Doctor men
เขียนโดย
พญ. ชนิกา แก้วเกิดศิริ กุมารแพทย์
การสร้างวินัยให้เด็ก

เข้าใจปัญหา เด็กติดเกม และวิธีรับมือที่เหมาะสม

สังเกตพฤติกรรมว่าลูกของคุณเข้าข่าย "เด็กติดเกม" หรือยัง รู้วิธีป้องกันก่อนลูกจะติดเกม และแนวทางปรับพฤติกรรมเด็ก หากติดเกมไปแล้ว
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 2 ม.ค. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 118,492 คน

เข้าใจปัญหา เด็กติดเกม และวิธีรับมือที่เหมาะสม

ปัจจุบัน การเล่นเกมในเด็กและวัยรุ่นเป็นที่นิยมมาก ลักษณะของเกมมีหลายรูปแบบ ทั้งตู้เกม วีดีโอเกม เกมคอมพิวเตอร์ทั้งออนไลน์และออฟไลน์

เด็กส่วนหนึ่งใช้เวลากับเกมมากจนเกิดปัญหาขึ้น ทั้งด้านการเงิน การเรียน สังคม เมื่อติดแล้วก็ยากต่อการเปลี่ยนแปลง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
เข้าร่วมงานวิจัยทางการแพทย์วันนี้

ค้นหางานวิจัยที่คุณสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อรับการรักษาใหม่ที่อาจทำให้อาการของคุณดีขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการทำดีเพื่อสังคม

Hd clinical trial ad

ทางที่ดีนั้นควรมีการป้องกันแต่เนิ่นๆ เนื่องจากเมื่อเกิดปัญหาแล้วเป็นเรื่องยากกว่า ในบางกรณีอาจส่งผลร้ายแรงกับอารมณ์และสังคมรอบตัวเด็ก

จากงานวิจัยปี พ.ศ. 2552 พบว่า 14.4% ของเด็กไทยเป็นเด็กติดเกม โดยเป็นเด็กนักเรียนชายถึง 2 ใน 3 โดยอัตราการติดเกมก็มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปีอีกด้วย

ลักษณะของเด็กติดเกม

ก่อนอื่น ไม่ใช่ว่าเด็กที่ชอบเล่นเกมทุกคนจะเป็นเด็กติดเกม

เด็กติดเกมนั้นจะมีพฤติกรรมคล้ายผู้ป่วยติดสารเสพติดหรือติดการพนัน คือ มีความเพลิดเพลินใจเมื่อได้เล่นเกม และพึงพอใจเมื่อได้รับชัยชนะในการเล่นเกม แต่ต้องการเอาชนะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ จนส่งผลเสีย

คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตว่าลูกของเราติดเกมหรือยัง โดยดูจากพฤติกรรมดังต่อไปนี้

  1. ลูกไม่สามารถควบคุมตัวเองให้เล่นเกมในเวลาที่กำหนด ใช้เวลาในการเล่นนานติดต่อกันหลายชั่วโมง หรือเล่นนานขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน เพิ่มเป็นหลายชั่วโมงต่อวัน บางคนเล่นข้ามวันข้ามคืน
  2. เมื่อถูกบังคับให้เลิกหรือหยุดเล่นเกม ลูกจะต่อต้าน หรือมีปฏิกริยาหงุดหงิดไม่พอใจอย่างรุนแรง บางคนถึงขั้นก้าวร้าว อาละวาด
  3. การเล่นเกมถึงขั้นมีผลกระทบต่อหน้าที่ความรับผิดชอบของเด็ก เช่น เด็กเล่นเกมจนไม่สนใจการเรียน ไม่สนใจทำการบ้าน หนีเรียน หรือแอบหนีออกจากบ้านเพื่อจะไปเล่นเกม ผลการเรียนตกลงมาก ละเลยการเข้าสังคม หรือทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว เสียสัมพันธภาพกับคนรอบข้าง
  4. ในเด็กบางคนอาจมีปัญหาพฤติกรรมอื่นๆ เช่น ลักขโมย (เพื่อนำเงินไปเล่นเกม) โกหก ดื้อ ต่อต้าน แยกตัว เก็บตัว หนีออกจากบ้าน ฯลฯ

ระดับของการติดเกม

ปัจจุบันไม่มีการวินิจฉัยระดับการติดเกมของเด็กที่แน่นอนชัดเจน แต่ลักษณะจะคล้ายกับพฤติกรรมของผู้ป่วยติดสารเสพติดอย่างที่กล่าวไปแล้ว

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
เข้าร่วมงานวิจัยทางการแพทย์วันนี้

ค้นหางานวิจัยที่คุณสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อรับการรักษาใหม่ที่อาจทำให้อาการของคุณดีขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการทำดีเพื่อสังคม

Hd clinical trial ad

ระยะแรกเด็กต้องการเพียงทำให้เกิดความสุข เพลิดเพลินใจ แต่เมื่อความต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายจะมีความต้องการจนถึงขั้นขโมยเงินเพื่อเล่นหรือซื้อเกม หรืออาจรุนแรงกว่านั้น

โดยจะไม่สามารถยับยั้งความต้องการได้ และอาการระยะสุดท้ายนี้จะคงอยู่หลังจากเลิกเล่นเกมไปอีกนาน

สาเหตุที่เด็กติดเกม

สาเหตุของการติดเกมมิได้มีเพียงสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง แต่เป็นผลลัพธ์มาหลายๆ ปัจจัย

มักพบว่าสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เด็กติดเกม ได้แก่

1. การเลี้ยงดูในครอบครัว

มักจะพบเด็กติดเกมได้บ่อยในครอบครัวที่เลี้ยงเด็กโดยไม่เคยฝึกให้เด็กมีวินัยในตัวเอง หรือขาดกฎกติกาในบ้าน

บางครอบครัวมีลักษณะที่สมาชิกในครอบครัวต่างคนต่างอยู่ ไม่มีกิจกรรมที่สนุกสนานให้เด็กทำ หรือกิจกรรมที่สมาชิกทุกคนทำร่วมกัน

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
เข้าร่วมงานวิจัยทางการแพทย์วันนี้

ค้นหางานวิจัยที่คุณสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อรับการรักษาใหม่ที่อาจทำให้อาการของคุณดีขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการทำดีเพื่อสังคม

Hd clinical trial ad

ทำให้เด็กเกิดความเหงา ความเบื่อหน่าย เด็กจึงต้องหากิจกรรมอื่นทำเพื่อให้ตัวเองสนุก จนพบกับการเล่นเกม

โดยพ่อแม่อาจไม่มีเวลา มองไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องจำกัดเวลาในการเล่นเกมของเด็ก หรือพ่อแม่บางครอบครัวอาจรู้สึกพอใจที่เห็นเด็กเล่นเกม หรือใช้เกมเสมือนเป็นพี่เลี้ยงดูแลเด็กแทน

2. สังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

สังคมยุคไฮเทค มีเครื่องมือและสิ่งเร้ามากมายที่ทำให้เกิดความตื่นเต้นในตัวเด็ก

ในขณะเดียวกันหากอยู่ในพื้นที่ที่ขาดแคลนกิจกรรม หรือสถานที่ที่เด็กจะได้ใช้ประโยชน์หรือเรียนรู้ โดยได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลินไปด้วย ก็อาจกลายเป็นแรงผลักดันให้เด็กหันไปใช้การเล่นเกมเป็นทางออก

นอกจากนี้ การสนับสนุนให้เด็กและวัยรุ่นเข้าถึงคอมพิวเตอร์และเกมต่างๆ ได้โดยง่าย โดยที่เด็กอาจยังไม่ตระหนักถึงผลดีผลเสียของเทคโนโลยี ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาเด็กติดเกมได้

3. ปัจจัยจากตัวเด็กเอง

เด็กบางกลุ่มอาจมีความเสี่ยงต่อการติดเกมมากกว่าเด็กทั่วไป เช่น เด็กที่มีโรคทางจิตเวชที่พบร่วมด้วย เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น (ADHD) เด็กที่มีปัญหาอารมณ์ซึมเศร้าหรือวิตกกังวล เด็กขาดทักษะทางสังคม เข้ากับเพื่อนไม่ได้ มีพฤติกรรมต่อต้าน ก้าวร้าว หรือมีปัญหาการเรียน เห็นคุณค่าตัวเองต่ำ (Low self-esteem)

การป้องกันไม่ให้ลูกกลายเป็นเด็กติดเกม

เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กติดเกม คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ดูแล อาจปฏิบัติตามแนวทางต่อไปนี้

  1. ศึกษาหาความรู้เรื่องเกม พูดคุย ทำความเข้าใจเรื่องเกมกับลูก เพื่อช่วยกันเลือกเกมที่เป็นประโยชน์แก่ลูก
  2. กำหนดข้อตกลงเกี่ยวกับการเล่นเกมของลูกตั้งแต่ต้น ตั้งกติกาล่วงหน้าก่อนซื้อเกม เช่น เล่นได้วันใด ครั้งละกี่ชั่วโมง ต้องทำอะไรให้เสร็จก่อนบ้างถึงจะเล่นเกมได้ รวมถึงพูดคุยกันไว้ล่วงหน้าว่าจะมีบทลงโทษอย่างไรหากไม่ปฏิบัติตามตกลง

    คำแนะนำเวลาการเล่นที่เหมาะสมคือ ไม่เกิน 1 ชั่วโมงในวันธรรมดา และ 2 ชั่วโมงในวันหยุด
  3. ให้การเล่นเกมของลูกนั้นอยู่ในสายตาพ่อแม่ และอาจวางนาฬิกาขนาดใหญ่ไว้เพื่อให้เห็นได้ชัด พ่อแม่คอยกำกับให้เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้จริงจัง

    ไม่ควรยอมให้เด็กละเมิดข้อตกลง หรือปล่อยให้เล่นเองโดยไม่มีการควบคุม และให้คำชมแก่เด็กเมื่อเด็กสามารถรักษาเวลาการเล่น ควบคุมตัวเองไม่ให้เล่นเลยเวลาที่กำหนดได้
  4. เมื่อมีการละเมิด ให้กำหนดมาตรการควบคุมเพิ่มเติม เช่น ริบเกม หรือตัดสิทธิ์การเล่นเป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยไม่ใจอ่อน
  5. การป้องกันที่ควรทำล่วงหน้าคือ ฝึกเด็กให้มีการควบคุมตนเอง ไม่ตามใจเด็ก ควรฝึกตั้งแต่อายุ 2 ปีขึ้นไป
  6. ส่งเสริมกิจกรรมอื่นๆ ที่สนุกสนานกว่าการเล่นเกม หรือสร้างกิจกรรมให้ในครอบครัวได้ทำร่วมกัน

แนวทางการแก้ไขเมื่อเด็กติดเกมไปแล้ว

หากสังเกตพบว่าเด็กติดเกมไปแล้ว คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ดูแลควรค่อยๆ ปรับพฤติกรรมเด็ก ดังนี้

  1. หากในบ้านยังไม่มีกฏหรือกติกาที่ชัดเจน ให้เริ่มพูดคุยและวางกติกาเหมือนในหัวข้อการป้องกันไม่ให้ลูกกลายเป็นเด็กติดเกม
  2. ให้เวลาแก่เด็กมากขึ้น พยายามหากิจกรรมที่เด็กชอบหรือสนุกมาให้ทำ เช่น ออกกำลังกาย เล่นดนตรี
  3. หลีกเลี่ยงการตำหนิ รุนแรง หรือใช้อารมณ์ เนื่องจากสัมพันธภาพอันดีของคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ดูแลกับเด็กมีส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหา และผู้ดูแลควรใช้กฎกติกาเดียวกัน ร่วมมือกันแก้ปัญหา
  4. อาจสร้างเครือข่ายช่วยเหลือในผู้ปกครองที่มีเด็กติดเกมเหมือนกันหลายๆ ครอบครัว ผลัดกันนำเด็กทำกิจกรรมหลังเลิกเรียนหรือวันหยุด จัดตั้งเป็นกลุ่มย่อยหรือชมรม
  5. ในกรณีที่เด็กติดเกมมาก และต่อต้านรุนแรง ระยะแรกพ่อแม่อาจต้องทำความรู้จักและมีส่วนร่วมกับเกมที่เด็กชอบเล่นเพื่อสร้างสัมพันธภาพกับเด็ก และดึงเอาส่วนดีของเกมมาใช้ ต่อมาจึงค่อยๆ ดึงเด็กมาสนใจในกิจกรรมอื่นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

หากวิธีข้างต้นไม่ได้ผล พ่อแม่ควรพาเด็กปรึกษาพบจิตแพทย์เด็ก เพื่อประเมินสภาวะสุขภาพจิต และรับการวินิจฉัย หากพบว่ามีโรคทางจิตเวชร่วมด้วย จะได้บำบัดรักษาต่อไป

ทั้งนี้ คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ดูแล สามารถตรวจสอบว่าเด็กๆ เข้าข่ายการติดเกมหรือไม่ โดยทำแบบทดสอบออนไลน์นี้ ซึ่งมีทั้งฉบับผู้ปกครองและฉบับของตัวเด็กเอง นอกจากนี้ ยังสามารถเข้าร่วมเครือข่ายต่างๆ เพื่อช่วยเหลือแก้ไขร่วมกัน

ที่มาของข้อมูล

ผศ. นพ. ชาญวิทย์ พรนภดล, เด็กติดเกม (เอกสารให้ความรู้ สาขาวิชาจิตเวชเด็กและวัยรุ่น ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล).

ศิริไชย หงษ์สงวนศรี และ พนม เกตุมาน, Game Addiction: The Crisis and Solution (หนังสือรู้ทันปัญหาวัยรุ่นยุคใหม่ ชมรมสุขภาพวัยรุ่น ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย)

ผศ.นพ.ชาญวิทย์ พรนภดลและคณะ, การพัฒนาแบบทดสอบการติดเกม (วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย), 2557.


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป