ความรู้สุขภาพ

ไขปัญหาสุขภาพ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ เม.ย. 11, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

Q : ฉันเลี้ยงลูกด้วยอาหารที่ฉันคิดว่าครบถ้วนสมบูรณ์พอสมควร แต่พวกเขาอยู่ในช่วงวัยรุ่น และเมื่อเขารับประทานอาหารนอกบ้าน เขา มักจะเลือกรับประทานเป็นแฮมเบอร์เกอร์ ฮอตด็อก นมปั่น และอาหาร ขยะอื่นๆ อาหารเหล่านี้จะส่งผลเสียกับเด็กๆ ไหมคะ

A : ครับ หากจะพิจารณาอาหารแต่ละคํา แต่ละมื้อ หรือน้ำแต่ละอึกแล้ว ก็ต้องยอมรับว่าอาหารเหล่านี้มีข้อเสียมากกว่าข้อดีครับ ยกตัวอย่างเช่น เบอร์เกอร์จานด่วนหนึ่งชิ้น อาจให้โปรตีนที่วัยรุ่นชายต้องการต่อวันได้ร้อยละ 44 แต่เมื่อคุณพบว่าบิ๊กแมคหนึ่งชิ้นให้พลังงานถึง 600 แคลอรี ไขมัน 33 กรัม น้ำตาล 8 กรัม และเกลือโซเดียมถึง 1,050 มก. คุณคงเข้าใจว่า มันช่างไม่คุ้มกันเลยกับโปรตีนที่ได้รับ ไม่มีใครต้องการเกลือมากขนาดนั้น หรอกครับ (ดูเพิ่มเติมในตอนที่ 350) และแม้แต่สลัดไก่กรอบของแมคโดนัลด์ ก็ไม่ได้มีคุณค่าทางโภชนาการดีไปกว่ากันเท่าใดนัก เพราะมันมีไขมันถึง 21 กรัมและเกลือโซเดียมถึง 1,130 มก.

สําหรับฮ็อตด็อก ไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับมันให้พูดถึงเท่าไรนัก มันมีไขมันสูง โปรตีนต่ำ และมักมีโซเดียมหรือโพแทสเซียมไนไตรท์ ไนไตรท์จะรวมกับสาร ที่ชื่อเอมีนซึ่งพบมากในอาหาร และเกิดเป็นไนโตรซามีนซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง

เครื่องดื่มปั้น ซึ่งมีนมหรือผลิตภัณฑ์จากนมเป็นส่วนประกอบหลัก มักมีน้ำตาล 8-14 ช้อนชา และเกลือ 276-685 มก. ที่จริงแล้วลูกๆของคุณสามารถ หัดทําเครื่องดื่มปั้นเองที่บ้านได้ ซึ่งนอกจากจะประหยัดไปกว่าครึ่งแล้ว ยังมี แคลอรี น้ำตาลและเกลือน้อยกว่าที่มีขาย และอาจเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ ให้มากขึ้นด้วยก็ได้ ลองบอกเล่าข้อมูลเหล่านี้ให้เด็กๆ ฟัง อาจช่วยให้เขาละเลิกอาหารจานด่วนเหล่านั้นได้

Q : แพทย์บอกว่าฉันมีติ่งเนื้อ (polyp) ในลําไส้ใหญ่ คุณพอจะแนะนํา ได้ไหมคะว่ามีวิตามินอะไรที่จะช่วยให้มันโตช้าลง หรือลดความเสี่ยงต่อ การเป็นมะเร็งลําไส้

A : ผมแนะนําได้และพร้อมจะแนะนําครับ ผมหวังอยากให้ประชาชน รู้ข้อมูลเกี่ยวกับมะเร็งลําไส้และมะเร็งลําไส้ใหญ่มากขึ้น เพราะมะเร็งชนิดนี้ พบบ่อยในสหรัฐอเมริกา และเป็นมะเร็งที่สามารถป้องกันได้ เนื่องจากปัจจัย แวดล้อม โดยเฉพาะอาหาร มีส่วนต่อการเกิดมะเร็ง เป็นข้อเท็จจริงที่รู้กันดีว่า ผู้ที่รับประทานอาหารไขมันสูงจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลําไส้ใหญ่ มากกว่าผู้ที่รับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารสูงและรับประทานผักผลไม้ หลากหลาย การศึกษาพบว่า กรดโฟลิกอาจช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งลําไส้ มีการศึกษาหนึ่งพบว่า ผักโขมเพียงครึ่งถ้วยต่อวัน จะให้โฟลิกเพียงพอต่อ การลดความเสี่ยงของมะเร็งได้ แต่หากคุณไม่ใช่ป๊อปอายที่ชอบรับประทาน ผักโขม ผมแนะนําให้รับประทานโฟลิกเสริม ขนาด 400 มคก. 2 เม็ดต่อวัน และแนะนําแคลเซียม 500 มก. และแมกนีเซียม 250 มก. วันละ 2 เวลาด้วย (คุณควรได้รับวิตามินดี 400 ไอยู ควบคู่กันไปด้วย เพื่อเสริมการดูดซึมของ แคลเซียม) และเนื่องจากสารยับยั้งเอนไซม์โปรตีเอสจะช่วยยับยั้งการเจริญ เติบโตของเนื้องอก และกรดไฟติกเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถขับ โลหะหนักซึ่งอาจก่อให้เกิดเนื้องอกได้ ผมจึงขอแนะนําให้ดื่มนมถั่วเหลือง ทุกวัน เพราะนมถั่วเหลืองมีทั้งสารยับยั้งเอนไซม์โปรตีเอสและกรดไฟติกในปริมาณสูง (ดูเพิ่มเติมในตอนที่ 133 เกี่ยวกับถั่วเหลือง)

 Q : บ่อยครั้งที่ผมจะรู้สึกร้อนหรือแสบบริเวณลิ่นและริมฝีปาก โดย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอาหารที่ผมรับประทานแต่อย่างใด มันเป็นอาการของ การขาดวิตามินหรือเปล่าครับ

A : เป็นไปได้มากครับ ความรู้สึกแสบบริเวณลิ้นและริมฝีปากอาจเกี่ยวข้อง กับการขาดวิตามินบี 1 (ไทอะมีน) ได้ ผมแนะนําให้รับประทานอาหารพวก ที่ทําจากแป้งโฮลวีต ข้าวโอ๊ต รําข้าว ผัก และบริวเวอร์ยีสต์ให้มากขึ้น ร่วมกับ รับประทานวิตามินบีรวมสูตรสมดุล ขนาด 50 มก. สองเวลาพร้อมอาหาร และวิตามินรวมเอ็มวีพี (ดูเพิ่มเติมในตอนที่ 206)

 Q : คุณแม่ของฉันอยากรับประทานน้ำแข็งมาก ไม่เพียงแต่ในวันที่ อากาศร้อน แต่คุณแม่โหยหามันทุกวัน เธอเคี่ยวน้ำแข็งเล่นราวกับเป็นขนม อาการอยากน้ำแข็งนี้มีความเกี่ยวข้องกับการขาดสารอาหารอะไรหรือไม่

A : หากคุณแม่ของคุณมีอาการอ่อนเพลียง่าย ความอยากน้ำแข็งอาจ บ่งบอกถึงการขาดธาตุเหล็ก (ซึ่งทําให้เป็นโลหิตจางได้) คุณอาจแนะนําให้ คุณแม่รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง (ตับ พีชแห้ง เนื้อแดง หอยนางรม หน่อไม้ฝรั่ง ข้าวโอ๊ต) หรือรับประทานธาตุเหล็กเสริม ขนาด 50 - 100 มก. ต่อวัน (ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวัดระดับธาตุเหล็กในร่างกายก่อน หากพบ ว่ามีการขาดธาตุเหล็กจริง จึงค่อยรับประทานเสริม-ผู้แปล)

 Q: ฉันอายุ 42 ปี และสังเกตว่ามีตุ่มสีเหลืองๆ ขึ้นรอบดวงตา มันเกิด จากการขาดสารอาหารอะไรหรือเปล่า

A : เป็นไปได้สูงที่สุ่มเหล่านั้นเกิดจากการสะสมของคอเลสเตอรอล ซึ่ง เกิดขึ้นเมื่อร่างกายพยายามจะกําจัดคอเลสเตอรอลส่วนเกิน ภาวะนี้มักเป็น กรรมพันธุ์ และอาจบ่งบอกว่าคุณมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจสูงกว่าคน ทั่วไป ดูเพิ่มเติมในตอนที่ 94 ว่าคุณจะลดระดับคอเลสเตอรอลลงได้อย่างไร และควรเพิ่มการรับประทานวิตามินบี โครเมียม และสังกะสีในอาหารและ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

 Q : วิตามินซีในน้ำส้มจะคงอยู่ได้นานเท่าไรครับ

A : สําหรับน้ำส้มที่วางขายทั่วไป วิตามินซีจะอยู่ได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ นับจากเมื่อคุณเปิดภาชนะบรรจุ สําหรับน้ำส้มคั้นสด หากเก็บในภาชนะที่ปิด : อย่างดีในตู้เย็น วิตามินซีจะคงอยู่ได้ประมาณ 3 สัปดาห์

 Q : การทําอาหารด้วยไมโครเวฟ ทําให้สูญเสียสารอาหารมากกว่า หรือน้อยกว่าการทําอาหารแบบปกติ

A : โดยทั่วไปคือน้อยกว่า การทําอาหารด้วยไมโครเวฟใช้เวลาสั้นกว่า และใช้น้ำในการประกอบอาหารน้อยกว่า

 หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์และอยากอ่านเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม สามารถสนับสนุน ดร.เอิร์ล มินเดลล์ (ผู้แต่ง) พญ. ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล (แปล) ได้โดยการซื้อหนังสือวิตามินไบเบิล

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่