Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การกินเพื่อสุขภาพ

ถั่วที่ดีต่อสุขภาพ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,060,328 คน

ถั่วที่ดีต่อสุขภาพ

เม็ดมะม่วงหิมพานต์

มีหลายเหตุผลที่ทำให้คุณควรจะกินถั่ว แต่ถั่วบางชนิดนั้นก็มีประโยชน์มากกว่าชนิดอื่นๆ เรามาเริ่มกันที่เม็ดมะม่วงหิมพานต์กันก่อน แม้ว่ามันจะอยู่ในตระกูลเดียวกับเถาวี่ แต่เม็ดมะม่วงหิมพานต์นั้นก็เป็นของทานเล่นยอดนิยมและยังมีประโยชน์มากพอๆ กับความอร่อยของมันอีกด้วย เม็ดมะม่วงหิมพานต์นั้นมีสาร phytates ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและแร่ธาตุหลายชนิด ทั้งฟอสฟอรัส แมกนีเซียม ทองแดง และแมงกานีส งานวิจัยพบว่าผู้ที่มีระดับ LDL cholesterol ในระดับสูงปานกลางที่รับประทานเม็ดมะม่วงหิมพานต์วันละ 16-36 เม็ดต่อวันนั้นมีระดับ cholesterol ลดลงหลังจาก 1 เดือน งานวิจัยอีกชิ้นพบว่าสาร anacardic acid ซึ่งอยู่ในเม็ดมะม่วงหิมพานต์นั้นอาจจะช่วยทำให้เซลล์นำน้ำตาลกลูโคสไปใช้ได้ดียิ่งขึ้นซึ่งอาจจะดีสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

แมคคาเดเมีย

แมคคาเดเมียนั้นมีต้นกำเนิดมาจากออสเตรเลีย งานวิจัยพบว่ามันมีประโยชน์ต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดโดยการช่วยลดระดับไขมันชนิด LDL cholesterol การทานแมคคาเดเมียประมาณ 15 เม็ดแทนของทานเล่นเดิมซึ่งให้พลังงานในระดับที่เท่ากันนั้น พบว่าทำให้มีระดับ cholesterol ที่ดีขึ้นในผู้ป่วยโรคไขมันในเลือดสูง ดังนั้นการทานแมคคาเดเมียแทนของทานเล่นอื่นๆ อาจจะเป็นขั้นแรกในการเปลี่ยนการใช้ชีวิต อีกงานวิจัยหนึ่งพบว่ามีสารที่แสดงว่ามีการอักเสบและความเครียดลดลงในผู้ที่ได้พลังงาน 15% จากถั่วแมคคาเดเมีย ซึ่งอาจจะช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้ นอกจากนั้นแมคคาเดเมียยังอุดมไปด้วย thiamine และ แมงกานีสอีกด้วย โดยสรุปก็คือถั่วแมคคาเดเมียนั้นน่าจะมีประโยชน์ต่อระบบหัวใจและการไหลเวียนเลือด

ถั่วพิชตาชิโอ้

ประโยชน์ของถั่วชนิดนี้นั้นมีหลากหลายแต่พบว่าดีต่อผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน รวมถึงผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก งานวิจัยพบว่าผู้ที่เป็นโรคเบาหวานที่รับประทานถั่วพิชตาชิโอ้เป็นประจำทุกวันเป็นเวลา 1 เดือนนั้นมีระดับไขมันที่ดีขึ้น อีกงานวิจัยหนึ่งพบว่าการทานถั่วพิชตาชิโอ้เป็นเวลา 4 เดือนนั้นจะช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ในผู้ใหญ่ที่กำลังจะเป็นโรคเบาหวาน ถั่วพิชตาชิโอ้นั้นมีสาร resveratrol ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทำให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีระดับน้ำตาลในเลือดที่ดีขึ้น และทำให้กลุ่มที่กำลังจะเป็นโรคเบาหวานนั้นมีการดื้อต่ออินซูลินและมีสารที่แสดงว่ามีการอักเสบลดลง ฤทธิ์ต้านการอักเสบนั้นอาจจะมาจากสารเช่น phenols, proanthocyanidins และ flavonoids การทานถั่วชนิดนี้ยังช่วยทำให้รอบเอวเล็กลงและควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้นอีกด้วย นอกจากนั้นถั่วพิชตาชิโอ้ยังเป็นแหล่งของโพแทสเซียม

ถั่วแอลมอนด์

แอลมอนด์นั้นเป็นถั่วที่มาจากพืชตระกูลเดียวกับพีช มีการพูดถึงประโยชน์ของการทานแอลมอนด์มาตั้งแต่สมัยโบราณ งานวิจัยหนึ่งพบว่าในผู้ที่ได้พลังงาน 15% จากแอลมอนด์เป็นเวลา 12 สัปดาห์นั้นมีน้ำหนักตัว ไขมันในช่องท้องและความดันโลหิตลดลง แอลมอนด์ยังอาจจะช่วยเรื่องความทรงจำได้อีกด้วย งานวิจัยหนึ่งพบว่าผู้ใหญ่ที่ทานแอลมอนด์ 3 สัปดาห์นั้นสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ไขมันและ cholesterol ในเลือดได้ดีขึ้นและมีรอบเอวที่ลดลง แอลมอนด์นั้นอุดมไปด้วยวิตามินอี แคลเซียม แมกนีเซียมและโฟเลท ทำให้มันเป็นหนึ่งในถั่วที่ดีที่สุดต่อร่างกาย แอลมอนด์ยังเป็นขนมทางเล่นยอดนิยมและยังมีการนำมาทำเป็นเนยถั่ว แป้ง และนมอีกด้วย

วอลนัท

วอลนัทนั้นเป็นหนึ่งในอาหารที่มีการรับประทานมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเป็นถั่วเพียงชนิดเดียวที่มีกรดไขมันโอเมกา 3 ซึ่งมีประโยชน์ในการช่วยลดการอักเสบ ยิ่งไปกว่านั้นยังอุดมไปด้วยกรด alpha-linoleic ซึ่งเป็นกรดไขมันโอเมกา 3 ที่มีความเกี่ยวข้องกับความแข็งแรงของกระดูกและการป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด งานวิจัยหนึ่งพบว่าการรับประทานอาหารที่มีวอลนัทมากตลอดทั้งปีนั้นสามารถช่วยทำให้ระดับ cholesterol ในผู้ป่วยหญิงโรคอ้วนนั้นดีขึ้นได้ วอลนัทยังอาจจะมีประโยชน์มากกว่านั้น เมื่องานวิจัยหนึ่งพบว่าผู้หญิงที่รับประทานวอลนัท 2 ออนซ์ต่อวันนั้นมีการทำงานของหลอดเลือดขนาดเล็กที่ดีขึ้น และมีงานวิจัยอีกชิ้นที่พบว่าอาหารที่มีวอลนัทสูงนั้นสามารถช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและคุมระดับความดันโลหิตได้ดีขึ้นในผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักเกิน วอลนัทยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ และทำให้โปรตีนในวอลนัทนั้นสามารถต่อสู้กับเซลล์มะเร็งลำไส้และเต้านมได้ งานวิจัยหนึ่งพบว่าวอลนัทนั้นสามารถยับยั้งการเจริญเจิบโตของเซลล?มะเร็งเต้านม ลำไส้ ต่อมลูกหมาก และไตในหนูได้ อีกงานวิจัยหนึ่งพบว่าสามารถกดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งลำไส้ได้ในสัตว์ทดลอง แน่นอนว่ายังต้องมีการศึกษาของผลจากวอลนัทในมนุษย์แต่มันก็ดูเหมือนว่าจะทำให้วอลนัทนั้นมีประโยชน์หลายอย่าง และยังมีสาร phenols, phytates และ phytosterols สูงอีกด้วย ทำให้มันเป็นถั่วที่ดีต่อสุขภาพของคุณ


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
การนอน (Sleep)
การนอน (Sleep)

นอนเท่าไหร่ถึงจะพอ? ความรู้เรื่องการนอนเพื่อสุขภาพ

ดูในแอป