พันธุ์หมา

สุนัขพันธุ์เยอรมัน เชพเพิร์ด (German Shepherd)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ส.ค. 12, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 571,529 คน

Istock 155369650

ดูรูปและรู้จักสุนัขพันธุ์เยอรมัน เชพเพิร์ด (German Shepherd) ทั้งข้อมูลสายพันธุ์ ประวัติสายพันธุ์ รูปร่าง ลักษณะ นิสัย การดูแล สุขภาพ โรคและอาการที่พบบ่อย พร้อมถามคำถามสัตวแพทย์ได้ที่นี่

เยอรมัน เชพเพิร์ดเป็นสุนัขสายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ ทำให้มันกลายเป็นสุนัขทำงานที่มีความสามารถในการต้อนสัตว์สุนัขที่ทั้งฉลาดและทำงานได้หลากหลายชนิดนี้มีต้นกำเนิดมาจากประเทศเยอรมัน โดยเลี้ยงไว้เพื่อปกป้องและต้อนฝูงแกะ

ลักษณะภายนอก

เยอรมัน เชพเพิร์ดมีขน 2 ชั้น ซึ่งประกอบไปด้วยขนชั้นในที่หนาและแน่น และขนชั้นนอกที่ตรงและเป็นคลื่นเล็กน้อยโดยทั่วไปแล้วสุนัขพันธุ์นี้มีขนสีแทนและสีดำ หรือสีแดงและสีดำ อีกทั้งยังมีความยาวของเส้นขนระดับปานกลาง และหลุดร่วงตลอดปี สำหรับสีขนที่หายากประกอบไปด้วยสีดำล้วน สีขาวล้วน สีเงิน และสีน้ำเงิน ความยาวของลำตัวมักอยู่ระหว่าง 22-26 นิ้ว ซึ่งเป็นสัดส่วนเดียวกับส่วนสูง ทำให้สุนัขเดินได้อย่างแข็งแรง คล่องแคล่ว ยืดหยุ่น ก้าวเท้าได้ยาว และสง่างาม

นิสัยและอารมณ์

เยอรมัน เชพเพิร์ดเป็นสุนัขอารักขาและซื่อสัตย์ต่อคนในครอบครัว นอกจากนี้มันยังวางตัวแบบรักษาระยะห่างจากคนแปลกหน้า รวมถึงวางอำนาจหรือรุกรานสุนัขตัวอื่นๆ แต่กลับเป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ยิ่งไปกว่านั้น สุนัขพันธุ์นี้ยังมีความสามารถหลากหลาย และแสดงความเฉลียวฉลาดให้เห็นในขณะที่ปฏิบัติงานตามหน้าที่

การดูแล

สุนัขพันธุ์นี้สามารถอยู่นอกบ้านในสภาพอากาศหรืออุณหภูมิที่เย็น แต่มันก็เพลิดเพลินกับการอยู่ในบ้านเช่นกัน การฝึกและการออกกำลังกายเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการรักษาร่างกายและจิตใจให้กระตือรือร้น และด้วยความที่ขนของเยอรมัน            เชพเพิร์ดร่วงตลอดปี เจ้าของจึงต้องแปรงขน 1 หรือ 2 ครั้งต่อสัปดาห์เพื่อกระตุ้นการผลัดขน และเพื่อลดจำนวนขนที่ร่วงหล่นภายในบ้าน

สุขภาพ

เยอรมัน เชพเพิร์ดมีอายุขัยโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 10-12 ปี อย่างไรก็ดี สุนัขพันธุ์นี้มีแนวโน้มที่จะประสบปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงอย่างโรคข้อศอกเสื่อมและโรคข้อสะโพกเสื่อม และอาจพบปัญหาสุขภาพที่รุนแรงเล็กน้อย เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจพิการ โรคมะเร็งชนิด Hemangiosarcoma โรค Panosteitis โรควอนวิลลิแบรนด์ โรคไขสันหลังเสื่อม เนื้องอกร้าย กระจกตาอักเสบเรื้อรัง โรคผิวหนัง ภูมิแพ้ผิวหนัง โรคกระเพาะอาหารบิด โรคต้อกระจก ฝีบริเวณทวารหนัก ฯลฯ นอกจากนี้เยอรมัน      เชพเพิร์ดยังเสี่ยงต่อการเป็นโรคเชื้อราที่เกิดจากเชื้อราชนิด Aspergillus

ความเป็นมาและภูมิหลัง

 ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เยอรมัน เชพเพิร์ดได้แสดงให้เราเห็นแล้วว่ามันมีความสามารถหลากหลาย เช่น การเป็นสุนัขตำรวจ สุนัขนำทาง สุนัขอารักขา สุนัขช่วยในสงคราม สุนัขที่ช่วยตรวจจับระเบิดและยาเสพติด สุนัขช่วยค้นหาและช่วยชีวิต สุนัขสายโชว์ และที่โดดเด่นที่สุดคือ การเป็นสุนัขต้อนแกะ

อย่างไรก็ดี Max von Stephanitz ซึ่งเป็นคนแรกที่ขยายพันธุ์เยอรมัน เชพเพิร์ดอย่างเป็นทางการ เขาหลงใหลรูปลักษณ์ที่คล้ายกับสุนัขป่า ซึ่งมีร่างกายส่วนบนที่แข็งแรงและมีใบหูที่แหลม นอกจากนี้มันยังเป็นสุนัขที่ฉลาดและเต็มใจทำงาน ในปี ค.ศ.1889 เขานำเชพเพิร์ดที่ตรงตามอุดมคติเข้ามา และเปลี่ยนชื่อสุนัขจาก Hektor Linkrshein เป็น Horand von Grafrath พร้อมกับขึ้นทะเบียนสุนัข และสร้างมาตรฐานขึ้นมาใหม่

ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 มีหลายประเทศที่ใช้สุนัขพันธุ์นี้เป็นทหารคุ้มกัน ในเวลาเดียวกัน American Kennel Club (AKC) ได้เปลี่ยนชื่อสุนัขจาก German Sheepdog เป็น Shepherd Dog ในขณะที่ชาวอังกฤษก็ได้ตั้งชื่อใหม่เป็น Alsatian Wolfdog ในปี ค.ศ.1931 AKC ก็ได้เปลี่ยนชื่อสุนัขกลับมาเป็นเยอรมัน เชพเพิร์ด และนับตั้งแต่นั้นมาสุนัขพันธุ์นี้ก็ได้ไปปรากฏตัวบนจอเงิน อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในสุนัขพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา และแม้แต่ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งในหลายเมือง

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม