สุขภาพผู้ชาย

เกาต์ในผู้ชาย: อาการ สาเหตุ และการรักษา

เกาต์เป็นภาวะที่ทำให้เกิดความเจ็บปวด ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นในผู้ชาย
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
Man with painful and inflamed gout picture id527780125

เกาต์เคยถูกคิดว่าเป็นโรคของคนรวยและคนมีชื่อเสียงที่กินดื่มมากเกินไป ถึงแม้ว่าเกาต์อาจดูเป็นโรคที่สร้างความลำบากเพียงในอดีต แต่มีหลักฐานว่าการเกิดโรคเกาต์กำลังเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจมีความเกี่ยวข้องกับอัตราการเพิ่มขึ้นของโรคอ้วน ถึงแม้ว่าแอลกอฮอล์และอาหารที่มากเกินไปจะเป็นความเสี่ยงของโรคเกาต์ แต่ปัญหาสุขภาพนี้มีความซับซ้อนมากกว่านั้น

เกาต์เป็นภาวะข้ออักเสบชนิดหนึ่งที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดมาก ซึ่งภาวะข้ออักเสบส่งผลต่อข้อและเส้นเอ็น เช่นเดียวกับเนื้อเยื่ออื่น ๆ เกาต์มักส่งผลต่อข้อเพียงข้อเดียวในเวลาหนึ่ง และราว ๆ 70% ของผู้เป็นเกาต์จะเป็นที่นิ้วหัวแม่เท้า เกาต์สามารถเป็นที่ขา เข่า ข้อเท้า เท้า มือ ข้อมือ หรือข้อศอกได้ด้วย โดยที่บางครั้งก็เป็นที่นิ้วมือ และแทบไม่เกิดที่กระดูกสันหลังเลย โดยจากผู้เป็นเกาต์ทั้งหมด 90% เป็นผู้ชาย

สาเหตุของเกาต์

เกาต์เกิดจากระดับของกรดยูริกในเลือดที่สูงเกินไป กรดยูริกสร้างขึ้นระหว่างการย่อยสลายของโปรตีน มักขับออกทางไตมาสู่ปัสสาวะ เมื่อร่างกายไม่สามารถกำจัดกรดยูริกส่วนเกินออกได้ ก็จะสะสมอยู่ในรูปของผลึกโมโนโซเดียมยูเรต ซึ่งผลึกเหล่านี้จะสะสมอยู่รอบ ๆ ข้อ เส้นเอ็น และเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดการอักเสบและความเจ็บปวดอย่างมาก

ผู้ชายและเกาต์

เกาต์ส่งผลกระทบต่อผู้ชายส่วนใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 45 ปี การมีน้ำหนักตัวมากเกิน การดื่มแอลกอฮอล์บ่อย ๆ และยาขับปัสสาวะสามารถเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคได้

การกินเนื้อสัตว์และปลาที่มีสารเคมีที่เรียกว่าพิวรีนสูงก็เป็นสาเหตุได้เช่นกัน ผู้หญิงที่เป็นเกาต์มักเป็นผู้หญิงในวัยหลังหมดประจำเดือน

อาการและอาการแสดงของเกาต์

หากเป็นเกาต์ บริเวณที่เป็นจะแดง บวม อักเสบ และเจ็บปวดมาก ปริมาณปัสสาวะต่อวันจะน้อยกว่าปกติและมีสีเข้ม

ในรูปแบบที่เป็นอย่างฉับพลันนี้ อาการมักคงอยู่ระหว่างสี่ถึงสิบวัน เกาต์ในรูปแบบเรื้อรังมักเกิดขึ้นซ้ำบริเวณแรกที่เป็น และสามารถเป็นที่ข้อและบริเวณอื่น ๆ ได้ภายหลังหากไม่มีการรักษา ผลึกที่สะสมมากขึ้นจะทำให้เกิดข้ออักเสบ เกิดความเสียหายต่อไต ตับ เส้นเลือดแดง และหัวใจ

การรักษาสำหรับเกาต์

การรักษาขึ้นอยู่กับว่าเกาต์อยู่ในระยะฉับพลัน หรือเพื่อเป็นการควบคุมภาวะโรคเรื้อรัง

เกาต์ระยะฉับพลัน

NSIADS (Non Steriod Anti-inflammatory Drugs) ถูกใช้เพื่อลดอาการบวมและช่วยเรื่องอาการปวด สามารถใช้คอร์ติโคสเตียรอยด์ได้หากทน NSIADS ไม่ไหว โคลชิซีน (colchicine) นั้นใช้เป็นบางครั้ง และเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มีปัญหาหัวใจด้วย

เกาต์ระยะเรื้อรัง

การเป็นเกาต์แบบเฉียบพลันซ้ำ ๆ อาจทำให้ต้องการการรักษาในระยะยาว เช่น อัลโลพูรินอล (allopurino ซึ่งเป็น xanthine-oxidase inhibitor) เพื่อลดการสร้างกรดยูริกหรือยาเพิ่มการขับกรดยูริก เช่น probenecid ซึ่งสั่งให้เพื่อเพิ่มการขับกรดยูริก ยาเหล่านี้ไม่ควรเริ่มให้ในช่วงที่มีอาการเฉียบพลัน แต่สามารถใช้ต่อได้เรื่อย ๆ  หากอาการกำเริบเฉียบพลันระหว่างการรักษาควรหยุดยาเหล่านี้

คนมีชื่อเสียงที่เป็นเกาต์

เกาต์ส่งผลต่อผู้คนในหน้าประวัติศาสตร์หลายราย ผู้มีชื่อเสียงที่ทนทรมานจากเกาต์มีทั้งโทมัส เจฟเฟอร์สัน (อดีตประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา) พระเจ้าเฮนรี่ที่แปดแห่งอังกฤษ แซมมูเอล จอห์นสัน (นักเขียน) อัลเฟรด ลอร์ด เทนนิสัน (กวี) และเบนจามิน แฟรงคลิน

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่