โรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal reflux disease; GERD)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ม.ค. 19, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

ความหมาย เป็นอาการทางคลินิกและ/หรือการเปลี่ยนแปลงและการทำลายของเนื้อเยื่อหลอดอาหาร ซึ่งเป็นผลมาจากการไหลย้อนกลับของน้ำย่อยจากกระเพาะอาหาร (Gastro content) ไปยังหลอดอาหาร หากผนังหลอดอาหารสัมผัสกับน้ำย่อยจากกระเพาะอาหารเป็นเวลานานและบ่อย จะทำให้หลอดอาหารอักเสบ และอาจมีภาวะแทรกซ้อนอย่างรุนแรง

สาเหตุ ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่เชื่อว่าการหย่อนสมรรถภาพของหูรูดหลอดอาหาร ส่วนปลายเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะกรดไหลย้อน หากมีการรับประทานที่มากเกินไป ทำให้กระเพาะอาหารยืดขยายเต็มที่ อาจมีผลต่อการทำงานของหูรูดหลอดอาหารส่วนปลาย ทำให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจเกิดจากมีไส้เลื่อนที่กะบังลม (Hiatal herniation) อาจมีปัจจัยที่ทำให้แรงหดรัดของหูรูดหลอดอาหารส่วนปลายลดลง ได้แก่ อาหารไขมัน อาหารทอด หอม กระเทียม อาหารที่มีรสเผ็ด พิซซ่า อาหารที่มีส่วนผสมของมะเขือเทศ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ นิโคตินในบุหรี่ ช็อกโกแลต ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ส่วนยาที่มีผลได้แก่ Calcium. channel blocker, Nitrates, Theophylline, Diazepam และยากลุ่ม Nonsteroid anti-inflammatory drugs (NSAIDs) (ยาในกลุ่มนี้ช่วยให้ระดับของเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนสูงขึ้น ซึ่งมีผลทำให้การบีบตัวของกล้ามเนื้อบริเวณหูรูดส่วนปลายอ่อนแรง) รวมทั้งการมีแรงดันในช่องท้องเพิ่มขึ้นด้วย เช่น คนอ้วน หญิงตั้งครรภ์ การยกของหนัก เป็นต้น นอกจากนี้ อาจมีปัจจัยจากพันธุกรรม และมีอาหารค้างอยู่ในกระเพาะอาหารนาน

พยาธิสรีรภาพ ภาวะ GERD เกิดจากความผิดปกติของหูรูดหลอดอาหารส่วนล่าง จากความสามารถในการกำจัดกรดออกจากหลอดอาหารลดลง เนื่องจากมีการขับเคลื่อนอาหารภายในหลอดอาหารลดลง ทำให้ระยะเวลาที่กรดสัมผัสกับเยื่อบุหลอดอาหารนานขึ้น เกิดจากส่วนประกอบและปริมาณของสารที่ไหลย้อนกลับ เช่น กรด น้ำดี น้ำย่อยเปปซิน ความทนทานของเยื่อบุหลอดอาหารลดลง กระเพาะอาหารว่างช้าลงหรือกระเพาะอาหารมีปริมาตรเพิ่มขึ้น ภาวะกรดไหลย้อน จะทำให้เซลล์ของหลอดอาหารได้รับการระคายเคืองจากกรดในกระเพาะอาหารเป็นเวลานาน ทำให้เซลล์ของหลอดอาหารเปลี่ยนเป็นเซลล์มะเร็งได้ เรียกว่า Barrett's esophagus มักพบในผู้ใหญ่ที่มีปัญหากรดไหลย้อนมาหลายปี หรืออาจทำให้เกิดการตีบแคบของหลอดอาหาร (Esophageal stricture) นอกจากนี้ยังอาจพบโรคแทรกซ้อนของปอด เช่น โรคหอบหืดที่มีอาการกำเริบขึ้น (Asthma exacerbation) มีอาการไอ เรื้อรัง ปอดอักเสบ เป็นต้น

อาการ อาการแสบร้อนบริเวณหน้าอก (Heartburn) เป็นอาการแรกที่พบ อาจมีอาการแสบร้อนบริเวณใต้หรือด้านหลังกระดูกหน้าอก อาจแสบร้าวไปที่หลังและขากรรไกรอาจมีระยะเวลานานตั้งแต่ 20 นาทีถึง 2 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหาร อาการนี้จะสัมพันธ์กับมื้ออาหาร โดยเฉพาะมื้ออาหารที่รับประทานมาก ๆ หรืออยู่ในท่านอนราบ หรือการออกกำลังกาย อาการกรดไหลย้อนจะไม่สัมพันธ์กับอาการคลื่นไส้หรืออาการเรอ ผู้ป่วยจะรู้สึกมีรสเปรี้ยวของกรดและรสขมของน้ำดีบริเวณคอหอย (Pharynx) ต่อมน้ำลายจะขับน้ำลายออกมาในปากมาก จะรู้สึกร้อนในท้องและเรอเปรี้ยว มีอาการเรอบ่อย หรือมีแก๊สในกระเพาะอาหารมากเกิน มีอาการกลืนลำบาก (Dysphagia) หรือเจ็บปวดเวลากลืน (Odynophagia) เหมือนมีอะไรมาจุกที่คอ เนื่องจากหลอดอาหารอักเสบหรือเคลื่อนไหวผิดปกติ ไอ เวลากลางคืน ไอแห้งๆ หายใจมีเสียงหวีด มีการเกร็งของหลอดลม และมีการกำเริบของหอบหืด มีเสียงแหบ เจ็บหรือ แสบคอโดยเฉพาะช่วงตื่นนอนตอนเช้า ไอเรื้อรัง มีอาการกระแอมบ่อย ๆ และมีอาการเจ็บหน้าอก หากเป็นเด็กจะมีอาการอาเจียนบ่อย อาเจียนมาก เวลาร้องให้ น้ำหนักลด มีหลอดอาหารอักเสบ

การวินิจฉัย จากประวัติ วินิจฉัยตามอาการ ชั่งน้ำหนัก ฟังปอด ส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร และลำไส้เพื่อประเมินความรุนแรงของเยื่อบุหลอดอาหารและหลอดอาหารตีบ หรือเอกซเรย์กลืนสารทึบแสง ตรวจทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ ตรวจการบีบตัวของหลอดอาหารและตรวจวัดความเป็นกรด-ด่างในหลอดอาหาร

การรักษา โดยเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินชีวิต ได้แก่ หยุดสูบบุหรี่ ควบคุมน้ำหนัก งดดื่มสุรา หลีกเลี่ยงการสวมเสื้อผ้าที่คับแน่น ไม่ควรรับประทานอาหารในช่วงเวลา 2-3 ชั่วโมงก่อนนอน นอนศีรษะสูง และไม่ควรนอนตะแคงขวา รักษาด้วยยาลดกรด ให้ยากลุ่ม H2 antagonists เช่น Cimetiine Ranitidine Famotidine zatidine ยากลุ่ม Proton pump inhibitors (PPIs) เช่น Omeprazole, Lansoprazole, Pantoprazole, Rabeprazole และ Esomeprazole และยากลุ่มProkinetic drugs (PKS) อาจต้องผ่าตัดในกรณีที่ใช้ยาและปรับพฤติกรรมสุขภาพเรื่องการรับประทานอาหาร และการดำเนินชีวิตแล้วไม่ได้ผล โดยการทำ Fundoplicaton คือ การผ่าตัดเอาส่วนต้นของกระเพาะอาหารหุ้มหูรูดหลอดอาหารส่วนปลายไว้ หรือเรียกว่า ผูกหูรูดกระเพาะอาหาร เพื่อเป็นการจัดบริเวณหูรูดป้องกันน้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลย้อน

การพยาบาล แนะนำให้ปรับเปลี่ยนนิสัยการรับประทานที่ไม่ถูกต้อง เช่น รับประทานอาหารมือเย็นในตอนดึกแล้วเข้านอนเลย ชอบรับประทานของขบเคี้ยวตลอดทั้งวัน ไม่ชอบรับประทานผลไม้สด เป็นต้น โดยแนะนำให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารมือละน้อย ๆ บ่อยครั้งขึ้น อาจเป็นวันละ 4-6 มื้อ อาหารไขมันต่ำ มีโปรตีนให้เพียงพอรับประทานอาหารช้า ๆ เคี้ยวให้ละเอียด งดรับประทานอาหารในช่วงเวลา 2-3 ชั่วโมงก่อนนอน หลีกเลี่ยงการรับประทานของขบเคี้ยวก่อนนอน ไม่ควรนอนทันทีหลังรับประทานอาหารอย่างน้อย 3 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดอาการแสบหน้าอก ส่วนพฤติกรรมทางสังคมที่ไม่ถูกต้อง เช่น ชอบออกงานสังคมที่มีงานเลี้ยงสังสรรค์บ่อย ๆ ไม่ออกกำลังกาย สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เป็นประจำ เป็นต้น โดยลดการดื่มชา กาแฟ รวมทั้งอาหารที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน งดดื่มแอลกอฮอล์ ควบคุมน้ำหนัก งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงการสวมเสื้อผ้าที่รัดบริเวณหน้าท้อง หลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือไม่ควรอยู่ในท่าโค้งตัวนาน ๆ ไม่ควรนอนราบ พยายามนอนในท่าศีรษะสูงประมาณ 15-20 เซนติเมตร โดยหมุนหัวเตียงให้สูงแทนการหนุนหมอนสูง เพราะจะทำให้ปวดคอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และพยายามหลีกเลี่ยงความเครียดทำใจให้สบาย

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่