ความรู้สุขภาพ

โรคเกาต์เทียม

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 11, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
Istock 109841867

โรคเกาต์เทียมเป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรัง เกิดการอักเสบเฉียบพลันได้เป็นพักๆ และมีอาการเช่นเดียวกับโรคเกาต์ทุกอย่าง แต่แตกต่างที่สาเหตุและผลึกที่ก่อการอักเสบของข้อ กล่าวคือ โรคเกาต์จะเกิดจากผลึกของกรดยูริก แต่โรคเกาต์เทียมจะเกิดจากผลึกของสารแคลเซียมไพโรฟอสเฟตไดไฮเดรต (calcium pyrophosphate dihydrate หรือ CPD) จึงเรียกโรคนี้ย่อ ๆ ว่า โรคซีพีดีดี (CPDD ซึ่งคือ CPD disease)

โรคเกาต์เทียมเป็นโรคที่พบได้เรื่อย ๆ ในทุกอายุ แต่พบได้สูงมากกว่าในผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป (ในคนอายุตั้งแต่ 80-85 ปีขึ้นไป พบได้สูงถึงร้อยละ 50) โดยพบในผู้หญิงและผู้ชายใกล้เคียงกัน

โรคเกาต์เทียมเกิดได้ทุกข้อ และมักเกิดทีละข้อ แต่อาจพบเกิดได้หลายๆข้อพร้อมกัน ข้อที่พบว่าเกิดโรคเกาต์เทียมบ่อยที่สุดคือ ข้อเข่าและข้อมือ นอกจากนั้นคือ ข้อศอก ไหล่ สะโพ ข้อเท้า และนิ้วโป้งเท้า

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

สาเหตุที่แน่ชัดของโรคเกาต์เทียมยังไม่ทราบ แต่ปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อยได้แก่

  • โรคต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำ
  • โรคต่อมพาราไทรอยด์ (ต่อมไร้ท่อซึ่งมีหน้าที่ควบคุมเหลือแร่แคลเซียม)
  • โรคมีเกลือแร่เหล็กในเลือดสูง เช่น ในโรคเลือดบางชนิด
  • โรคเรื้อรังที่ทำให้มีเกลือแร่แคลเซียมในเลือดสูง เช่น โรคไตเรื้อรัง ไตจึงกำจัดแคลเซียมออกจากร่างกายทางปัสสาวะได้น้อยลง
  • โรคเบาหวาน เนื่องจากโรคเบากวานมักเป็นสาเหคุหนึ่งของโรคไตเรื้อรัง
  • อุบัติเหตุต่อข้อโดยตรง
  • โรคหลอดเลือดสมองแตกหรือตีบตัน
  • ความผิดปกติทางพันธุกรรม เป็นสาเหตุให้พบโรคนี้ในคนอายุน้อย

อาการและการวินิจฉัย

อาการที่พบบ่อยและวิธีวินิจฉัยโรคเกาต์เทียมเช่นเดียวกับของโรคเกาค์ (อ่านเพิ่มเติมในหัวข้อนั้น)

แนวทางการรักษา

แนวทางการรักษาโรคเกาต์เทียมคือ การรักษาควบคุมโรคที่เป็นปัจจัยเสี่ยง การให้ยาต้านการอักเสบ และการรักษาประคับประคองตามอาการ เช่น การพักใช้ข้อ ยาบรรเทาปวด และยาลดไข้

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงจากโรคเกาต์เทียมที่อาจพบได้ ได้แก่ ข้ออักเสบเรื้อรังจนอาจเกิดข้อยึดติด

ความรุนแรงของโรค

โรคเกาต์เทียมไม่ทำให้เสียชีวิต แต่เป็นโรคเรื้อรัง จึงส่งผลถึงคุณภาพชีวิต แต่สามารถควบคุมโรคได้ เมื่อควบคุมที่เป็นปัจจัยเสี่ยงได้ดี

การดูแลตนเองและการพบแพทย์

  • ปฏิบัติตามที่แพทย์และพยาบาลแนะนำ
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว เมื่อไม่มีโรคที่ต้องจำกัดน้ำดื่ม ทั้งนี้เพื่อขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะ
  • ดูแล รักษา และควบคุมโรคที่เป็นปัจจัยเสี่ยง
  • ควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วน
  • พักการใช้ข้อที่อักเสบ
  • พบแพทย์ตามนัดเสมอ และรับพบแพทย์ก่อนนัดเมื่ออาการต่าง ๆ แย่ลงหรือมีอาการผิดปกติไปจากเดิม

 การป้องกัน

การป้องกันโรคเกาต์เทียมที่สำคัญคือ การดูแล รักษา และควรคุมโรคที่เป็นปัจจัยเสี่ยง

คุณสามารถอ่านข้อมูลดีๆมีประโยชน์แบบนี้ได้เพิ่มเติมที่หนังสือ "โรคของกล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ" โดยศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงพวงทอง ไกรพิบูลย์ จากสำนักพิมพ์อัมรินทร์สุขภาพ เพื่อสนับสนุนผู้แต่ง

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่