ความรู้สุขภาพ

มารู้จักกับ HDL-c จากการตรวจไขมันในเลือดกันเถอะ!

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 945,538 คน

มารู้จักกับ HDL-c จากการตรวจไขมันในเลือดกันเถอะ!

วัตถุประสงค์

                เพื่อจะทราบค่า คอเลสเตอรอลชนิดดี (หรืออยู่บนพาหนะชนิดดี) นั้นว่ามีค่ามาก / น้อยเพียงใด

                โปรดจำตั้งแต่บัดนี้ว่า ค่า HDL-c นั้น ยิ่งสูงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีมากเท่านั้น

คำอธิบายอย่างสรุป

                1. ตามที่ได้เคยอรรถาธิบายกันมาแล้วว่าคอเลสเตอรอลนั้นรออยู่ในกระแสเลือดด้วยตัวเองไม่ได้จำต้องอาศัยบรรทุกอยู่บนพาหนะที่เรียกว่า "lipoprotein" เสมอและไลโบโปรตีน นั้นก็มีหลายชนิดโดยแต่ละชนิดจะมีความแตกต่างกันตรงที่มีอัตราส่วนของไขมันตอบโปรตีนต่างกันทำให้เกิดความหนาแน่นต่างกัน

                2. เฉพาะไลโบโปรตีน ที่มีความหนาแน่นสูงที่เรียกว่า "high density lipoprotein" หรือ HDL นั้นเมื่อมีคอเลสเตอรอลมาก็ติดหรือ" บรรทุก" อยู่ก็จะเขียนว่า "HDL-c"

                3. HDL-c นั้นนับเป็นคอเลสเตอรอลชนิดดีเพราะได้บรรทุกอยู่บนพาหนะชนิดดีซึ่งย่อมจะช่วยพาการขนส่งจากหลอดเลือดทั่วร่างกายกับคืนไปให้ตับทำลายทิ้งออกไปนอกร่างกายกล่าวโดยสรุปจึงนำว่าจะเป็นการช่วยลดคอเลสเตอรอลรวม (total cholesterol) ให้ต่ำลงในลำดับต่อไปด้วย

                4. โดยเหตุดังกล่าว HDL-c จึงเป็นสิ่งพึงประสงค์ว่ายิ่งมีระดับสูงหรือมีค่ามากเท่าไหร่ก็ยิ่งจะเป็นประโยชน์ต่อตัวท่านเจ้าของร่างกายมากเท่านั้น

                5.บทความเรื่อง" คอเลสเตอรอลดี" (The good Cholesterol) ที่เขียนโดยนายแพทย์ ดร. ปีเตอร์ พี ทอธ (Perter P. Toth, M.D., Ph.D) แห่งโรงเรียนแพทย์ในมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสารของสมาคมโรคหัวใจอเมริกัน (The American Heart Association) ได้ให้คำแนะนำหลักเกณฑ์และวิธีการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อเพิ่มระดับHDL ให้มีค่าสูงขึ้นโดยมีสาระสำคัญที่อาจสรุปได้ดังนี้

                ก. หากเป็นคนมีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน (เช่นค่าดัชนีมวลกาย หรือ BMI เกิน 25.0) หรืออ้วน ก็ต้องลดน้ำหนัก

                ข. หากสูบบุหรี่ก็ต้องหยุดสูบอย่างถาวร

                ค. ต้องออกกำลังกาย

                ง. ต้องลดปริมาณการบริโภคอาหารประเภท แป้ง (หมายถึงข้าว ขนม น้ำตาล ฯลฯ) หรือแปลว่าต้องกินอาหารแต่พออิ่ม ไม่ล้นเกิน

                จ. ควรกินอาหารจำพวกที่เป็นปลาให้มากขึ้น

                ฉ. ปรับเมนูอาหารประจำวันให้สอดคล้องหรือใกล้เคียงชาวเมดิเตอร์เรเนียน กล่าวคือ อาหารทุกมื้อจะอุดมไปด้วย ผลไม้สด ผักสด หรือข้าวไม่ขาว (ขนมปังโฮวีหรือเข้ากล้อง) น้ำมันมะกอกและถั่วชนิดต่างๆ

                ช. ข้อสุดท้ายท่านอาจารย์คุณหมอทอธ ได้แนะนำว่าเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์เช่น ไวน์ขนาด 2-6 ออนซ์ (ปริมาณไม่เกิน 2 แก้วไวน์) ต่อวันก็อาจจะช่วยเพิ่มค่าHDL

                ได้แต่สำหรับข้อสุดท้ายนี้ผมไม่ใคร่อยากเสนอแนะให้คนไทยเพราะวัฒนธรรมการดื่มของคนไทยเราแตกต่างจากฝั่งอย่างชัดเจนกล่าวคือ คนไทยเมื่อได้ไวน์ 2 แก้วนี้แล้วมักไม่ใคร่หยุดต้องดื่มจนเมาหรือหมดขวดนั่นแหละจึงหยุด ทำให้อาจเรียกว่าได้ไม่คุ้มเสีย!

                6. เนื่องจากผลการตรวจเลือดที่ได้ข่าวมานั้นค่อนข้างเป็นตัวเลขอิสระและมีความแน่นอน (ไม่เปลี่ยนแปลงวูบวาบเหมือน LDL หรือ triglyceride)

                กรณีเดียวกันรวมทั้งค่า total cholesterol (TC) หรือคอเลสเตอรอลรวมจะมีความชัดเจนและแน่นอนเช่นเดียวกัน

                โครงการศึกษาคอเลสเตอรอลแห่งชาติ (National Cholesterol Education Program, NCEP) ของสหรัฐอเมริกาซึ่งพิจารณาข้อมูลข้างต้นโดยสำรวจทางสถิติพบอัตราส่วนระหว่าง TC : HDL ว่าผลลัพธ์ที่แตกต่างกันนั้นอาจใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ (coronary artery disease, CAD) โดยที่อัตราส่วนนี้ว่า "Risk of Coronary Heart Disease" หรืออัตราความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจเพราะหลอดเลือด

ตารางแสดงอัตราส่วน TC : HDL

แสดงความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเลือดหัวใจ

ค่าความเสี่ยง

อัตราส่วน TC : HDL (หรือ TC ÷ HDL)

ชาย

หญิง

ครึ่งของอัตราเฉลี่ย

อัตราเฉลี่ย

สองเท่าอัตราเฉลี่ย

สามเท่าอัตราเฉลี่ย

3.4

5.0

10.0

24.0

3.3

4.4

7.0

11.0

ขอได้โปรดจดจำตัวเลข เฉพาะตรงค่าเฉลี่ย กล่าวคือ

TC ÷ HDL           ผู้ชายควรได้          5              หรือต่ำกว่า

TC ÷ HDL           ผู้หญิงควรได้        4.4          หรือต่ำกว่า

 

                นี่คือ ข้อมูลที่จะช่วยลดความกังวลในกรณีที่ Total cholesterol มีค่าเกินกว่า 200 mg/dL ไม่มากนักเช่น

                กรณีตัวอย่าง คุณอวิชาไปเจาะเลือดได้รับทราบผลการตรวจเลือดมาว่า

                TC                          =                             220 mg/dL

และ        HDL                      =                             50 mg/dL

                กรณีอย่างนี้คุณอวิชาอาจได้รับคำแนะนำ แกมบังคับว่า จะต้องกินยาลดคอเลสเตอรอลเพราะ TC เกิน 200 mg/dL ตั้ง 10 เปอร์เซนต์ แล้ว

                หากคุณอวิชาได้ตรวจสอบค่าความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจเพราะหลอดเลือด แล้วจะพบว่า             

                                                =                             4.4

                ซึ่ง 4.4 นั้นต่ำกว่า 5 ที่เป็นตัวเลขค่าเฉลี่ยไม่น้อยอยู่แล้ว

                ดังนั้นถ้าคุณอวิชาเลือกที่จะกินยาลดคอเลสเตอรอล ก็ควรจะมีชื่อว่าอวิชาต่อไป (เพราะแปลว่า ไม่รู้หรือ ไม่ฉลาด !) แต่หากคุณอวิชาเลือกที่จะมีวิถีชีวิต โดยไม่เพิ่ม TC ให้เกินกว่า 220 mg/dL ต่อไปอีกและหาทางเพิ่ม HDL ให้มากกว่า 50 mg/dL ยิ่งขึ้นไปด้วยโดยไม่ต้องแตะต้องยา ดังนี้ คุณอวิชาก็ควรจะกระวีกระวาดไปยังที่ว่าการอำเภอ เพื่อยื่นคำร้องขอเปลี่ยนชื่อตัวเองเสียใหม่ ให้เป็นวิชา

                เพราะคำว่า วิชา นั้นพจนานุกรม ท่านแปลว่าความรู้จากการศึกษาเล่าเรียนหรือวิชาแปลว่าความรู้แต่ อวิชา แปลว่า ไม่รู้

                7. ประเด็นเดียวกันนี้โรงเรียนแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในสหรัฐอเมริกาก็ได้บัญญัติศัพท์เรียกอัตราส่วนค่าคอเลสเตอรอลรวม (TC) ต่อค่าคอเลสเตอรอลความหนาแน่นสูง (HDL) เช่นเดียวกันนี้ว่าอัตราส่วนความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ (Cardiac Risk Rati,CRR) นั่นคือ

