โรคต้อหินในสุนัข: สาเหตุ อาการ การรักษา

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 16, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

โรคต้องหินในสุนัขเป็นสภาวะที่ภายในลูกตาเกิดความดันสูง ร่วมกับภาวะที่ไม่สามารถระบายของเหลวที่สร้างออกจากลูกตาได้ เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับอาการของต้อหินในสุนัขกัน

โรคของเส้นประสาทตาในสุนัข

โรคต้อหินเป็นสภาวะที่เกิดความดันสูงภายในลูกตา สาเหตุมาจากการระบายของเหลวที่ไม่เหมาะสมในลูกตา หากสภาวะนี้กลายเป็นสภาวะเรื้อรังหรือไม่ได้รับการแก้ไข จะนำไปสู่การถูกทำลายของเส้นประสาทตา ส่งผลให้ตาบอดในที่สุด

โรคต้อหินเป็นโรคที่พบได้บ่อยในสุนัขบางสายพันธุ์ที่มีสาเหตุโน้มนำมาจากพันธุกรรม เช่ย ซามอยด์ คอกเกอร์สแปเนียล พูเดิ้ล เชาเชา และไซบีเรียนฮัสกี้ ร้อยละ 40 ของสุนัขที่เกิดภาวะต้อหินมักจะตาบอดภายในหนึ่งปี แม้ว่าจะได้รับการรักษาโดยใช้ยาหรือการผ่าตัดก็ตาม

อาการและประเภทของโรคต้อหิน

โรคต้อหินแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ โรคต้อหินชนิดปฐมภูมิ (primary glaucoma) และโรคต้อหินชนิดทุติยภูมิ  (secondary glaucoma)

อาการของโรคที่เกิดจากภายในดวงตามีสาเหตุมาจากลูกตาไม่สามารถระบายของเหลวผ่าน filtration angle ได้แก่

  • ความดันภายในลูกตาสูง
  • กระพริบตา
  • ลูกตาจมไปในเบ้าตา
  • เห็นเส้นเลือดสีแดงบริเวณตาขาว
  • ด้านหน้าดวงตาขุ่น
  • ม่านตาขยาย หรือม่านตาไม่ตอบสนองต่อแสง
  • สูญเสียการมองเห็น

เมื่อสภาวะดำเนินไปโดยไม่ไดรับการแก้ไข

  • ลูกตาขยายใหญ่
  • สูญเสียการมองเห็นอย่างชัดเจน
  • การเสื่อมที่เพิ่มมากขึ้นภายในลูกตา

อาการของโรคต้อหินชนิดทุติยภูมิ หรือโรคต่อหินที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อของดวงตา

  • ความดันภายในลูกตาสูง
  • เห็นเส้นเลือดสีแดงบริเวณตาขาว
  • ด้านหน้าดวงตาขุ่น
  • เห็นสิ่งแปลกปลอมที่ก่อให้เกิดการอักเสบด้านหน้าของดวงตา
  • อาจพบม่านตาหด
  • อาจพบม่านตาดำติดกับกระจกตาหรือแก้วตา
  • อาจพบขอบของม่านตาดำติดกับแก้วตา

อาการอื่น ๆ ที่อาจพบได้

  • ปวดศีรษะ ร่วมกับการกดหัวเพื่อลดวามดันภายในศีรษะ
  • ไม่มีความอยากอาหาร
  • นิสัยเปลี่ยนไป ไม่อยากเล่นหรือโต้ตอบกับสุนัขตัวอื่น ๆ

สาเหตุ

ความดันภายในลูกตาที่เพิ่มเกิดขึ้นเมื่อการระบายของเหลวผิดปกติไปเนื่องจากโรคตาแบบปฐมภูมิ เช่น filtration angle พัฒนาไม่เหมาะสม หรือโรคตาแบบทุติยภูมิ เช่น การเคลื่อนที่ผิดปกติของแก้วตา (แก้วตาเคลื่อนไปจากตำแหน่งปกติ) การอักเสบของเนื้อเยื่อตา เนื้องอกในตา หรือการสะสมของเลือดในช่องหน้าตาจากการบาดเจ็บ ในสุนัขโรคต้อหินแบบทุติยภูมิพบได้บ่อยกว่าแบบปฐมภูมิ

การวินิฉัย

เจ้าของจะต้องแจ้งประวัติสุขภาพของสุนัขอย่างละเอียด การเริ่มต้นของอาการ ต้องชี้แจงให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากเป็นไปได้ควรระบุเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นก่อนหน้าที่จะเกิดอาการนี้ เช่น การบาดเจ็บที่ดวงตา (แม้ว่าจะเป็นการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย) ขณะตรวจร่างกายสัตวแพทย์จะทำการวัดความดันของลูกตาโดยใช้อุปกรณ์วัดความดันลูกตา (tonometer) บนผิวกระจกตา หากโรคเกิดขึ้นอย่างฉับพลันสัตวแพทย์จะส่งตัวสุนัขของคุณไปให้จักษุสัตวแพทย์เป็นผู้ตรวจรายละเอียดของดวงตา รวมถึงประเมิน filtration angle โดยใช้ gonioscopy เพื่อวัดระยะของช่องหน้าตา ความดันของลูกตาอาจะสูงถึง 45-65 มิลลิเมตรปรอท ทำให้เกิดความเจ็บปวดอย่างมาก

สัตวแพทย์จะทำการตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าของจอประสาทตา (electroretinography) เพื่อประเมินว่าสุนัขยังสามารถมองเห็นได้หรือไม่ก่อนการรักษา ในโรคแบบทุติยภูมิการตรวจด้วยเครื่อง X-rays และอัลตราซาวด์จะแสดงให้เห็นความผิดปกติภายในลูกตาได้

การรักษา

สัตวแพทย์จะจ่ายยาหลายชนิดเพื่อลดความดันภายในลูกตาของสุนัข และลดความดันให้อยู่ในช่วงที่ปกติให้รวดเร็วที่สุดเพื่อพยายามกู้การมองเห็น บ่อยครั้งที่สุนัขมีสภาวะมาเป็นเวลานานโดยที่ไม่ได้รับการสังเกตุ หรือวินิจฉัยผิดพลาดก่อนที่อาการของโรคต้อหินจะแสดงออกมาอย่างชัดเจน ในกรณีเช่นนี้เส้นประสาทตาอาจได้รับความเสียหายเกินกว่าจะซ่อมแซมและอาจหมายถึงต้องมีการผ่าตัด

การรักษามีหลากหลายรูปแบบขึ้นกับลักษณะของต้อหิน ของเหลวภายในลูกตาอาจถูกระบายออกและการผลิตของเหลวอาจถูกทำให้เปลี่ยนไปเพื่อหยุดการสร้างของเหลวภายในลูกตา กระบวนการที่เรียกว่า cyclocryotherapy จะใช้อุณหภูมิที่เย็นจัดในการทำลายเซลล์ที่ผลิตของเหลวภายในลูกตา หาได้รับการแก้ได้ทันเวลา กระบวนการนี้จะชะลอหรือหยุดการดำเนินของโรค อย่างไรก็ตามกรณีส่วนมากที่เป็นโรคระยะยาวอาจต้องทำการควักลูกตา ช่องว่างของลูกตาอาจจะถูกบิดอย่างถาวร หรืออาจถูกแทนที่ด้วยวัตถุทรงกลมเพื่อเติมเต็มช่องว่างของลูกตาที่ถูกควักออกไป

สุนัขส่วนมากจะปรับตัวกับการสูญเสียดวงตาเมื่อเวลาผ่านไป โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาอาจสูญเสียการมองเห็นไปเรื่อย ๆ ในช่วงเวลานั้นด้วย เจ้าของสามารถปรึกษาสัตวแพทย์ได้ว่าควรให้การช่วยเหลือสุนัขอย่างไร ทั้งการใช้ชีวิตในบ้านและนอกบ้านให้ง่ายขึ้นโดยที่มองไม่เห็น กรณีเช่นนี้เจ้าของจะต้องคอยเฝ้าดูสุนัขเวลาที่ปล่อยให้สุนัขออกมานอกบ้านเนื่องจากจะมีความเสี่ยงต่อสัตว์อื่น ๆ มากขึ้น

การใช้ชีวิตและการจัดการ

หากโรคได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะต้นและสัตวแพทย์สามารถควบคุมอาการได้ เจ้าของควรจะพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์ต่อเนื่องเป็นประจำเพื่อติดตามค่าความดันภายในลูกตา ดูการตอบสนองต่อยา และปรับเปลี่ยนยาหากจำเป็น จักษุสัตวแพทย์จะทำการตรวจตาข้างที่ปกติเพื่อประเมินความเสี่ยงที่จะพัฒนาเป็นโรคต้อหิน เนื่องจากมากกว่าร้อยละ 50 ของสุนัข ที่เป็นโรคต้อหินแบบปฐมภูมิมักจะเกิดสภาวะแทรกซ้อนในตาข้างที่ปกติภายใน 8 เดือน ดังนั้นควรมีการป้องกันปัญหาที่จะตามมา

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