ต้องรักษาหรือไม่ (ทิ้งไว้จะเป็นอันตรายอย่างไร)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มี.ค. 8, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 95,227 คน

ผู้ป่วยหลายรายมาพบแพทย์ด้วยภาวะแทรกซ้อนของนิ่วในถุงน้ำดี กลุ่มนี้ก็ชัดเจนว่านิ่วเริ่มก่อให้เกิดปัญหา จะหนักหรือเบาก็แล้วแต่บุคคลไปครับ ภาวะแทรกซ้อนที่พบก็ได้แก่

1. ถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรัง

อันนี้เป็นภาวะที่พบบ่อยที่สุดครับ ถุงน้ำดีที่มีนิ่วมีการติดเชื้อแบคทีเรียเล็กๆน้อยๆ ไม่ถึงกับไข้สูงกระหน่ำ แต่ก็อึมครืม ๆ ก่อกวนอยู่เรื่อย ๆ ถี่บ้าง ห่างบ้าง ผู้ป่วยก็จะจุกๆ แน่นลิ้นปี่ครับ บางท่านก็รู้สึกท้องอืดท้องเฟ้อเหมือนอาหารไม่ย่อย ลมมาก เรอบ่อย (หรือผายลมบ่อยก็มีครับ) อาการจะเป็นหลังอาหารโดยเฉพาะมื้อใหญ่ ๆ หรืออาหารออกมัน ๆ เข้าใจว่าเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดการอักเสบนั้นไปทำให้มีการกลายสภาพของน้ำดี ทำให้น้ำดีเปลี่ยนเป็นสารที่มีประสิทธิภาพลดลงในการย่อยทอนขนาดของไขมัน จึงเหมือนมีอาการอาหารไม่ย่อย ท้องอืดท้องเฟ้อดังกล่าว

อาการนี้เองที่มักถูกวินิจฉัยโดยแพทย์ส่วนใหญ่ว่าเป็นโรคกระเพาะ และได้ยามารับประทาน ซึ่งก็เป็นเพราะอาการของโรคกระเพาะและภาวะอักเสบเรื้อรังของถุงน้ำดีนี้มันคล้ายกันจริง ๆ ครับ และถ้าว่ากันตามสถิติ อาการแบบนี้ส่วนใหญ่ก็เกี่ยวกับกระเพาะเสียมากกว่า ต่อเมื่อให้ยาแล้วไม่ได้ผล หรือดีขึ้นบ้างเล็กน้อยแล้วกลับเป็นอีก จึงทำการตรวจอัลตราซาวนด์หรือส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบนอีกที

2. ถุงน้ำดีอักเสบเฉียบลัน 

ภาวะนี้เป็นการอักเสบรุนแรงเฉียบพลันของถุงน้ำดี มักเกิดจากการที่อักเสบเรื้อรังมานานจนท่อของถุงน้ำดีตีบตัน หรือไม่ก็มีนิ่วไปอุดท่อถุงน้ำดี ทำให้อาการเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน โดยในเวลาเพียง 2-3 ชั่วโมง ผู้ป่วยจะปวดท้องช่วงบนอย่างรุนแรง ปวดใต้ชายโครงขวาอาจร้าวไปไหล่หรือระหว่างสะบัก จากนั้นก็เริ่มมีไข้ อาจเป็นไข้สูง แต่มักยังไม่หนาวสั้น มีคลื่นไส้ อาเจียน ภาวะนี้เป็นภาวะเร่งด่วนที่ต้องการการรักษาทันทีทันใด เมื่อมาพบแพทย์ เรามักต้องขอรับตัวผู้ป่วยไว้ในโรงพยาบาลครับเพราะต้องงดอาหาร ให้น้ำเกลือ และให้ยาฆ่าเชื้อทางหลอดเลือดดำ รวมทั้งการวางแผนการผ่าตัดในช่วงเวลาที่เหมาะสมเพราะถ้าทิ้งไว้โดยไม่รักษาถุงน้ำดีอาจอักเสบถึงขั้นเป็นหนองและอาจเน่าตาย แตก ทำให้การติดเชื้อกระจายไปในช่องท้อง มีอัตราการตายสูงขึ้นอย่างมาก

3. นิ่วตกลงไปในท่อน้ำดีร่วม 

ท่อน้ำดีร่วมนำน้ำดีออกจากตับ จากนั้นน้ำดีก็จะไหลผ่านท่อของถุงน้ำดีเข้าไปยังถุงน้ำดี เวลาหลั่งก็จะไหลกลับเข้ามาท่อน้ำดีร่วม แล้วลงลำไส้อีกครั้ง จังหวะนี้เองครับที่นิ่วเล็ก ๆ ก็อาจไหลจากในถุงน้ำดีผ่านท่อของถุงน้ำดีลงมาในท่อน้ำดีร่วมได้

นิ่วส่วนหนึ่งที่เคลื่อนที่ลงมาก็จะทำให้เกิดการอุดตันของท่อน้ำดีร่วม ผู้ป่วยจะมีอาการดีซ่าน ผิวเหลือง ตาเหลือง และมักมีอาการปวดท้อง หากมีการติดเชื้อร่วมด้วย อาการก็จะรุนแรง ผู้ป่วยมีไข้สูง หนาวสั่น มีการติดเชื้อเข้าสู่กระแสโลหิต เป็นอันตรายทีเดียวครับ

4. นิ่วที่ตกไปในท่อน้ำดีร่วมก่อให้เกิดตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน  

ภาวะนี้เข้าใจยากหน่อยครับ ต้องเท้าความกันเล็กน้อย ตับอ่อนเป็นอวัยวะเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้กับลำไส้เล็กตอนต้น สร้างอินซูลินเพื่อคุมระดับน้ำตาลในเลือด และสร้างน้ำย่อยมาปล่อยลงลำไส้เล็ก โดยให้บังเอิญเป็นรูเปิดรูเดียวกันกับท่อน้ำดีนิ่วที่ผ่านมาจุกอยู่ปลายท่อน้ำดีก็เลยอุดกั้นท่อตับอ่อนไปด้วย ทำให้ตับอ่อนอักเสบ น้ำย่อยตับอ่อนรั่วซึมมาย่อยตัวตับอ่อนและเนื้อเยื่อข้างเคียง ภาวะนี้อาจทำให้เกิดการปวดท้อง มีไข้ แล้วหายเองได้ไม่ยาก ไปจนกระทั่งปวดท้องรุนแรง ไข้ ช็อก มีการเน่าตายของตับอ่อนที่ติดเชื้อรุนแรงและมีโอกาสเสียชีวิตสูงมากได้ ระยะหลังพบว่านิ่วที่หลุดผ่านท่อน้ำดีลงลำไส้ แม้จะไม่อุดคาอยู่ที่ปลายท่อน้ำดีแต่ก็ทำให้รูเปิดร่วมบวม และเกิดตับอ่อนอักเสบได้เช่นกัน

5. มะเร็งถุงน้ำดี 

ฟังดูน่ากลัวทีเดียวครับ สืบเนื่องมาจากการมีนิ่วมักก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุถุงน้ำดี เวลาที่ไหนมีการอักเสบเรื้อรังก็จะมีการทำลายของเซลล์และมีการสร้างใหม่ หากเล่นไม่เลิก อักเสบซ้ำๆ ซาก ๆ ก็จะมีการตายสลับกับการแบ่งตัวเกิดใหม่ของเซลล์อยู่นั่นแล้ว แบ่งไปแบ่งมาก็เริ่มมีการกลายของเซลล์จนอาจเกิดเป็นเซลล์ไม่ดีจนได้ในที่สุด

เราพบนิ่วในถุงน้ำดีในเกือบทุกรายที่เป็นมะเร็งของถุงน้ำดี แต่ในกรณีตรงกันข้าม มีมะเร็งถุงน้ำดีซ่อนอยู่ในผู้ป่วยที่เป็นนิ่วไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์  ความจริงสองประการนี้อาจช่วยบ่งชี้ว่า ส่วนใหญ่มะเร็งถุงน้ำดีเป็นเหตุที่ทำให้มีนิ่วในถุงน้ำดีง่ายกว่าปกติ ซึ่งอธิบายจากการที่เนื้อมะเร็งมักมีส่วนเน่าตายหลุดออกมาเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วสารต่าง ๆ มาตกผลึกเกาะกับชิ้นเนื้อเหล่านี้เกิดเป็นนิ่วอีกที นอกจากนั้นยังเป็นเหตุผลที่แพทย์จะส่งถุงน้ำดีไปตรวจทางพยาธิวิทยาโดยละเอียดเสมอเมื่อทำผ่าตัดผู้ป่วยนิ่วในถุงน้ำดี และแนะนำว่าผู้ป่วยนิ่วก้อนใหญ่น่าจะมีความเสี่ยงสูงของการเกิดมะเร็งถุงน้ำดีมากกว่านิ่วก้อนเล็ก เพราะแสดงว่ามีนิ่วอยู่มานานและอาจมีอาการอักเสบเรื้อรังมานานเช่นกัน

6. ลำไส้อุดตันจากนิ่วในถุงน้ำดี  

ภาวะนี้พบน้อยครับ เกิดเฉพาะผู้ป่วยที่มีนิ่วก้อนใหญ่ ๆ เฉลี่ยมากกว่า 1 นิ้ว  นิ่วทะลุผ่านผนังของถุงน้ำดีหลุดเข้าลำไส้เล็กตอนต้น กลิ้งไปติดที่ลำไส้เล็กตอนปลาย ผู้ป่วยจะมีอาการของลำไส้เล็กอุดตัน ท้องอืด ปวดท้องเป็นพัก ๆ เหมือนใครมาบีบไส้ อาเจียนออกมามีกลิ่นเหมือนอุจจาระ ในที่สุดหากไม่รักษา ลำไส้อาจบวมเน่าตายได้

จะเห็นได้ว่า นิ่วในถุงน้ำดีอาจก่อให้เกิดปัญหาได้ไม่น้อยทีเดียว หนักบ้าง เบาบ้าง กวนใจกันนิดหน่อยไปจนกระทั่งเล่นหนักปางตาย ปัญหาที่ผู้ป่วยซึ่งตรวจพบนิ่วกังวลจัดก็คือ จะมีโอกาสเกิดอาการเหล่านี้มากน้อยเพียงใด จะมากหรือน้อย ป้องกันได้หรือไม่ได้อย่างไร

ครับ เพื่อที่จะตอบปัญหานี้ก็ต้องมาดูสถิติกัน จากรายงานวิจัยพบว่าผู้ป่วยที่ไม่มีอาการจะเกิดมีอาการได้ 2-4 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ถ้าติดตามไปเรื่อย ๆ ก็จะมีอาการ 10 เปอร์เซ็นต์ในเวลา 5 ปี หลังจากได้รับการวินิจฉัย และ 20 เปอร์เซ็นต์หากตามดูไปถึง 20 ปี

ประมาณคร่าว ๆ ก็สรุปได้ว่า หากผู้ป่วยจะมีอายุต่อไปได้ไม่น้อยกว่า 20 ปี หนึ่งในห้าจะเกิดอาการอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้น ตัวเลขเปอร์เซ็นต์อาจดูไม่มากแต่สิ่งที่ต้องตอบให้ได้อีกข้อก็คือ ถ้าจะเกิดมีอาการขึ้นมา อาการแรกจะนำมาด้วยปัญหาเบา ๆ ก่อนหรือไม่ หรือจะเอากันหนักถึงชีวิต

ในฐานะศัลยแพทย์ เรารู้ว่าหากนิ่วในถุงน้ำดียังอยู่ในถุงน้ำดี อาการที่เกิดขึ้นถึงจะรุนแรงขนาดอักเสบเฉียบพลันก็ยังรับมือไหวครับ แต่ถ้านิ่วหลุดลงมาในท่อน้ำดีแล้ว การติดเชื้อจะรุนแรงมากกว่า นิ่วที่หลุดผ่านปลายท่อน้ำดีลงลำไส้หรืออุดคาตรงที่ปลายท่อน้ำดีเชื่อมกับท่อตับอ่อน อาจก่อให้เกิดตับอ่อนอักเสบรุนแรงจนเกินความสามารถในการรักษาได้

เมื่อกลับไปดูข้อมูลทางสถิติอีกครั้งก็พบว่า หากผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ เวลาจะเกิดมีอาการครั้งแรกนั้น

90 เปอร์เซ็นต์จะนำมาด้วยอาการปวด ปวดแบบนิ่วในถุงน้ำดี คือ ปวดลิ้นปี่หรือชายโครงขวาเป็นระยะเวลานานเป็นชั่วโมงครับ จุกแน่นน่าดูทีเดียว ส่วนน้อยอาจเริ่มด้วยอาการรุนแรงอื่น ๆ ที่เล่าให้ฟังแล้วครับดูเหมือนกับว่าอย่างน้อยส่วนใหญ่ของผู้ป่วยที่เริ่มมีอาการก็จะเป็นภาวะที่ไม่เป็นปัญหาหนักนัก

ข้อมูลทางสถิติเหล่านี้จะช่วยเราตัดสินใจครับ ว่าถ้านิ่วยังไม่มีอาการควรจะให้การรักษาหรือไม่ แนวคิดต้องพึ่งความรู้หลายด้านครับ ซึ่งเราจะคุยกันในบทถัดไป

คุณสามารถอ่านข้อมูลดีๆมีประโยชน์แบบนี้ได้เพิ่มเติมที่หนังสือ "นิ่วในถุงน้ำดี" โดยรองศาสตราจารย์นายแพทย์พัฒน์พงศ์ นาวีเจริญ จากสำนักพิมพ์อมรินทร์สุขภาพ เพื่อสนับสนุนผู้แต่ง 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่