ความรู้สุขภาพ

บำรุงสุขภาพตับอย่างถูกต้อง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 7 นาที

บำรุงสุขภาพตับอย่างถูกต้อง

จะเห็นว่าตับเป็นอวัยวะที่มีหน้าที่หลายอย่าง แต่ละหน้าที่ก็ล้วยสำคัญต่อชีวิตทั้งสิ้น การรู้วิธีรักษาบำรุงตับจึงมีส่วนช่วยให้ตับแข็งแรงไปได้นาน เรื่องของวิธีรักษาสุขภาพตับต่อไปนี้จึงขอเสนอเรื่องของอาหารบำรุงตับเป็นอย่างแรก

อาหารบำรุงตับ

อาหารบำรุงตับ ได้แก่

  • คาร์โบไฮเดรตจากข้าวเจ้า
  • โปรตีนจากอาหารต่างๆ
  • เนื้อปลา
  • ถั่วเหลือง
  • นม
  • ฟักทอง
  • ผักกาดขาว
  • ถั่วงอก
  • กะหล่ำปลี
  • มันเทศเนื้อสีม่วง
  • เผือก
  • หอยนางรม หอยเชลล์ ปลาหมึก
  • งา
  • ตับสัตว์
  • เห็ดหอม
  • ขมิ้น
  • วิตามินเอ
  • วิตามินบี 1
  • วิตามินบี 12
  • วิตามินซี
  • วิตามินอี
  • สารอากิไนน์ (Arginine)
  • สารอาลาไนน์ (Alanine)
  • ทำให้โลหิตไหลเวียนทั่วตัวได้ราบรื่น ไหลเวียนไปยังตับสะดวก
  • ช่วยขับเหงื่อ เป็นการขับของเก่าออกทางหนึ่ง
  • ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น คลาดเครียด
  • ช่วยแก้ปัญหาเรื่องปวดกล้ามเนื้อหลัง บั้นเอว

สารอาหารในข้าวเจ้า จับตับกับสารอื่นๆ ง่าย จึงย่อยและดูดซึมง่าย ข้าวเจ้ายังมีโปรตีน การกินข้าวเจ้าจึงช่วยให้ร่างกายได้มีโอกาสรับโปรตีนที่ร่างกายต้องการ หรือจับตัวกับโปรตีนตัวอื่น เพื่อเป็นสารที่มีประโยชน์สำหรับร่างกายต่อไป

ข้าวสารยังมีข้อดีกว่าคาร์โบไฮเดรตชนิดอื่น เช่น อาหารจำพวกเส้น หรือแป้งอย่างขนมปัง เพราะไม่ได้ใส่เกลือ สีปรุงแต่ง หรือส่วนผสมอื่นๆ ข้าวสวยจึงเหมาะเป็นแหล่งพลังงานให้กับคนที่เป็นเบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง อีกทั้งถ้าหุงกินเองก็ยังมั่นใจในเรื่องความสะอาดได้ โดยเฉพาะข้าวกล้อง มีวิตามินบี 1 มากกว่าข้าวสารขาว ช่วยในการแยกสลยคาร์โบไฮเดรต หรือกลูโคส

จริงๆ แล้วถ้าไม่ต้องการให้มีไขมันสะสมในตับ หรือเหลือสะสมไว้ในร่างกาย แต่ละมื้อควรกินแค่เกือบ 1 จาน หรือแค่ 1 ชามเล็ก ถ้าน้อยกว่านี้ อาจทำให้ร่างกายขาดพลังงาน ทำให้ต้องเอาโปรตีนมาเป็นพลังงาน พลอยทำให้ขาดโปรตีนซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเซลล์ใหม่และซ่อมแซมเซลล์เก่า แต่ถ้ามากกว่านี้ก็มีแนวโน้มว่าเหลือใช้ กลายเป็นไกลโคเจนสะสมอยู่ในร่างกาย

ตับต้องใช้โปรตีนสร้างเอนโซม์และเซลล์ตับเพื่อชดเชยส่วนที่สึกหรอ แม้แต่ตับก็ต้องการโปรตีนมากพอ สำหรับการทำงานต่างๆ ให้เป็นไปตามปกติ ควรได้รับโปรตีนวันละ 1 กรัม/น้ำหนัก 1 กิโลกรัม

โดยเฉพาะช่วงที่ตับอ่อนแอ ควรกินโปรตีนให้ได้วันละประมาณ 100 กรัม โปรตีนที่ได้รับควรเป็นโปรตีนคุณภาพดีจากอาหารต่อไปนี้

จัดว่าเป็นโปรตีนย่อยง่าย มีไขมันปนน้อย มีวิตามินอีช่วยป้องกันตับจากอนุมูลอิสระ

แม้โปรตีนจากสัตว์มีคุณค่าสูง แต่ก็ใช่ว่าเอาแต่กินโปรตีนตัวนี้ เพราะกรดอะมิโนในถั่วต่างๆ ก็จำเป็นต่อการฟื้นฟูสุขภาพตับ จึงควรกินด้วย จะช่วยให้ร่างกายได้รับกรดอะมิโนต่างๆ ครบถ้วน

โดยเฉพาะถั่วเหลืองซึ่งเปี่ยมด้วยวิตามินบี 1 วิตามินอี แคลเซียม โพแทสเซียม กรดอะมิโนต่างๆ จัดเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ

ถ้าจะกินกับแกล้ม ควรกินเต้าหู้ต้มแทนของเค็มหรือของทอด หรือกินอาหารที่ทำจากถั่วเหลืองควบคู่กับโปรตีนอื่น เช่น นมหรือเนื้อสัตว์ ยิ่งทำให้ร่างกายได้โปรตีนจากพืชและสัตว์สมดุลขึ้น

โปรตีนในนมเป็นโปรตีนคุณภาพดี เป็นเครื่องดื่มบำรุงตับ ช่วยฟื้นฟูตับ แต่ควรดื่มชนิดพร่องมันเนยหรือขาดมันเนย คนที่มีอาการเมาค้าง ควรดื่มนมอุ่นๆ จะช่วยแก้อาการได้

จัดเป็นผักเสริมสมรรถภาพร่างกาย เหมาะกับผู้ที่มีตับอ่อนแอ หญิงระยะให้นมบุตร และคนที่เป็นเบาหวาน มีส่วนประกอบหลักคือ คาร์โบไฮเดรต แคโรทีน และวิตามินซี

เส้นใยผักของผักกาดขาวมีความสามารถในการดูดซับแอลกอฮอล์ได้ดี ช่วยลดอาการเมาค้าง มีสารที่ช่วยตับแยกสลายแอลกอฮอล์ จึงช่วยสนับสนุนการทำงานของตับ

ตามตำรับการแพทย์ตะวันออก ถั่วงอกเป็นผักบำรุงตับอย่างหนึ่ง มีวิตามินบี 1, บี 2 วิตามิน ซี และแคลเซียม มีโปรตีนจากพืชชนิดดูดซึมง่าย ถั่วงอกจึงนับว่ามีสรรพคุณสนับสนุนการทำงานของตับ

ชาวจีนเชื่อกันมานานแล้วว่าผักชนิดนี้เป็นผักบำรุงกระเพาะ แต่ความจริงแล้วยังช่วยเพิ่มสมรรถภาพให้กับตับด้วย ผักชนิดนี้มีวิตามินที่ผักชนิดอื่นไม่มี คือ วิตามินยู เมื่อเข้าสู่ตับจะช่วยตับสันดาปไขมันส่วนเกิน เป็นการช่วยกระตุ้นการทำงานของตับ ไม่ให้มีไขมันในตับตกค้าง

สีม่วงที่เห็นคือ สารสีที่เรียกว่า antosianin สรรพคุณเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดดี ช่วยคุ้มครองเซลล์ตับจากอนุมูลอิสระ และยังมีวิตามินบี 1, 2, วิตามินซี และอี แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม และสังกะสี นับว่าเป็นอาหารที่บำรุงสุขภาพและราคาถูก

เวลาที่เรากินเผือก มักมีน้ำเหนียวๆ ติดมือ ทำให้รู้สึกเหนียวมือต้องคอยเช็ดตลอด จริงๆ แล้วในน้ำเหนียวๆนี้มีสารเรียกว่า มูติน สารนี้เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเปลี่ยนเป็น Glucuronic acid ทำหน้าที่ช่วยคุ้มครองเยื่อบุกระเพาะ ลำไส้ ช่วยคลายพิษต่างๆในร่างกายรวมทั้งที่ตับ จึงช่วยบำรุงตับและระบบทางเดินอาหาร

หอยนางรม มีโกลเคเจนซึ่งนับว่าเป็นแหล่งให้พลังงานคุณภาพดีสนับสนุนการทำงานของตับ ช่วยคลายเหนื่อย มีสังกะสีจำเป็นต่อการสร้างเอนไซม์สำหรับใช้ขับแอลกอฮอล์

ส่วนหอยเชลล์และปลาหมึกมีเทารีนเป็นตัวเด่น ทำหน้าที่สนับสนุนการหลั่งน้ำดี เป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตับ, ช่วยให้ตบฟื้นฟูเซลล์ที่เสียหาย

ชาวจีนเชื่อกันว่า หอยนางรมเป็นอาหารบำรุงสุขภาพ เหมาะเป็นอาหารสำหรับคนป่วยที่มีร่างกายอ่อนแอ เป็นอาหารช่วงฟื้นไข้ บำรุงเลือด แก้เมาค้างจัดว่าเป็นอาหารบำรุงตับอีกชนิดหนึ่ง

สมัยก่อนงานับว่าเป็นอาหารบำรุงสุขภาพ เป็นของหายาก ราคาแพง งามีสารเซซามีนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตับช่วยกำจัดอนุมูล-อิสระ ยิ่งถ้ากินงาร่วมกับอาหารที่มีวิตามินอีละก็ เซซามีนในงาจะช่วยป้องกันวิตามินอีจากอนุมูลอิสระ ส่งผลให้วิตามินอียังคงเหลืออยู่ในเลือด มีโอกาสส่งไปยังส่วนต่างๆ ที่ต้องการวิตามินอีได้ง่ายขึ้น และมีวิตามินบี 1 จัดว่าเป็นวิตามินบำรุงตับ

นี่ก็เป็นอาหารบำรุงสุขภาพอย่างดี มีวิตามินเอช่วยปกป้องเยื่อบุเซลล์ต่างๆ รวมทั้งเซลล์ตับ ทำให้ทนต่อโรคต่างๆ มีโปรตีนคุณภาพดีซึ่งจำเป็นต่อการสร้างเซลล์ตับ มีวิตามินบี 12 ช่วยสันดาปคาร์โบไฮเดรตและไขมัน

ชาวจีนเชื่อกันว่า ส่วนไหนอ่อนแอก็ต้องกินชดเชยจากสัตว์ โรคตับก็เช่นกัน ต้องกินตับสัตว์เพื่อบำรุงสุขภาพของผู้เป็นโรคตับ ด้วยเหตุนี้อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคตับตามตำหรับยาจีน จึงเป็นข้าวต้มตับหมู เพราะมีโปรตีนสูง ไขมันต่ำ มีวิตามินเอมาก แต่พลังงานพอเหมาะ

สารอาหารต่างๆ ในเห็ดหอม ไม่ว่าจะเป็นเมธิโอนิล (Metionine) วิตามินต่างๆ ล้วนช่วยบำรุงตับ มีสารเบต้ากลูแคนช่วยลดคอเลสเตอรอล สนับสนุนการทำงานของเซลล์ภูมิต้านทาน จึงช่วยคุ้มครองร่างกายและตับจากอนุมูลอิสระ

สีเหลืองของขมิ้นเกิดจากสาร Curcumin สนับสนุนการหลั่งน้ำดี ช่วยทำให้การย่อยและดูดซึมเป็นไปได้อย่างราบรื่น เป็นการป้องกันโรคดีซ่าน ซึ่งเกี่ยวข้องกับสุขภาพตับ ป้องกันคอเลสเตอรอลจับอยู่ในผนังหลอดเลือด และช่วยตับแยกสลายแอลกอฮอล์

ทั้งจีนและอินเดียในสมัยก่อน ใช้ขมิ้นเป็นยารักษาโรคดีซ่าน คนสมัยก่อนยังกินอาหารที่ใส่ขมิ้นก่อนหรือหลังดื่มแอลกอฮอล์

 

สารอาหารบำรุงตับ

สารอาหารบำรุงตับ ตัวเด่นๆ ดังนี้

 

ช่วยคุ้มครองเยื่อบุต่างๆ ในร่างกายให้แข็งแรง ป้องกันการติดเชื่อ ต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยรักษาสุขภาพตับและร่างกาย  พบมากในอาหาร เช่น ปลาไหล ตับสัตว์ ไข่แดง เนยสด ปวยเล้ง สาหร่ายทะเล

ทำหน้าที่ช่วยตับเปลี่ยนสารอาหารอย่างโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต ให้เป็นพลังงานได้ดีขึ้น  พบมากในอาหาร เช่น ตับสัตว์ เนื้อหมู ข้าวกล้อง งา

เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นโคเอนไซม์ช่วยในการสันดาปกรดอะมิโนและไขมันต่างๆ ให้เป็นไปอย่างราบรื่น  พบมากในอาหาร เช่น หอยแครง ตับสัตว์ ไข่นกกระทา

ป้องกันตับจากสารก่อมะเร็ง เช่น ไนโตรโซอามิน ช่วยตับทำหน้าที่คลายพิษต่างๆ คุ้มครองเซลล์ให้แข็งแรง ต้านอนุมูลอิสระ เป็นการรักษาสุขภาพตับ  พบมากในอาหาร เช่น พริกหยวก ส้ม มะนาว ปวยเล้ง ดอกกะหล่ำ

ป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระในตับ สนับสนุนการสร้างเซลล์ใหม่ที่ตับ และยังช่วยป้องกันการเกิดไขมันในตับ  พบมากในอาหาร เช่น ปลาไหล ฟักทอง ปวยเล้ง พริกหยวก สับปะรด มันเทศ

ร่างกายผู้ใหญ่สามารถสร้างกรดอะมิโนตัวนี้ได้ ทำหน้าที่คุ้มครองตับ จากแอลกอฮอล์ ช่วยตับฟื้นฟูสภาพ

แต่ถ้าร่างกายไม่แข็งแรง เนื่องจากตรากตรำทำงานหรือด้วยเหตุผลใดก็ตามทำให้ร่างกายขาดสารตัวนี้ ก็จะส่งผลให้ตับทำหน้าที่คลายพิษของแอมโมเนียไม่ได้ดีเหมือนเดิม มีเหลือตกค้าง ทำให้รู้สึกอ่อนเพลียทั้งวัน ยิ่งถ้าขาดสารตัวนี้แล้วยังดื่มเหล้ามากก็ยิ่งทำให้ตับเสียสุขภาพ และเกิดโรคตามมา  พบมากในอาหาร เช่น เนื้อสัตว์ต่างๆ โดยเฉพาะ กุ้งนับว่ามีมากกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่น

กรดอะมีโนตัวนี้สามารถสร้างได้ในร่างกาย เป็นกรดอะมิโนที่ต้องใช้ในการขับแอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย แต่ถ้าดื่มเหล้ามากก็ยิ่งทำให้กรดอะมิโนตัวนี้ถูกใช้ไปมากจนมีแนวโน้มว่าไม่พอ พบมากในอาหารทะเลต่างๆ

 

คำแนะนำ

แม้ว่าอาหารและสารอาหารเหล่านี้ เป็นตัวเด่นสำหรับสุขภาพตับแต่ไม่แนะนำให้เอาแต่กินของเหล่านี้ ควรกินอาหารที่หลากหลาย เพื่อให้ร่างกายได้สารอาหารต่างๆ ครบถ้วน และเลี่ยงของมันๆ ไม่กินจุเกินไปเป็นหลัก

อนึ่ง ไม่ว่าจะใช้วิธีรักษาสุขภาพตับอย่างไรก็ตาม แต่ถ้ายังคงดื่มเหล้าก็นับว่ายังมีความเสี่ยง ดังนั้นแก้วต่อไปที่คุณดื่ม ควรคิดให้ดี! นอกจากอาหารบำรุงตับแล้ว ยังมีอีกหลายวีสำหรับรักษาสุขภาพตับ ดังนี้

  • แช่น้ำอุ่นบำรุงตับ
  • กดจุดรักษาสุขภาพตับ

ความเครียดหรือไขมันในตับสูง เป็นต้นเหตุทำให้เลือดไปเลี้ยงตับน้อยลง ตับจึงทำงานน้อยลง ในทางกลับกัน ถ้าเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงตับได้ดี ทำให้ตับทำงานเต็มที่ช่วยรักษาสุขภาพได้ระดับหนึ่ง

การแช่น้ำอุ่น จึงเป็นวิธีหนึ่งสำหรับสุขภาพตับ มีดังนี้

1.เตรียมน้ำอุ่นอุณหภูมิ 37-39 องศาเซลเซียส (ต้องเป็นระดับความร้อนที่ตนเองรับได้ไม่ต้องฝืน) สูงระดับประมาณเมื่อนั่งแช่แล้วน้ำสูงพอท่วมระดับนม หรือน้อยกว่านั้น เพราะความร้อนทำให้ความดันสูงขึ้น ถ้าระดับมากกว่านี้หรือร้อนกว่านี้ ยามเมื่อลุกขึ้นจะทำให้เลี่ยงต่ออาการหน้ามืด อีกทั้งถ้าสูงระดับหัวใจก็ยิ่งจะทำให้หัวใจทำงานหนัก

สำหรับคนที่นั่งแล้วลุกยากเพราะเข่าไม่ดีหรือมีน้ำหนักตัวมาก ไม่ควรนั่งลงกับพื้นอ่าง ควรใช้เก้าอี้พลาสติกวางรองนั่ง จะช่วยให้ลุกง่าย

2.นั่งแช่ประมาณ 15-20 นาที อย่าให้มากกว่านี้เพราะจะส่งผลเสียทำให้ร่างกายเสียเหงื่อมาก กลับทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย แต่ถ้าเวลาน้อยกว่านี้ ความร้อนก็ยังจะไม่เข้าไปในร่างกาย

3.ระหว่างนั่งแช่ ถ้ารู้สึกว่าร่างกายท่อนบนหนาว ควรใช้มือกวักน้ำอุ่นราด หรือใช้ผ้าคลุม หรือถ้ารู้สึกว่าไม่อยากนั่งเฉยๆ ควรอ่านหนังสือฆ่าเวลาหรือฟังเพลงหรือถ้ารู้สึกว่าไม่อยากนั่งเฉยๆ ควรอ่านหนังสือฆ่าเวลาหรือฟังเพลง

 

ประโยชน์ที่ได้รับ

 

จุดคิมอง 

อยู่ใต้หัวนมและแนวเดียวกับลิ้นปี่ จุดนี้สนับสนุนการไหลเวียนโลหิต ทำให้การทำงานของตับดีขึ้น

จุดเคียะคุเซง 

อยู่ใกล้ลูกสะบ้าด้านในของหัวเข่า จุดนี้สนับสนุนการไหลเวียนของเลือดภายในตับ

วิธีกด ใช้นิ้วและนิ้วกลางกดลงไปเบาๆ 3 วินาที เว้น 3 วินาที ทำไปเรื่อยๆ ประมาณ 15 ครั้ง

ใช้ท่าบริหารร่างกายง่ายๆ เริ่มจาก

  • นอนหงาย ใช้สองมือกดเบาๆไล่ไปตามชายโครงจากด้านใกล้ตัวออกด้านข้าง จากนั้นไล่จากด้านข้างเข้ามา
  • นอนตะแคงซ้าย (ด้านซ้ายอยู่ด้านล่าง) ระหว่างนั้นใช้มือกดเบาๆจากใต้ชายโครงขวามาซ้าย ประมาณ 50 ครั้ง แล้วทำไล่จากซ้ายมาขวา 50 ครั้ง
  • ทำซ้ำ ข้อ 1-2 นานประมาณ 3 นาที เป็นอันเสร็จ

คำแนะนำ

กินแล้วต้องเอนหลังพัก  ทำไมกินข้าวเสร็จต้องเอนหลังพัก เพราะเมื่อกระเพราะอาหารและลำไส้ทำหน้าที่ย่อยและดูดซึมแล้ว สารอาหารต่างๆ ในเลือดจะถูกส่งไปยังตับ ช่วงหลังกินอาหารจึงมีเลือดไปเลี้ยงตับมากขึ้น เพื่อให้ตับรับช่วงหน้าที่ต่อ ดังนั้นถ้ากินเสร็จแล้วต้องมานั่งทำงาน หรือออกแรงทำงานต่อ ก็เท่ากับว่า เลือดไม่ไดไปเลี้ยงที่ตับมากพอ แต่ต้องไปเลี้ยงส่วนอื่นที่ต้องใช้งานอย่างหนักช่วงนั้น เช่น สมอง หรือกล้ามเนื้อ ดังนั้น กินเสร็จแล้วต้องนั่งพิงหรือเอนหลังพักนิ่งๆ ประมาณ 30 นาที ขึ้นไปได้ยิ่งดี ถ้าเป็นไปได้เอนหลังนอนพัก (ไม่ต้องหลับ) เพราะท่านอนเป็นท่าที่ทำให้เลือดไปเลี้ยงตับได้ดีกว่าท่ายืนหรือท่าอื่นๆ

วิธีรักษาสุขภาพตับสำหรับคนทั่วไป หวังว่าทุกท่านคงนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับตนเองได้ อย่างไรก็ตามถ้าตับป่วยขึ้นมา แล้วจะทำอย่างไร

ถ้าอย่างนั้น ก่อนอื่นมาดูกันว่า มีปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้างที่อาจส่งผลให้ตับมีปัญหา เพื่อหาทางแก้ไขต่อไป

ขอบคุณข้อมูลดีๆจากหนังสือ "ดูแลตับ เทคนิคการป้องกันและรักษาโรคไวรัสตับทุกชนิด" โดยยุพาพิน ประเสริฐกุล จากสำนักพิมพ์ Feel Good

 

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่