สุขภาพแบบองค์รวม

ทำอย่างไรถึงจะสามารถรับประทานอาหารที่ไม่มีกลูเตน หรือเป็นมังสวิรัติ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
Istock 490798672 m

การที่ไม่รับประทานอาหารที่มีกลูเตนหรือการเป็นมังสวิรัตินั้น ดูเหมือนจะทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่เลี่ยงอาหารที่มี กลูเตนและผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลยที่จะทำแบบนั้น

ประการแรก แม้เราสามารถระบุอาหารที่มีเนื้อสัตว์จากฉลากบนผลิตภัณฑ์ แต่กลูเตนเป็นส่วนผสมที่มักจะไม่ระบุอย่างชัดเจน และมีอาหารจำนวนไม่น้อยที่มีส่วนประกอบของกลูเตน ซึ่งอาจจะทำให้คุณต้องไปหาร้านค้าหลายรอบจะสามารถหาสิ่งที่คุณสามารถรับประทานได้ และอีกเหตุผลหนึ่งก็คืออาหารส่วนมากที่ทำขึ้นสำหรับกลุ่มคนมังสวิรัติ มักมีการใช้โปรตีนซึ่งก็จะมีส่วนประกอบของกลูเตน ซึ่งอาหารเหล่านี้จึงสามารถใช้ได้ในกลุ่มมังสวิรัติ แต่ไม่ใช่กับผู้ป่วยโรคเซลิแอค (celiac disease) หรือการแพ้โรคเซลิแอค (non-celiac gluten sensitivity) ที่จะต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลูเตน

เพราะฉะนั้น จึงขอแนะนำให้เริ่มการรับประทานอาหารที่ไม่มีกลูเตนและมังสวิรัติโดยการทำอาหารด้วยตนเอง และเมื่อคุณทำจนเชี่ยวชาญแล้ว คุณก็สามารถแน่ใจได้เลยว่าอาหารที่คุณทำปลอดภัยแน่นอน

ต่อไปนี้คือตัวอย่างขั้นตอนในการเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งยิ่งใหญ่ของคุณ

1. เรียนรู้ว่าอาหารประเภทไหนมีกลูเตน เป็นส่วนผสมและอาหารประเภทไหนมีผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์

การที่จะเริ่มประทานอาหารที่ไม่มีกลูเตนนั้น ยากกว่าการหลีกเลี่ยงอาหารพวกขนมปังหรือพาสต้า เพราะว่ากลูเตนสามารถพบได้ในซุบกระป๋อง หรือในผงเครื่องปรุงต่าง ๆ รวมถึงแป้งสาลี แป้งข้าวบาร์เล่ย์หรือไรย์ ที่อาจมีอยู่ในนั้นแบบที่คุณคาดไม่ถึง โดยคุณสามารถระบุอาหารที่มีผลิตภัณฑ์ของเนื้อสัตว์อยู่ได้ง่ายมากกว่ากลูเตน และเมื่อคุณเน้นที่จะรับประทานอาหารที่มีการปรุงแต่งน้อย (whole food) เพียงแค่หลีกเลี่ยงบริเวณที่ขายเนื้อและไม่ซื้ออะไรที่ไม่แน่ใจว่ามีเนื้อสัตว์ผสมอยู่หรือไม่ แต่ถ้าหากคุณรับประทานมังสวิรัติแบบ vegan จะต้องหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากนมด้วย (หลายคนที่รับประทานอาหารที่ไม่มีกลูเตนจะหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากนมด้วย) ก็จะทำให้ยากขึ้น

2. ทำความสะอาดครัวของคุณ

มันเป็นเรื่องธรรมดาที่คุณจะติดนิสัยแบบเก่าในการทำอาหาร โดยเฉพาะเมื่อคุณรีบ เพราะจะทำให้คุณเผลอได้ ดังนั้น คุณต้องควรตรวจสอบห้องครัวของคุณ และนำส่วนผสมที่ไม่ปลอดภัยกับการรับประทานอาหารแบบใหม่ของคุณออก ยกตัวอย่างเช่น มาร์เมลโลว์มีส่วนผสมของเจลาตินที่เป็นผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ และหากคุณรับประทานอาหารที่ยังมีผลิตภัณฑ์จากนม ควรระมัดระวังว่าไอศกรีมบางชนิด (โดยเฉพาะกลุ่มที่มีราคาถูกกว่าหรือเป็นสูตรไขมันต่ำ) มีการใช้แป้งสาลีเป็นส่วนผสม คุณจะต้องตรวจสอบในทุก ๆ กล่อง กระป๋องและถุงต่าง ๆ ภายในห้องครัวโดยในรายการอาหารข้างต้นและโยนทิ้ง, บริจาคหรือมอบผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากสัตว์หรือมีกลูเตนให้คนอื่น

3. ระมัดระวังเรื่องโภชนาการจากอาหารที่ไม่มีกลูเตนและเป็นมังสวิรัติ

การหลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนผสมของกลูเตนและผลิตภัณฑ์จากสัตว์จะทำให้คุณไม่สามารถรับประทานอาหารได้จำนวนมากโดยเฉพาะในอาหารมังสวิรัติทั่วไปที่มีโปรตีนเป็นส่วนผสม ดังนั้นคุณจะมีความเสี่ยงมากกว่าปกติที่จะกิดภาวะทุพโภชนาการได้ (ซึ่งไม่รวมถึงเวลาที่คุณจะรู้สึกหิวเมื่อเพื่อคุณอยากไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารใหม่บนถนน) และคุณควรมีการระมัดระวังเรื่องโภชนาการที่คุณจะได้จากอาหารมากกว่าปกติ โดยเฉพาะโปรตีน แคลเซียม เหล็ก วิตามิน D และวิตามิน B บางชนิด

4. ขยายขอบเขตของอาหารไปสู่อาหารปรุงสำเร็จที่ไม่มีส่วนผสมของกลูเตนและเป็นมังสวิรัติ

และในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมามีการเพิ่มขึ้นของอาหารปรุงสำเร็จที่ไม่มีส่วนผสมของกลูเตนและเนื้อสัตว์ ดังนั้น คุณสามารถพบอาหารหลากหลายให้เลือกตามร้านอาหารเพื่อสุขภาพใกล้บ้านหรือร้าน Whole Foods ควรตรวจสอบฉลากผลิตภัณฑ์ให้แน่ใจก่อนการซื้อผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ว่ามีกลูเตนหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสัตว์ซ่อนอยู่หรือไม่ และถ้าหากคุณรับประทานอาหารที่ไม่มีกลูเตนเนื่องจากอาการแพ้กลูเตน คุณอาจจำต้องมองหาแนวโน้มที่อาจมีกลูเตนเจือปนบนฉลากของผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีกลูเตนด้วย (แม้ว่าฉลากจะเขียนว่าไม่มีกลูเตนและคุณก็ยังสามารถแพ้ได้)

5. เรียนรู้ที่จะรับประทานอาหารนอกบ้าน หรือเข้าสังคมกับผู้อื่นในระหว่างที่รับประทานอาหารที่ไม่มีกลูเตนและมังสวิรัติ

เมื่อคุณเริ่มรับประทานอาหารที่ไม่มีกลูเตนเพื่อสุขภาพ มันไม่ใช่เพียงแค่การหลีกเลี่ยงเมนูที่ดูเหมือนว่ามีส่วนผสมของกลูเตนหรือรับประทานแต่อาหารมังสวิรัติตามเมนูของร้านอาหาร แต่คุณจะต้องทราบว่าอาหารเหล่านั้นทำจากอะไรบ้าง เพราะอาจมีการใช้น้ำลวกพิซซ่ามานึ่งบร็อคโคลี่ก็ได้ ดังนั้นคุณจึงจะพบว่าคุณสามารถรับประทานอาหารได้จำกัดขึ้นในร้านอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่ไม่มีส่วนผสมของกลูเตนหรือมังสวิรัติซึ่งมักจะทำให้คุณรับประทานได้แค่ ”สลัดผักกับมันฝรั่งอบ ไม่ใส่น้ำสลัดหรือเนย” ยกเว้นว่าคุณอาศัยอยู่ในบริเวณที่มีร้านอาหารเพื่อสุขภาพให้เลือกเยอะ

นอกจากนั้น มันอาจเป็นเรื่องยากอยู่พอสมควรที่เพื่อนจะสามารถทำอาหารให้คุณ อย่างไรก็ตาม มันอาจไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้คุณนั่งจิบชาเฉย ๆ ซึ่งในระหว่างที่งานเลี้ยงกำลังเต็มไปด้วยอาหารดี ๆ เต็มไปหมด และหากคุณกำลังจะไปร้านอาหารคุณอาจโทรศัพท์ไปล่วงหน้า และทำการสอบถามผู้จัดการร้านก่อนว่าสามารถทำอาหารสำหรับคุณได้หรือไม่ หรือคุณอาจนำอาหารไปเองก็ได้ แต่ควรสงวนท่าทีหากอยู่ในร้านอาหารและอาจนำมาให้พอกับการแบ่งให้กับคนอื่นหากคุณกำลังไปงานเลี้ยงส่วนตัว

โดยสรุป

การรับประทานอาหารที่ไม่มีกลูเตนและมังสวิรัติไม่ใช่เรื่องที่ง่าย ๆ เลย โดยเฉพาะในช่วงแรก ๆ แต่อย่าทำให้ทำให้ความยากนี้ไปทำลายความตั้งใจของคุณว่าอาหารประเภทนี้จะส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายของคุณ และคุณจะสามารถจัดการมันได้ในที่สุดและอาจค้นพบอาหารใหม่ ๆ ที่น่าสนใจในระหว่างการเรียนรู้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่