โรคเหงือกอักเสบในสุนัข

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,045,339 คน

โรคเหงือกอักเสบในสุนัขเป็น การอักเสบของเหงือกที่สามารถรักษาให้หายได้ และถือว่าเป็นขั้นแรกของโรคปริทันต์ ในระยะแรก ๆ ของโรคเหงือกอักเสบจะมีคราบแบคทีเรียบนผิวฟันและเหงือกมีสีแดงอ่อน ๆ แต่บริเวณเหงือกจะเรียบ

ร่องเหงือก คือ ช่องเล็กตื้น ๆ ล้อมรอบตัวฟันระหว่างเพดานเหงือกภายในกับฟัน ขณะที่โรคเหงือกอักเสบกำลังเริ่มก่อตัว แบคทีเรียที่อยู่ในช่องเหล่านี้เกิดความเปลี่ยนแปลง และปล่อยสารพิษออกมาทำลายเนื้อเยื่อเหงือก

ในโรคเหงือกอักเสบขั้นรุนแรง จะมีคราบแบคทีเรียและหินน้ำลายอยู่ใต้เหงือก เหงือกมีสีแดงกลาง ๆ จนถึงแดงก่ำ และพื้นผิวเหงือกจะมีลักษณะที่ผิดปกติ แบคทีเรียบนผิวฟันเกิดจากการสะสมของอาหาร เศษสิ่งสกปรก แบคทีเรีย เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว และเยื่อเมือก มันสามารถก่อตัวได้ภายใน 24 ชั่วโมงบนผิวฟันที่สะอาด เหงือกจะตอบสนองต่อแบคทีเรียเหล่านี้ด้วยการอักเสบของหลอดเลือดฝอยที่เหงือก เหงือกจะบวมขึ้น และการสูญเสียคอลลาเจนในเหงือก

สัตว์เลี้ยงที่มีอายุเกิน 3 ปีหรือแก่กว่า ไม่น้อยกว่า 80% มีการก่อตัวของโรคเหงือกอักเสบ

อาการที่พบ 

  • เหงือกบวมแดง โดยเฉพาะข้าง ๆ ของเหงือกที่ติดกับแก้มด้านใน
  • ภาวะมีกลิ่นปาก/ลมหายใจมีกลิ่น
  • คราบแบคทีเรียและหินน้ำลายที่มีปริมาณแตกต่างกันออกไปทั่วพื้นผิวฟัน

สาเหตุ

การสะสมตัวของคราบแบคทีเรียเป็นสาเหตุหลักที่นำไปสู่โรคเหงือกอักเสบทั้งในสุนัข ปัจจัยที่สามารถก่อให้เกิดได้รวมถึง: 

  • อายุที่มากขึ้น
  • ฟันที่หนาแน่นเต็มปาก
  • ได้รับอาหารที่นิ่มเกินไป
  • มีนิสัยเคี้ยวอาหารที่ไม่ดี
  • หายใจด้วยปากเปิด
  • ขาดการดูแลช่องปาก
  • ภาวะโลหิตเป็นพิษ/เบาหวาน
  • โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง

การวินิจฉัย

สัตวแพทย์จะทำการตรวจร่างกายสุนัขของคุณทุกส่วน บันทึกประวัติของอาการเดิมและความเป็นไปได้ของอาการที่อาจจะนำไปสู่อาการนี้ คุณจะต้องให้ประวัติทางสุขภาพและการเริ่มต้นของอาการทั้งหมดให้กับแพทย์ เช่น เมื่อไหร่ที่มีเริ่มมีกลิ่นปาก ปกติสุนัขของคุณกินอาหารอะไร สุนัขของคุณมีปัญหาในการกินหรือการเคี้ยวหรือไม่ และสุนัขของคุณเคยมีอาการเจ็บป่วยทางสุขภาพมาก่อนหรือไม่ กิจวัตรประจำวันในการดูแลช่องปากเพื่อให้ช่องปากสะอาดที่คุณทำเป็นประจำคืออะไร ถ้าคุณได้ทำ คุณจะต้องบอกให้แพทย์รู้ด้วย รวมไปจนถึงผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้

ส่วนหนึ่งในการตรวจร่างกายรวมไปถึงการตรวจช่องปากอย่างละเอียดเพื่อระบุอาการ สัตวแพทย์จะทำการนัดหมายให้นำสุนัขมาทำการตรวจช่องปาก ในขณะที่มีการตรวจช่องปาก สุนัขของคุณจะได้รับการฉีดยาชา สัตวแพทย์จะตรวจหาความลึกของร่องเหงือก และปริมาณของแบคทีเรียบนผิวฟัน แพทย์จะถอนฟันที่เสียและเยอะจนทำให้ช่องปากหนาแน่นออกไป กระบวนการขูดหินปูนด้วยเครื่องมือเฉพาะทางจะถูกนำมาใช้ เพื่อกำจัดแบคทีเรียและหินน้ำลาย ถ้ามันจำเป็น ก็อาจจะต้องมีการรักษารากฟัน พื้นผิวฟันจะได้รับการขัด หลังจากการทำความสะอาดเสร็จสิ้น จะมีการตรวจซ้ำอีกครั้งหนึ่ง

การรักษา

ถ้าฟันที่อยู่ในช่องปากนั้นหนาแน่นเกินไป หรือฟันน้ำนมยังอยู่ในสุนัขที่็โตเต็มที่แล้ว สัตวแพทย์อาจจะทำการถอนฟันน้ำนมนั้นออก สัตวแพทย์จะสอนวิธีทำความสะอาดช่องปากอย่างถูกต้อง และจะทำการนัดหมายเพื่อมาติดตามผล ความถี่ในการตรวจและการดูแลรักษานั้นขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของโรคปริทันต์ประเภทที่สุนัขของคุณได้ถูกวินิจฉัย อาจจะมีการตรวจปีละครั้ง หรือมากกว่าถ้าสุนัขของคุณได้มีอาการของโรคที่อยู่ในขั้นรุนแรง

การบริหารและการใช้ชีวิต

คุณสามารถช่วยดูแลสุขภาพช่องปากของสุนัขของคุณได้ด้วยการแปรงหรือนวดด้วยแผ่นสวมนิ้วชนิดพิเศษ ที่ฟันของสุนัข วันละครั้งหรืออย่างน้อย อาทิตย์ละสองครั้งด้วยยาสีฟันที่ได้มาจากสัตวแพทย์ แพทย์อาจจะให้น้ำยาต้านเชื้อแบคทีเรียที่ใช้กับสัตว์ไว้ให้คุณบีบใส่ฟันของสุนัขเพื่อลดคราบแบคทีเรียที่ก่อตัวขึ้น คุณอาจจะมีการให้อาหารเสริม อาหารหรือของเล่นเฉพาะทาง เพื่อช่วยบำรุงรักษาสุขภาพช่องปาก ปรึกษากับสัตวแพทย์ว่าอะไรที่เหมาะสมกับสุนัขของคุณ

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม