Doctor men
เขียนโดย
ทีมแพทย์แผนไทยประยุกต์ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
การกินเพื่อสุขภาพ

ผักเชียงดา (Gymnema)

สรรพคุณ คุณประโยชน์ และข้อควรระวังการกินผักเชียงดา ไขข้อสงสัย ผักเชียงดาช่วยลดน้ำตาลในเลือดและรักษาเบาหวานได้จริงหรือไม่?
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,186,786 คน

ผักเชียงดา (Gymnema)

ผักเชียงดา เป็นผักพื้นบ้านในภาคเหนือของประเทศไทย ด้วยความที่หาง่าย และนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย จึงทำให้ได้รับความนิยมจากคนในพื้นที่มาก นอกจากนี้ประเทศญี่ปุ่นก็ได้ให้ความสนใจสรรพคุณลดน้ำตาลในเลือดของผักเชียงดาเป็นอย่างยิ่ง

ชื่อวิทยาศาสตร์ Gymnema inodorum (Lour.) Decne.

ชื่อวงศ์            APOCYNACEAE

ชื่ออังกฤษ         Gymnema

ชื่อท้องถิ่น         เจียงดา ผักเจียงดา ผักเซียงดา ผักกูด ผักจินดา ผักเซ่งดา ผักม้วนไก่ ผักเซ็ง ผักว้น ผักฮ่อนไก่ ผักอีฮ่วน เครือจันปา

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของผักเชียงดา

ผักเชียงดาเป็นไม้เถาเลื้อย ลำต้นเมื่อยังอ่อนมีสีเขียวเข้ม แต่ทุกส่วนของลำต้นที่อยู่เหนือดินมียางสีขาว ขนาดของลำต้นมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5-5 เซนติเมตร ใบเดี่ยว ออกคู่ตรงกันข้าม ใบรูปหอกกว้าง ปลายใบเรียวแหลม โคนใบโค้งมนหรือเว้าเล็กน้อย ขอบใบเรียบ ผิวใบเกลี้ยงเป็นมัน ก้านใบยาว 3.5-6 เซนติเมตร ใบกว้าง 9-11 เซนติเมตร ใบยาว 15-19 เซนติเมตร ดอกออกเป็นช่อกระจุกจากซอกใบ ดอกย่อย กลีบเลี้ยงสีเขียว กลีบดอกสีขาว สีเหลืองอ่อน หรือเหลืองอมส้ม เกสรตัวผู้เป็นกระจุกแน่น ผลเมื่ออ่อนสีเขียว เมื่อแก่สีน้ำตาลคล้ำ มี 2-3 เมล็ด

คุณค่าทางโภชนาการของผักเชียงดา 100 กรัม 

ให้พลังงาน 60 แคลอรี

  • โปรตีน 5.4 กรัม
  • ไขมัน 1.5 กรัม
  • คาร์โบไฮเดรต 6.2 กรัม
  • ใยอาหาร 2.5 กรัม
  • วิตามินบี 1 981 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 2 0.32 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 3 1 มิลลิกรัม
  • วิตามินซี 153 มิลลิกรัม
  • แคลเซียม 78 มิลลิกรัม
  • ธาตุเหล็ก 2.3 มิลลิกรัม
  • ฟอสฟอรัส 98 มิลลิกรัม

ที่มา: สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

สรรพคุณของผักเชียงดา

แต่ละส่วนของผักเชียงดา สามารถนำมาปรุงเป็นยาได้ โดยมีวิธีทำและสรรพคุณดังนี้

  • นำใบสดของผักเชียงดามาตำให้ละเอียดใช้พอกบริเวณกระหม่อม เพื่อบรรเทาอาการไข้หวัด หรือนำไปประกอบในตำรายาแก้ไข้อื่นๆ เช่น บอระเพ็ด กระดอม สะเดา เป็นต้น
  • ผลของผักเชียงดา มีสรรพคุณเป็นยาแก้ไอ ขับเสมหะ โดยนำผลไปตากแห้ง จากนั้นบดเป็นผงผสมกับน้ำผึ้ง น้ำมะนาวและเกลือเล็กน้อย นำมากวาดคอ จะช่วยทำให้ชุ่มคอ ลดอาการไอ บรรเทาอาการหอบหืด
  • ต้นของผักเชียงดา มีสรรพคุณเป็นยาแก้หลอดลมอักเสบ แก้ไอ แก้ปอดอักเสบ ขับปัสสาวะ แก้อาการบวมน้ำ โดยนำทั้งต้นมาต้มในน้ำเดือด แล้วดื่มก่อนอาหารวันละ 3 ครั้ง ติดต่อกันไม่เกิน 14 วัน
  • หัวใต้ดินของผักเชียงดา มีรสมันขม มีสรรพคุณเป็นยาแก้พิษอักเสบ พิษร้อน ช่วยดับพิษกาฬ แก้พิษไข้เซื่องซึม และแก้เริม โดยนำส่วนหัวใต้ดินมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วนำไปต้มในน้ำเดือด แล้วดื่มก่อนอาหารวันละ 3 ครั้ง ติดต่อกัน 3-7 วัน

ฤทธิ์ลดน้ำตาลของผักเชียงดา

ในผักเชียงดามีสารสำคัญชื่อ Gymnemic acid ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการขนส่งน้ำตาล ชะลอการดูดซึมน้ำตาลบริเวณลำไส้เล็ก กระตุ้นการสร้างและซ่อมแซมเบต้าเซลล์ในตับอ่อน ทำให้มีการหลั่งอินซูลินเพิ่มมากขึ้น เป็นผลให้น้ำตาลในเลือดลดลง นอกจากนี้ยังมีการศึกษาทางคลินิกในอาสาสมัครสุขภาพดี พบว่าหลังจากอาสาสมัครดื่มชาที่ได้จากใบเชียงดาอบแห้ง มีผลลดระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างมีนัยสำคัญ และเมื่อรับประทานต่อเนื่อง 28 วัน สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับประทาน

อย่างไรก็ตาม การศึกษาฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดของผักเชียงดาในผู้ป่วยเบาหวานยังมีไม่มากนัก แต่ก็สามารถใช้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในขั้นต้นได้เช่นกัน

การนำผักเชียงดามาปรุงอาหาร

ยอดผักเชียงดาสามารถนำรับประทานแบบสด หรือนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายชนิด เช่น แกงส้ม แกงแค แกงเขียว แกงโฮะ แกงขนุน แกงเลียงกับปลาแห้ง หรือใส่ในต้มเลือดหมู

ในช่วงฤดูแล้งยอดอ่อนใบอ่อนและดอกของผักเชียงดาจะมีรสหอมหวาน แต่ในช่วงฤดูฝน ยอดอ่อนใบอ่อนและดอก จะมีรสเฝื่อน หลายคนจึงนิยมรับประทานผักเชียงดาเฉพาะช่วงคือฤดูแล้งเท่านั้น แต่หากต้องการรับประทานเพื่อให้ได้คุณค่าทางโภชนาการ แนะนำให้รับประทานผักเชียงดาใบอ่อนที่ไม่ผ่านความร้อน

ข้อห้ามและข้อควรระวังในการรับประทานผักเชียงดา

ผักเชียงดาเป็นผักพื้นบ้านที่นำมารับประทานเป็นเวลานาน ซึ่งก็ยังไม่เคยปรากฏรายงานความเป็นพิษจากการรับประทาน แต่หากผู้ป่วยเบาหวานที่รับประทานยาแผนปัจจุบันและต้องการรับประทานผักเชียงดาร่วมด้วย ควรรับประทานด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากอาจจะเสริมฤทธิ์กับยารักษาเบาหวาน จนทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ


ที่มาของข้อมูล

สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข, ผักพื้นบ้าน, 2540.

มาโนช วามานนท์, เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ, ผักพื้นบ้าน : ความหมายและภูมิปัญญาของสามัญชน, 2538.

วิทยา บุญวรพัฒน์. หนังสือสารานุกรมสมุนไพรไทย-จีน ที่ใช้บ่อยในประเทศไทย. 2554


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป