพโดยรวม

การรักษา

การรักษาโรคหัวใจนั้นเป็นไปตามสาเหตุของการเกิดโรค โรคบางชนิด สามารถรักษาได้โดยการผ่าตัด เช่น patent ductus arteriosus ซึ่งสามารถเปิดผ่าช่องอกเพื่อผูกหลอดเลือดได้ แต่อีกหลายๆโรคก็สามารถใช้เครื่องมือพิเศษเพื่อช่วยแก้ไข เช่น subaortic หรือ pulmonic stenosis หรือ รอยรั่วระหว่างห้องหัวใจเช่น atrial หรือ ventricular septal defect ได้ แต่บางโรคก็ไม่สามารถรักษาให้หายได้ เช่น Tetralogy of Fallot ซึ่งเป็นความผิดปกติทางโครงสร้างที่มักพบว่าสัตว์จะมีอาการแย่ก่อนทำการตรวจเจอ หรือโรคที่พบได้บ่อยที่สุดอย่าง degenerative mitral valve disease ที่เกิดจากความเสื่อมตามอายุ รักษาให้หายขาดไม่ได้ จำเป็นที่จะต้องใช้ยาเพื่อชะลอการพัฒนาของโรคและควบคุมอาการหัวใจวายต่างๆที่เกิดขึ้นในภายหลัง

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