โรคกรดไหลย้อนในสุนัข

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 11, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,102,274 คน

โรคกรดไหลย้อนในสุนัข

กรดไหลย้อนเป็นภาวะที่สารน้ำจากกระเพาะอาหารหรือลำไส้เกิดการไหลย้อนขึ้นมาในหลอดอาหาร ภาวะนี้อาจเกิดจากการที่หูรูดกล้ามเนื้อที่ปลายหลอดอาหารมีการคลายตัว หรือเกิดจากการอาเจียนเรื้อรังก็ได้ โรคนี้เป็นโรคที่พบได้ค่อนข้างบ่อยและสามารถเกิดได้ในสุนัขทุกช่วงอายุ แต่มักพบในสุนัขที่มีอายุน้อยได้มากกว่า

สารที่ไหลย้อนขึ้นไปจากกระเพาะอาหารนั้นจะสามารถทำให้เกิดการทำลายเยื่อบุหลอดอาหารและทำให้เกิดการอักเสบที่บริเวณดังกล่าวตามมา

อาการที่พบเมื่อสุนัขเป็นโรคกรดไหลย้อน

โรคนี้อาจทำให้เกิดหลอดอาหารอักเสบและมีการทำลายหลอดอาหารซึ่งมีความรุนแรงหลายระดับ

สุนัขอาจเกิดอาการสำรอกอาหาร, มีอาการปวด (เช่นร้องครวญครางหรือหอน) ในขณะที่กลืน, เบื่ออาหาร และน้ำหนักลด และเมื่อทำการตรวจร่างกายอาจจะไม่พบความผิดปกติใดๆ หากเกิดหลอดอาหารอักเสบรุนแรงอาจทำให้มีไข้และน้ำลายออกมากกว่าปกติได้

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อน

โรคนี้อาจเกิดเวลาที่ดมยาสลบสุนัข ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หูรูดที่ปลายหลอดอาหารนั้นจะคลายตัว ซึ่งถ้าหากสุนัขอยู่ในท่าทางที่ไม่เหมาะสมหรือหากไม่ได้งดอาหารก่อนการดมยาสลบมาดีพอจะทำให้เกิดกรดไหลย้อนขึ้นมาได้

ในสุนัขที่มีไส้เลื่อนที่กระบังลมตั้งแต่กำเนิดจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดกรดไหลย้อนสูงขึ้น

สุนัขที่มีอายุน้อยจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดกรดไหลย้อนได้สูงเนื่องจากกล้ามเนื้อหูรูดนั้นยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์ นอกจากนั้นในสุนัขที่มีอาการอาเจียนเรื้อรังก็จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกรดไหลย้อนเพิ่มขึ้นเช่นกัน

การวินิจฉัยโรค

วิธีที่ดีที่สุดในการวินิจฉัยโรคนี้คือการส่องกล้องเข้าไปในหลอดอาหารเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นที่เยื่อบุหลอดอาหารว่ามีลักษณะเหมือนกับการอักเสบจากกรดไหลย้อนหรือไม่ นอกจากนั้นการตรวจนี้ยังอาจทำให้พบเยื่อบุหลอดอาหารที่ไม่เรียบหรือการมีเลือดออกในหลอดอาหารอีกด้วย

สาเหตุอื่นๆ ที่อาจทำให้เกิดกรดไหลย้อนได้ประกอบด้วยการกลืนวัตถุแปลกปลอม การมีเนื้องอกในหลอดอาหาร, การเกิดไส้เลื่อนที่กระบังลม, โรคเกี่ยวกับคอหรือปาก หรือโรคที่ทำให้กล้ามเนื้อของหลอดอาหารดันอาหารเข้าสู่กระเพาะอาหารแบบผิดปกติ (megaesophagus)

การรักษา

การรักษาส่วนใหญ่สามารถทำได้ที่บ้านโดยการงดอาหาร 1-2 วันก่อนให้สุนัขเริ่มรับประทานอาหารที่มีไขมันและโปรตีนต่ำทีละน้อยๆ แต่บ่อยๆ ควรจำกัดการรับประทานอาหารที่มีไขมันและโปรตีนเนื่องจากโปรตีนจะทำให้หูรูดทำงานได้ลดลงในขณะที่โปรตีนจะกระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร

นอกจากนั้นยังอาจมีการใช้ยาเพื่อกระตุ้นให้กระเพาะอาหารบีบตัวส่งอาหารไปยังลำไส้ได้เร็วขึ้นและเพิ่มความแข็งแรงให้กับหูรูด ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงอาหารที่รับประทาน

การดูแลหลังการรักษา

ภายหลังจากการรักษาเบื้องต้นและเปลี่ยนอาหารที่รับประทานแล้ว คุณจะต้องคอยสังเกตอาการของกรดไหลย้อน และการให้พวกมันรับประทานอาหารที่มีไขมันและโปรตีนต่ำต่อก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดกรดไหลย้อนขึ้นในครั้งถัดไป คุณควรหลีกเลี่ยงการให้สุนัขรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงเพราะจะทำให้อาการของโรคแย่ลงได้

หากสุนัขไม่ตอบสนองต่อการรักษา สัตวแพทย์อาจแนะนำให้ทำการส่องกล้องเพื่อติดตามอาการอีกครั้ง

การป้องกัน

วิธีการป้องกันที่ดีที่สุดก็คือการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและมีไขมันต่ำเนื่องจากอาหารที่มีไขมันสูงจะทำให้อาการของโรคแย่ลง

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม