อาการและการวินิจฉัยโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 25, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,211,305 คน

ถึงแม้ว่าโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์จะไม่แสดงอาการเด่นชัดมาก แต่มันสามารถนำไปสู่โรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่ร้ายแรงได้

โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ เป็นเบาหวานประเภทหนึ่งซึ่งจะเกิดในช่วงของการตั้งครรภ์ และจะแตกต่างจากโรคเบาหวานประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2 โดยเกิดจากการมีระดับกลูโคส (น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว) ในเลือดสูง เหมือนกับเบาหวานรูปแบบอื่น และจะเกิดขึ้นเมื่อมีฮอร์โมนต่างๆ ในการตั้งครรภ์ รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ซึ่งรวมถึงน้ำหนักที่มากขึ้น ทำให้เซลล์ใช้อินซูลิน (ฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมระดับกลูโคสในเลือด) มีประสิทธิภาพลดน้อยลง

โฆษณาจาก HonestDocs
อย่ารอสุขภาพดี! คุณเริ่มได้วันนี้ แค่คลิก

เลือกดูสินค้าและบริการสุขภาพดีๆที่เราคัดมาให้ที่ Health Shop

Nurse in the hospital picture id681654226

วารสาร Preventing Chronic Disease ได้รายงานในปี 2004 ว่ามีผู้หญิงตั้งครรภ์ถึง 9.2% ในสหรัฐอเมริกา มีภาวะโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

อาการต่าง ๆ ของโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์นั้น มักจะไม่ค่อยมีสัญญาณหรืออาการที่ชัดเจนเท่าไหร่นัก แต่ถ้ามีอาการ (ซึ่งเกิดจากระดับกลูโคสในเลือดสูง) อาจจะแสดงอาการเหล่านี้

  • มีอาการตามัวและเมื่อยล้า
  • กระหายน้ำ และมีการปัสสาวะมากผิดปกติ
  • เวียนศีรษะ และอาเจียน ซึ่งไม่ได้เกิดจากภาวะปกติของการตั้งครรภ์
  • น้ำหนักลดลง
  • มีอัตราการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในทางเดินปัสสาวะ (กระเพาะปัสสาวะ) ช่องคลอด และ ผิวหนัง

และอาการเหล่านี้มักจะหายไปเมื่อระดับของกลูโคสในเลือดกลับมาเป็นปกติ หลังจากที่ได้คลอดบุตรไปแล้ว 

โรคแทรกซ้อนของโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

เมื่อเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ สามารถก่อให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้อย่างมากมาย ทั้งต่อตัวหญิงที่ตั้งครรภ์และบุตรในครรภ์ มีความเสี่ยงของภาวะครรภ์เป็นพิษ (Preeclampsia) ซึ่งเป็นภาวะที่มีอันตรายถึงแก่ชีวิต และอาจจะมีภาวะแทรกซ้อนมากขึ้น ถ้าหากมีความดันโลหิตสูง และมีโปรตีนในปัสสาวะมากเกินไป รวมไปถึงการบวมและอาการซึมเศร้าอีกด้วย

บางครั้งอาจจะต้องทำการผ่าตัดเพื่อคลอด (Cesarean section) เพราะทารกในครรภ์ตัวใหญ่มากกว่าปกติ ซึ่งเรียกว่า ภาวะทารกตัวโต (Macrosomia) และถ้าหากระหว่างการตั้งครรภ์ไม่สามารถควบคุมระดับกลูโคสในเลือดได้ ทารกในครรภ์ก็มีความเสี่ยงในการเสียชีวิตก่อนหรือหลังคลอดมากขึ้น หรือไม่ก็อาจจะทำให้เด็กมีภาวะเหล่านี้ตามมา ได้แก่

  • ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำชั่วคราว (Temporary hypoglycemia)
  • โรคดีซ่าน (Jaundice)
  • ปัญหาด้านการหายใจ เช่น ภาวะกดการหายใจในทารกแรกเกิด (Respiratory distress syndrome)

ทั้งนี้ มารดาและบุตรอาจจะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ในภายหลังมากขึ้นอีกด้วย

โฆษณาจาก HonestDocs
อย่ารอสุขภาพดี! คุณเริ่มได้วันนี้ แค่คลิก

เลือกดูสินค้าและบริการสุขภาพดีๆที่เราคัดมาให้ที่ Health Shop

Nurse in the hospital picture id681654226

การวินิจฉัยโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

แม้ว่าโดยทั่วไปจะมีการตรวจคัดกรองเพื่อที่จะช่วยค้นหาโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ แต่ก็ไม่ได้มีการระบุชัดเจนว่าใครควรจะต้องได้รับการตรวจคัดกรอง

ในปี 2014 The U.S. Preventative Services Task Force ได้ทำการรวบรวมและวิเคราะห์บทความต่าง ๆ เพื่อหาหลักฐานว่า การทำการตรวจคัดกรองมีข้อดีหรือข้อเสียอย่างไร จากการที่ได้ศึกษาทบทวนแล้วนั้น หน่วยงานเฉพาะกิจนี้ได้แนะนำว่าผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ทุกคนควรถูกตรวจคัดกรองเพื่อหาโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์หลังจากอายุครรภ์ได้ 24 สัปดาห์ (โดยปกติอยู่ในช่วง 24-28 สัปดาห์) ซึ่งไม่พบหลักฐานที่จะแนะนำให้การตรวจคัดกรองในช่วงก่อนสัปดาห์ที่ 24 แต่แพทย์อาจจะแนะนำได้หากเห็นว่ามีความเสี่ยงในการเป็นโรคดังกล่าวสูง

การตรวจคัดกรองเพื่อหาโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ เป็นการทดสอบความทนทานต่อน้ำตาลกลูโคสแบบง่าย โดยไม่ต้องทำการอดอาหาร (Non-fasting oral glucose tolerance test) ในการทดสอบนี้ คุณจะได้ดื่มน้ำที่ถูกทำให้หวานด้วยกลูโคส หลังจากผ่านไป 1 ชั่วโมง แพทย์จะทำการตรวจระดับกลูโคสในเลือดเพื่อดูว่า ร่างกายคุณสามารถนำกลูโคสไปใช้ได้เท่าไหร่ ซึ่งถ้าหากพบว่าคุณมีระดับกลูโคสในเลือดสูง คุณจะต้องทำการทดสอบครั้งที่สอง ซึ่งเป็นการทดสอบความทนทานต่อน้ำตาลกลูโคส โดยจะต้องทำการอดอาหาร (Fasting oral glucose tolerance test)

สำหรับการทดสอบโดยการอดอาหาร  คุณจะต้องอดอาหารก่อนมาพบแพทย์เป็นเวลา 8 ชั่วโมง จากนั้นเมื่อมาพบแพทย์จะต้องดื่มน้ำหวานเพื่อทำการทดสอบ แพทย์จะทำการตรวจวัดระดับกลูโคสในเลือดหลังจากที่คุณดื่มน้ำหวานเข้าไปแล้ว 1-3 ชั่วโมง เพื่อที่จะหาว่าคุณเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์หรือไม่

แม้ว่าการทดสอบ A1C หรือการวัดและควบคุมระดับกลูโคสในเลือดระยะยาว จะถูกใช้อย่างแพร่หลายเพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรคเบาหวานประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2 ซึ่งก็ไม่ได้ถูกนำใช้ในการวินิจฉัยโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความก่อนหน้า
โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์
โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์
บทความต่อไป
การรักษา
การรักษา

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่