หากต้องผ่าตัด (มันจะเป็นอย่างไร)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มี.ค. 8, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที

ถุงน้ำดีเป็นอวัยวะที่มีหน้าที่ มีความสำคัญ แต่ไม่ใช่สิ่งที่มีความจำเป็นในการดำรงชีวิต การรักษานิ่วในถุงน้ำดีโดยการผ่าตัดเอาถุงน้ำดีที่มีนิ่วออกเพื่อรักษาและป้องกันไม่ให้เป็นซ้ำอีก จึงเป็นหัตถการที่เป็นมาตรฐานสำหรับผู้ป่วยนิ่วในถุงน้ำดีแต่ไหนแต่ไรมาครับ ในอเมริกามีผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดถุงน้ำดีออกถึงปีละ  50,000-70,000 ราย

การผ่าตัดที่ทำมาในอดีตและยังทำอยู่ในปัจจุบัน คือการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง โดยใช้แผลเฉียง ๆ ใต้ชายโครงขวาหรือแผลแนวดิ่งกึ่งกลางท้องใต้ลิ้นปี่ ความยาวของแผลอยู่ประมาณ 10-15 เซนติเมตร (อาจเล็กขนาด 5-7 เซนติเมตรได้ในมือศัลยแพทย์ที่ชำนาญครับ)  ผู้ป่วยดมยาสลบ ศัลยแพทย์จะใช้เครื่องมือถ่างดึงขอบแผลให้กว้างออกจากนั้นก็จะตัดเลาะเยื่อพังผืดซึ่งมักเกิดจากการอักเสบจนสามารถมองเห็นถุงน้ำดีได้ชัดเจน เพื่อจะได้เลาะแยกโครงสร้างสำคัญออกจากกัน ได้แก่ หลอดเลือดแดงที่มาเลี้ยงถุงน้ำดี ท่อของถุงน้ำดี ท่อน้ำดีหลัก และทำผ่าตัดได้อย่างปลอดภัย ผู้ป่วยมักต้องอยู่โรงพยาบาลนาน 5-7 วัน และพักต่อที่บ้านอีก 2-3 อาทิตย์ก่อนจะกลับไปทำงานได้ตามปกติ

การผ่าตัดด้วยกล้องส่อง ซึ่งเริ่มทำมากในช่วงสิบกว่าปีหลัง เป็นการผ่าตัดที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ในการผ่าตัดแบบนี้ผู้ป่วยต้องดมยาสลบเหมือนการผ่าตัดทั่วไปครับ จากนั้นศัลยแพทย์จะใช้แผลเจาะเล็ก ๆ ขนาดตั้งแต่ 3 มิลลิเมตรถึง 10 มิลลิเมตร ประมาณ 3-4 แผล โดยซ่อนแผลใหญ่ที่สุดไว้ในสะดือ แล้วสอดกล้องวีดิโอที่มีความละเอียดสูง แต่มีขนาดเล็กมากเข้าไปรับภาพใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ปล่อยเข้าไปในช่องท้อง ทำให้ศัลยแพทย์มองเห็นภาพและลักษณะทางกายวิภาคได้อย่างชัดเจน ด้วยกำลังขยายของกล้องทำให้มองเห็นได้ชัดยิ่งกว่าการผ่าตัดเปิดหน้าท้องแล้วมองด้วยตาเปล่าเสียอีกครับ

จากนั้นแพทย์จะใช้เครื่องมือผ่าตัดที่มีขนาดเล็ก ยาว สอดใส่แผลเล็ก ๆ ในตำแหน่งอื่น ๆ เพื่อตัดเลาะโครงสร้างต่าง ๆ แบบเดียวกับการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง เมื่อถุงน้ำดีถูกตัดออกเรียบร้อยก็จะนำออกจากช่องท้อง โดยใส่ในถุงพลาสติกแล้วดึงออกผ่านแผลที่สะดือ ทำให้ไม่ต้องมีแผลขนาดใหญ่เลยครับ ผู้ป่วยเจ็บแผลน้อย เนื่องจากแผลเล็กและไม่มีการตัดผ่านกล้ามเนื้อ จึงทำให้อยู่โรงพยาบาลค่อนข้างสั้นถึงสั้นมาก ในประเทศสหรัฐอเมริกามีความนิยมในการทำผ่าตัดแบบผู้ป่วยนอกมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยผ่าตัดส่องกล้องตัดถุงน้ำดีในตอนเช้าแล้วกลับบ้านตอนเย็น ไม่ต้องค้างในโรงพยาบาลเลย ผู้ป่วยคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่อยากรีบร้อนขนาดนั้นครับ มักนอนโรงพยาบาล 1-2 คืนให้อุ่นใจแค่นี้ก็สั้นกว่าระยะฟื้นตัวของการผ่าตัดเปิดหน้าท้องแบบเดิมมากแล้ว ผู้ป่วยบางรายที่ขยันมาก กลับจากโรงพยาบาลก็ทำงานเลย แต่แพทย์มักแนะนำให้ทำงานเบา ๆ ก่อน ส่วนการออกกำลังกายและยกของหนักควรเลี่ยงไปประมาณหนึ่งเดือนถึงเดือนครึ่งครับ

