Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

อาการหัวชนฝา

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,926,280 คน

อาการหัวชนฝา เป็นการที่แมวเอาหัวพิงกำแพงหรือวัตถุต่าง ๆ อย่างไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน มันเป็นสัญญาณบ่งบอกอาการผิดปกติทางสมองของพวกมัน เป็นสภาวะหรืออาการที่อาจสื่อถึงความผิดปกติเกี่ยวกับระบบประสาท ซึ่งอาจเป็นผลจากหลายสาเหตุ รวมถึง โรคที่ผิดปกติเฉพาะสมองส่วนหน้า (เกิดที่สมองส่วนหน้าหรือส่วนธาลามัสทำงานผิดปกติ) หรือการได้รับสารพิษ

ยังคงไม่มีหลักฐานใดที่เจาะจงถึงสายพันธุ์หรือช่วงอายุที่มีความเสี่ยงในการเกิดอาการนี้

อาการที่พบ

การแสดงออกของการเอาหัวชนฝานี้เป็นแค่สัญญาณบอกอาการผิดปกติทางสมองของพวกมัน อาการอื่นที่อาจจะตามมา รวมไปถึง การเดินเรื่อยเปื่อยแบบไร้จุดหมาย การเดินวนเป็นวงกลม เหม่อลอย ชัก ปัญหาทางปฏิกิริยาการตอบรับ และปัญหาทางสายตา ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้อาจจะนำไปสู่การบาดเจ็บได้ เช่น อาการช้ำจากการเดินไปมา หรือ บาดแผลที่หน้าหรือหัวจากการเอาหัวชนฝาเป็นเวลานาน ๆ

สาเหตุ

มีหลายเหตุผลที่ทำไมแมวรู้สึกว่ามันต้องเอาหัวชนฝา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการ สาเหตุที่เป็นไปได้คือ ความผิดปกติเกี่ยวกับการเผาผลาญในร่างกาย เช่น ภาวะเกลือโซเดียมสูง หรือ ภาวะเกลือโซเดียมต่ำในเลือด เนื้องอกโรคมะเร็งชนิดที่ 1 และ 2 (หมายถึงเนื้องอกที่อยู่ในสมอง กับ เนื้องอกที่อยู่ตามร่างกาย) หรือมีการติดเชื้อในระบบประสาท เช่น โรคกลัวน้ำ หรือ โรคเชื้อรา สาเหตุอื่นรวมไปถึง การบาดเจ็บที่ศีรษะ เช่น จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ หรือ การได้รับสารพิษ เช่น ตะกั่ว

การวินิจฉัย

กระบวนการวินิจฉัยเริ่มต้นในอาการหัวชนฝา คือการตรวจดูจอประสาทตาที่ส่วนของเรตินาและโครงสร้างส่วนหลังของลูกตา ว่ามีการติดเชื้อหรืออักเสบหรือไม่ และยังสามารถเผยถึงความผิดปกติในสมอง การทดสอบอย่างอื่นก็เช่น การใช้เครื่องวัดความดันโลหิตเพื่อหาถึงความดันที่สูงขึ้น และการทำ CT หรือ MRI สแกนในสมอง สัตวแพทย์จะทำการสั่งให้มีการตรวจปัสสาวะ เพื่อดูความผิดปกติในระบบเผาผลาญของร่างกาย และการทดสอบหาสารตะกั่วในเลือด  เพื่อหาสารพิษที่อยู่ในเลือด

คุณจะต้องให้ประวัติทางสุขภาพทั้งหมด การเริ่มต้นของอาการ และอุบัติเหตุที่อาจนำไปสู่อาการนี้

การรักษา

การรักษานั้นขึ้นอยู่กับอาการที่ปรากฏและการวินิจฉัยจากที่แพทย์ระบุ ถ้ามีสัญญาณที่บ่งบอกถึงอาการที่ร้ายแรงอาจจะต้องมีการนำแมวเข้าโรงพยาบาลเพื่อได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เหตุที่ก่อให้เกิดต่างกัน การรักษาก็จะย่อมแตกต่างกันไป ไม่ควรให้ยาหรือการรักษาอื่นใดจนกว่าจะได้รับการวินิจฉัยจากสัตวแพทย์แล้วเท่านั้น

การบริหารและการใช้ชีวิต

โรคบางชนิดอาจต้องการวิธีที่แตกต่างกันไปในการดูแลหลังได้รับการรักษา อย่างไรก็ตามการตรวจสมองเพื่อคอยสังเกตความคืบหน้าของอาการนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม