Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
การตั้งครรภ์

13 คำแนะนำโภชนาการที่ดีเพื่อทารกในครรภ์

คำแนะนำเกี่ยวกับอาหารและอาหารเสริม ที่คุณแม่ควรคำนึงเมื่อตั้งครรภ์
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,511,019 คน

13 คำแนะนำโภชนาการที่ดีเพื่อทารกในครรภ์

เมื่อคุณแม่ทราบว่าตอนนี้มีอีกหนึ่งชีวิตเกิดขึ้นมาในตัวของเราแล้ว ไม่ว่าเราจะทำอะไร ทุกๆ อย่างจะส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ โดยเฉพาะอาหารที่แม่ทานเข้าไปในแต่ละมื้อ นั่นหมายถึงสุขภาพของทารกในครรภ์ที่กำลังจะลืมตาดูโลกเลยทีเดียวค่ะ มีการสำรวจว่าคุณแม่ที่กินอาหารสำเร็จรูปหรืออาหารที่ไม่มีประโยชน์สุขภาพของเด็กจะไม่แข็งแรงถึง 92% และเด็กทารกอาจจะตายในครรภ์สูงถึง 65% ที่เหลือคลอดก่อนกำหนดบ้าง ร่างกายไม่สมบูรณ์ พิการบ้าง ดังนั้นคนที่ตั้งครรภ์จึงควรใส่ใจในเรื่องโภชนาการอย่างมาก คุณแม่ควรทานอาหารที่มีประโยชน์อยู่เสมอ

คำแนะนำเกี่ยวกับอาหาร ที่คุณแม่ควรคำนึงเมื่อตั้งครรภ์

  1. หากคุณแม่อดอาหารมื้อใดก็ตามนั่นหมายถึงทารกในครรภ์ก็อดอาหารไปด้วย เนื่องจากทารกในครรภ์จะได้รับอาหารที่คุณแม่กินมื้อต่อมื้อ หากคุณแม่อดอาหารมื้อใด ทารกก็จะอดอาหารด้วย ดังนั้นเมื่อถึงเวลาอาหาร ไม่ว่าจะหิวหรือไม่ก็ตามเราก็ควรกินอะไรบ้าง
  2. ควรใส่ใจและเลือกกินอาหารที่อุดมด้วยสารอาหารและพลังงานครบถ้วนตามที่ร่างกายเราและทารกต้องการ โดยไม่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มมากเกินความจำเป็น ไม่ควรรับประทานขนมหวาน หรืออาหารที่ไมมีประโยชน์
  3. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ และยาเสพติดต่างๆ
  4. คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ควรได้รับโปรตีนอย่างเพียงพอ อย่างน้อยวันละ 60-100 กรัมต่อวัน ซึ่งจะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้ อาจจะเน้นอาหารประเภทเนื้อปลานึ่ง ย่างเพื่อให้ได้โปรตีนที่ย่อยง่ายและเพียงพอต่อความต้องการ
  5. ควรกินอาหารที่มีวิตามินซีมากหน่อย เพราะวิตามินซีเป็นสารอาหารที่ร่างกายไม่สามารถเก็บสะสมไว้ได้ ต้องกินทุกวัน และวิตามินซีถูกทำลายได้ง่ายด้วยความร้อน แสงแดด และการเก็บไว้นานๆ ดังนั้นการกินวิตามินซีจะต้องกินสดๆ เช่น การรับประทานผลไม้สดๆ เป็นต้น
  6. เสริมแคลเซียมให้พอ เพราะคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ต้องรับแคลเซียมอย่างน้อย 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน เนื่องจากทารกในครรภ์ต้องการแคลเซียมเพื่อไปสร้างกระดูกและฟัน หากแม่ได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ ทารกในครรภ์จะไปดึงเอาแคลเซียมจากร่างกายของแม่ไปแทน ทำให้มีผลในระยะยาวคือแม่อาจกระดูกพรุนเมื่ออายุมากขึ้น
  7. เน้นผักใบเขียวและผักผลไม้สีเหลือง โดยคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ควรกินอาหารเหล่านี้วันละ 3 ส่วนเป็นอย่างน้อย ผักผลไม้เหล่านี้จะให้วิตามินเอ ในรูปของสารเบต้าแคโรทีน ซึ่งใช้ในการเจริญเติบโตของเซลล์ในร่างกาย นอกจากนี้ยังมีวิตามินบี วิตามินอี กรดโฟลิก และเกลือแร่ต่างๆ อีกมาก รวมถึงกากใยที่ช่วยลดอาการท้องผูกได้ นอกจากนี้ควรกินพืชผักผลไม้อื่นๆ วันละ 2 ชนิด เพื่อให้ได้รับวิตามินและเกลือแร่อื่นๆ เช่น โพแทสเซียม แมกนีเซียม เป็นต้น
  8. หากคุณแม่มีปัญหาแพ้ท้อง ลองรับประทานอาหารประเภทธัญพืช และถั่ว เช่น ข้าวโอ๊ต ข้าวบาเล่ห์ ข้าวซ้อมมือ ถั่วต่างๆ เพราะว่าอาหารเหล่านี้เป็นอาหารที่อุดมด้วยกากใย และวิตามินบี ที่ใช้ในการสร้างอวัยวะต่างๆ ของทารก และยังช่วยลดอาการแพ้ท้องรุนแรงได้อีกด้วย
  9. เน้นธาตุหล็กให้เพียงพอ เพราะธาตุเหล็กมีส่วนช่วยในการสร้างเม็ดเลือดให้กับทารกในครรภ์ การดูดซึมธาตุหล็กจะต้องใช้วิตามินซีเป็นตัวช่วย ดังนั้นจึงควรทานให้เพียงพอควบคู่กัน
  10. รับประทานไขมันที่มีประโยชน์บ้าง เพราะคุณแม่ที่ตั้งครรภ์หลายท่านอาจจะกลัวว่าการทานไขมันอาจจะทำให้อ้วนและมีผลกับทารกในครรภ์จึงหลักเลี่ยง แต่ว่าไขมันในอาหารนั้นก็มีความจำเป็น เนื่องจากสารอาหารบางชนิดจะต้องมีไขมันเป็นตัวช่วยในการดูดซึม ดังนั้นการหลีกเลี่ยงไขมันทั้งหมดจะไม่เป็นผลดีต่อร่างกาย
  11. อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ เพราะร่างกายของคนเราประกอบไปด้วยน้ำ คุณแม่ควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว เพื่อช่วยในการหมุนเวียนของเลือดหรือของเหลวในร่ากาย ช่วยให้ร่างกายชุ่มชื้น ลดอาการท้องผูก ลดความเสี่ยงการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ และปรับสมดุลเคมีในร่างกายเป็นต้น
  12. หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มจัด ควรกินแค่เพียงพอประมาณ โดยทั่วๆ ไปแพทย์จะแนะนำให้จำกัดอาหารรสเค็มในหญิงตั้งครรภ์ เพื่อลดการคั่งของน้ำในร่างกาย แต่ก็ไม่ใช่ว่าให้งดโดยเด็ดขาด เพราะอย่างไรเกลือก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย อาจรับเพียงแค่ปรุงรสเค็มขณะที่กิน อย่าปรุงรสเค็มตอนหุงต้มอาหาร
  13. สำหรับอาหารเสริมเพื่อบำรุงการตั้งครรภ์ในรูปแบบเม็ดหรือผง ความจริงแล้วไม่จำเป็นต้องรับประทานก็ได้ หากได้รับสารอาหารที่เพียงพออยู่แล้วจากอาหารปกติ ดังที่กล่าวมาข้างต้น แต่หากต้องการเสริม ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลครรภ์ก่อน เพราะอาหารเสริมบางชนิดนั้นอาจจะมีผลข้างเคียงได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
โปรแกรมตรวจสุขภาพ สำหรับผู้มีอายุมากกว่า 50 ปี ลดสูงสุด 30%

ตรวจคัดกรองโรคพบบ่อยในวัยก่อนเกษียณ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง รู้ก่อน รักษาก่อน โอกาสหายขาดสูง

Istock 643564758

ที่มาของข้อมูล

Megan Brooks, FDA Issues Draft Guidance on Pregnant Women in Clinical Trials (https://www.medscape.com/viewa...), 13 April 2018.

16 อาหารสําหรับคนท้อง & ผลไม้สําหรับคนท้อง, MedThai | (https://medthai.com/%E0%B8%AD%...), 23 กรกฎาคม 2561.


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
อัตราการเต้นหัวใจที่ค่อนข้างช้าของทารกในครรภ์ช่วงไตรมาสแรก อันตรายอย่างไร
อัตราการเต้นหัวใจที่ค่อนข้างช้าของทารกในครรภ์ช่วงไตรมาสแรก อันตรายอย่างไร

ความเสี่ยงของการแท้งบุตรในกรณีที่มีทารกในครรภ์มีอัตราการเต้นของหัวใจที่ค่อนข้างช้าในช่วงไตรมาสแรก

อะไรคือสัญญาณการฉีกขาดในภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก?
อะไรคือสัญญาณการฉีกขาดในภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก?

เรียนรู้สัญญาณการตั้งครรภ์นอกมดลูกก่อนที่มันจะฉีกขาด

ทำความเข้าใจกับภาวะตั้งครรภ์ที่ไข่ที่ปฏิสนธิไม่ฝังตัว (Chemical Pregnancy) ใช่หรือไม่ใช่?
ทำความเข้าใจกับภาวะตั้งครรภ์ที่ไข่ที่ปฏิสนธิไม่ฝังตัว (Chemical Pregnancy) ใช่หรือไม่ใช่?

การตั้งครรภ์ที่เร็วเกินไปที่จะยืนยันด้วยวิธีการทางชีวเคมี

ดูในแอป