เนื่องจากผลดีที่เห็นได้ชัดเจนจากการรักษาแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นตัวเร็ว เจ็บแผลน้อย ความสวยงามของแผล จึงทำให้การผ่าตัดถุงน้ำดีด้วยกล้องส่องได้รับการยอมรับโดย NIH (National lnstitute of Health ของสหรัฐอเมริกา) ในปี พ.ศ.2535 ให้เป็นการผ่าตัดมาตรฐานใหม่สำหรับการผ่าตัดรักษานิ่วในถุงน้ำดี และทำกันอย่างแพร่หลายในเวลารวดเร็ว

ประเทศไทยเริ่มมีการผ่าตัดนี้เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2533 จากนั้นก็ทำกันมากขึ้นในโรงพยาบาลที่เป็นโรงพยาบาลแพทย์ โรงพยาบาลขนาดใหญ่และโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง ปัญหาเริ่มต้นสำคัญอยู่ที่เครื่องมือมีราคาแพงและมีความสลับซับซ้อน จึงมีการลงทุนในระยะเริ่มแรกค่อนข้างมาก เครื่องมือชิ้นย่อยที่ใช้ระหว่างการผ่าตัดก็มีจำนวนมากและมีค่าใช้จ่ายสูง อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับการอยู่โรงพยาบาลสั้น ฟื้นตัวเร็ว กลับไปทำงานได้เร็ว ก็มีความคุ้มค่าอย่างเห็นได้ชัด

ศัลยแพทย์ที่จะทำผ่าตัดด้วยกล้องก็จะต้องมีการฝึกฝนเฉพาะทางครับ เพระเป็นการผ่าตัดที่ต่างไปจากการผ่าตัดเปิดธรรมดาหลายอย่าง มือจับเครื่องมือที่ยาวและบอบบาง ส่วนตาก็ดูจอมอนิเตอร์ ไม่ได้ก้มลงดูคนไข้นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชนิดที่ใช้ร่วมด้วย ความเข้าใจเกี่ยวกับการจับภาพด้วยวิดีโอ การปรับแสง การควบคุมแก๊สที่ใช้ในการผ่าตัดและอื่น ๆ เป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้การผ่าตัดราบรื่น รวมทั้งแก้ปัญหาได้ฉับไวเวลามีข้อบกพร่องของอุปกรณ์เกิดขึ้น ในปัจจุบันการผ่าตัดด้วยกล้องได้มีการพัฒนาไปมากและนำไปใช้กับการผ่าตัดที่ซับซ้อนขึ้นไปอีกหลายอย่างจนกลายเป็นสาขาเฉพาะทางที่มีความพิเศษเฉพาะตัว และยังคงพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง จนมีผู้ทำนาบว่าในอนาคตอันใกล้ การผ่าตัดด้วยกล้องส่องจะเข้ามาแทนที่การผ่าตัดเปิดเกือบทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดด้วยกล้องก็ไม่สามารถตัดถุงน้ำดีได้สำเร็จในคนไข้บางราย (ประมาณ 2-3 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัด)  โดยอุบัติการณ์จะเพิ่มมากขึ้นหากทำการผ่าตัดขณะที่ถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน มีการบวมของเนื้อเยื่ออย่างมาก ยากแก่การเลาะและหาโครงสร้างต่าง ๆ ได้ลำบากไม่ชัดเจน ผู้ป่วยที่มีการอักเสบเรื้อรังซ้ำแล้วซ้ำอีกมาหลายครั้งเป็นเวลานานก็มีพังผืดยึดแน่น ถุงน้ำดีมีผนังหนาหดฝังตัวในเนื้อตับ ก็ทำให้เครื่องมือเล็ก ๆ บอบบางของการผ่าตัดด้วยกล้องจับ ตัด เลาะได้ไม่ถนัดและอาจไม่ปลอดภัย จำเป็นต้องเปิดผ่าตัดตามวิธีมาตรฐานเดิม ซึ่งมือและเครื่องมือที่แข็งแรงสามารถเข้าไปช่วยกันในบริเวณที่ยากลำบากได้ ผู้ป่วยที่โครงสร้างทางกายวิภาคไม่ปกติเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่อาจมีปัญหาต้องเปลี่ยนมาเป็นการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง เพื่อจะได้เข้าไปดูโครงสร้างในมุมต่าง ๆ คลำด้วยมือ และผ่าตัดได้อย่างสบายใจ

ผู้ป่วยที่เคยผ่าตักในช่องท้องมาก่อน โดยเฉพาะเคยผ่าตัดมาแล้วหลายครั้ง ก็ทำให้มีพังผืดยึดมากขึ้นเรื่อย ๆ โอกาสทำผ่าตัดด้วยกล้องส่องได้ก็จะน้อยลง โดยเฉพาะในมือที่ไม่ชำนาญ

ในระหว่างการผ่าตัดผู้ป่วยบางราย ศัลยแพทย์อาจต้องทำหัตถการบางอย่างเพิ่มเติม เช่นในรายที่สงสัยว่าจะมีนิ่วบางส่วนหลุดร่วงผ่านท่อถุงน้ำดีไปอยู่ในท่อน้ำดีหลัก ก็จะมีการฉีดสารทึบแสงเข้าไปในท่อน้ำดีหลักแล้วเอกซเรย์เพื่อดูว่ามีเงานิ่วหรือไม่ หากพบว่ามีนิ่วก็จะได้ตัดสินใจเอาออกโดยวิธีใดวิธีหนึ่งต่อไป ในปัจจุบันความจำเป็นในการเอานิ่วออกจากท่อน้ำดีหลักระหว่างการผ่าตัดถุงน้ำดีมีความจำเป็นน้อยลงเรื่อย ๆ เพราะถ้าให้การวินิจฉัยได้ก่อนการผ่าตัดว่ามีนิ่วในท่อน้ำดีหลักด้วย ก็จะถูกคล้องออกก่อนการผ่าตัด โดยใช้กล้องส่องทางเดินอาหารส่วนบน

ผู้ป่วยที่มาหาแพทย์ด้วยการอักเสบเฉียบพลัน มีความยากลำบากในการดูแลรักษาเพิ่มขึ้นครับ และมีแนวคิดเป็นหลายแนว ส่วนใหญ่มักเริ่มด้วยการงดอาหาร ให้น้ำเกลือ ให้ยาปฏิชีวนะเข้าหลอดเลือดดำ โดยเลือกชนิดของยาให้ครอบคลุมเชื้อโรคที่พบบ่อยในทางเดินน้ำดี ผู้ป่วยที่มาหาแพทย์ภายใน 72 ชั่วโมง (สามวัน) หลังจากเริ่มมีอาการมักจะยังอักเสบไม่มาก เนื้อเยื่อยังบวมน้อย มักแนะนำให้ผ่าตัดเลย ส่วนถ้าเลยสามวันไปแล้ว มักมีการบวมและมีเยื่อของการอักเสบปกคลุมโครงสร้างจนยากกับการตัดเลาะ มักนิยมให้ยาปฏิชีวนะจนไข้ลง แล้วนัดมาผ่าตัดภายหลัง โดยทิ้งช่วงประมาณ 4-6 อาทิตย์ ศัลยแพทย์หลายรายพบว่า การผ่าตัดด้วยกล้องในช่วงอักเสบเฉียบพลันมีโอกาสไม่สำเร็จสูง จึงมักให้ยาปฏิชีวนะแล้วก็รอ 4-6 อาทิตย์เสมอ กลุ่มนี้ก็อาจมีอุบัติการณ์ของการอักเสบเฉียบพลันซ้ำขณะกำลังรอผ่าตัดได้

ผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ด้วยเรื่องตับอ่อนอักเสบจากนิ่วถุงน้ำดี มักได้รับคำแนะนำให้ทำผ่าตัดถุงน้ำดีออกเพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ โดยให้ทำเมื่ออาการของตับอ่อนอักเสบดีขึ้น หากตับอ่อนอักเสบไม่รุนแรง และควรรอ 6 อาทิตย์ในกรณีที่ตับอ่อนอักเสบรุนแรงมาก โดยให้ฉีดสีสำรวจท่อน้ำดีร่วมด้วยเสมอ หากไม่ได้ส่องกล้องทางเดินน้ำดีเพื่อตรวจสอบหานิ่วก่อนการผ่าตัด

คำถามส่วนใหญ่ของผู้ป่วยที่มักถามศัลยแพทย์ก็คือ หากไม่มีถุงน้ำดีแล้วจะเป็นอย่างไร กินอาหารมัน ๆ ไม่ได้อีกเลยใช่หรือไม่ และการผ่าตัดจะมีภาวะแทรกซ้อนใดได้บ้าง เราจะคุยกันในบทต่อไปครับ

คุณสามารถอ่านข้อมูลดีๆมีประโยชน์แบบนี้ได้เพิ่มเติมที่หนังสือ "นิ่วในถุงน้ำดี" โดยรองศาสตราจารย์นายแพทย์พัฒน์พงศ์ นาวีเจริญ จากสำนักพิมพ์อมรินทร์สุขภาพ เพื่อสนับสนุนผู้แต่ง 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่