   

                CRR ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดแปลค่าว่า

CRR

อยู่ในอัตราส่วนความเสี่ยงโรคหัวใจ

6.5

5.0

4.5

4.0

3.0

สูง

เหนือเกณฑ์เฉลี่ย

เกรดเฉลี่ย

ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย

ต่ำ

 

                น่าสังเกตว่าโรงเรียนแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้ให้ค่าเกณฑ์เฉลี่ยไว้เพียงค่าเดียวคือ 4.5 ซึ่งใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง

                สำหรับผู้ชายค่า 4.5 อาจน้อยกว่าค่าทั่วไปคือ 5 ค่อนข้างมากทั้งนี้คงอาจจะเนื่องด้วยเหตุผลว่าสถิติแนวโน้มผู้ชายนั้น มักเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจชุกชุมมากกว่าผู้หญิง ฉะนั้นอาจารย์แพทย์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ท่านจึงเจตนาตั้งตัวเลขสำหรับผู้ชายให้ต่ำไว้ก็ได้

                แต่สำหรับของคุณผู้หญิงค่าเฉลี่ยทั่วไปคือ 4.4 ฉะนั้นถ้าตัวเลข 4.5 ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดจึงถือว่าใกล้เคียงกันไม่แตกต่างกันมากนัก

ค่าปกติของ HDL-c

                1. ให้ถือตามข้าที่ระบุไว้ในใบรายงานแสดงผลเลือด (ถ้ามี)

                2. ค่าปกติทั่วไป

ค่าผิดปกติ

                1. ในทางน้อย (เป็นสิ่งไม่พึงประสงค์) อาจแสดงผลว่า

                                ก. อาจกินอาหารไขมันและแป้งหนามากเกินไปเป็นเวลาต่อเนื่องกันนานจนเกิดโรค "hypertriglyceridemia" ซึ่งย่อมมีผลทำให้ค่า HDL ต่ำลงด้วย

                                ข. อาจเกิดโรคเกี่ยวกับตับเช่นโรคตับอักเสบ (hepatitis) หรือตับแข็ง (cirrhosis) โดยที่ HDL ส่วนหนึ่งผลิตขึ้นมาโดยตับแต่เมื่อตับเองเกิดโรคจึงย่อมสร้างHDL ไม่ได้มาตามที่ควรจะทำ

                                ผมมีข้อสังเกตว่าโรคตับอักเสบก็ดี (ความจริงไม่ดี) หรือโรคตับแข็งก็ดี กรณีนี้อาจจะเกิดจากท่านเจ้าของร่างกายดื่มสุราหรือไวน์ด้วยเจตนาแต่แรกว่าจะเพิ่มค่า HDL ก็ได้แต่ถ้าไม่ยอมหยุดเพียงสองแก้วดังกล่าวมาแล้ว

                                คราวนี้นอกจากจะสูงค่า HDL ขึ้นไม่ได้ดังใจปรารถนาแล้วตับก็ยังกลับต้องมาพังลงอีกด้วย

                                ค. มีสภาวะหรือพฤติกรรมที่ตรงกันข้ามกับคำแนะนำของคุณหมอทอธ ซึ่งย่อมจะมีผลสุดท้ายทำให้ค่าHDL ในร่างกายลดต่ำลงเช่น

                                1) ปล่อยให้ร่างกายอ้วนหรือมีน้ำหนักร่างกายเกินเกณฑ์มาตรฐานเช่น ดัชนีมวลกาย (BMI) มีค่าสูงกว่า 25.0

                                2) สูบบุหรี่

                                3) ไม่ชอบเคลื่อนไหวร่างกายหรืออ้างว่าได้ออกกำลังกายแล้วด้วยการนอนชมการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ทางทีวี จากอังกฤษ

                                4) ชอบกินอาหารประเภทแป้งและไขมัน เช่น อาหารทอดจากร้าน อาหารจานด่วน ชื่อฝรั่งโก้ๆ

                                5) รังเกียจอาหารที่ทำจากปลา

                                6) ไม่ชอบกินผัก ผลไม้ ข้าวกล้อง ขนมปังโฮวีท

                2. ในทางมาก (เป็นสิ่งพึงประสงค์ที่สุด) อาจแสดงผลว่า

                ก. เป็นผลมาจากพันธุกรรมซึ่งมีน้อย

                ข. อาจมีการออกกำลังกายวันละ 30 นาทีต่อเนื่องอย่างจริงจังผมก็ขออนุโมทนา

                หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์และอยากอ่านเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม สามารถสนับสนุนผู้แต่ง (พลเอกประสาร เปรมะสกุล) ได้โดยการซื้อหนังสือ (คู่มือแปลผลการตรวจเลือด)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่