Q & A

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มี.ค. 8, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 547,496 คน

Q : คุณหมอบอกว่าเป็นติ่งเนื้อในถุงน้ำดี  ไม่ใช่นิ่ว ต่างกันอย่างไรคะ แล้วจะเป็นมะเร็งหรือเปล่า ต้องรักษาอย่างไร   

A : ติ่งเนื้อในถุงน้ำดีเป็นกลุ่มโรคที่รังสีแพทย์จะวินิจฉัยจากการเห็นก้อนในถุงน้ำดีด้วยวิธีอัลตราซาวนด์ และเมื่อให้ผู้ป่วยตะแคงตัวไปมา ก้อนไม่ยอมกลิ้ง กลับแปะติดอยู่ที่ผนังถุงน้ำดีซะอย่างนั้น ทำให้แน่ใจว่าเป็นติ่งเนื้อ ชัวร์ไม่มั่วนิ่มครับ รังสีแพทย์จะให้ความเห็นไว้แค่นั้น ไม่ชี้ชัดว่าติ่งเนื้อนี้เป็นอะไร เพราะเห็นแค่เงา “ไม่สามารถวินิจฉัยได้แน่ชัด” ซึ่งความจริงก็เป็นได้หลายอย่างครับ เช่น ติ่งคอเลสเตอรอลเป็นติ่งที่พบบ่อยกว่าติ่งอื่นก็ว่าได้ เกิดจากคอเลสเตอรอลที่ตกตะกอนไปเกาะกับผนังถุงน้ำดี (บางครั้งอาจเกาะกันจนมีขนาดใหญ่และหลุดออกมาเอง กลายเป็นนิ่วกลิ้งไปมา) จึงไม่ใช่เนื้องอกเนื้อร้ายใด ๆ มักมีหลายติ่ง ขนาดไม่ใหญ่ประมาณ 2-4 มิลลิเมตร

ถ้าเป็นเนื้องอก มักเป็นติ่งเนื้อก้อนเดี่ยว โตขึ้นเรื่อย ๆ และอาจโตเร็ว แทนที่จะมีขนาดเป็นมิลลิเมตรก็โตจนเป็นเซนติเมตร ถ้าขนาดใหญ่เกินสองเซนติเมตร โอกาสจะเป็นเนื้อร้ายก็มีสูงมาก หากเป็นได้เราจะไม่ปล่อยไปขนาดนั้นมักชิงลงมือทำผ่าตัดเมื่อก้อนเนื้องอกใหญ่เกินหนึ่งเซนติเมตร ส่วนติ่งเนื้อที่ก่ออาการ ไม่ว่าจะเป็นจุกแน่น เรอบ่อย อาหารไม่ย่อย เป็นข้อบ่งชี้ในการทำผ่าตัดอยู่แล้วไม่ว่าชนิดไหนหรือขนาดเท่าใด

Q : ไปตรวจอัลตราซาวนด์พบนิ่วก้อนเล็ก ๆ ไม่มีอาการ คุณหมอบอกว่า “ยังเล็กอยู่ ไม่ต้องไปทำอะไรหรอก รอให้ใหญ่ก่อนค่อยว่ากัน” อย่างนี้จะเชื่อดีไหมคะ

A :  นิ่วไม่ใช่เนื้องอกครับ ไม่ต้องรอก้อนใหญ่ก็ก่อเรื่องได้ และนิ่วก้อนเล็กอาจก่อเรื่องได้มากกว่าก้อนใหญ่ด้วยซ้ำไปเพราะสามารถร่วงลงมาในท่อน้ำดีหลักได้ง่ายกว่า อาจทำให้เป็นดีซ่าน ติดเชื้อในท่อน้ำดีกระจายเข้าสู่กระแสเลือดรวมถึงตับอ่อนอักเสบที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ในขณะที่นิ่วก้อนใหญ่มักอาละวาดได้แค่ในถุงน้ำดี ขนาดจึงไม่ใช่ปัจจัยสำคัญอย่างเดียวในการพิจารณา ผู้ป่วยที่มีนิ่วก้อนเล็กจำนวนมาก ๆ น่ากลัวกว่านิ่วก้อนใหญ่ก้อนเดียวเสียอีกเพียงแต่เป็นการยากครับที่จะทำนายว่าแบบไหนจะก่อเรื่องก่อน ทั้งแพทย์และผู้ป่วยจึงควรปรึกษาและพิจารณาร่วมกันเป็นแต่ละรายไป

Q : มียาที่กินแล้วบอกว่าละลายนิ่วได้  ขับนิ่วออกมาเป็นตะกร้า มีรูปยืนยันในเว็บไซต์ด้วย ดูน่าเชื่อถือมาก เลื่อมใส  เลื่อมใส     

A : ต้องยอมรับครับว่าปัจจุบันการแพทย์ทางเลือกมาแรงจริง ๆ แพทย์แผนปัจจุบันที่แสดงความ ”ไม่เห็นด้วย” ก็จะถูกหาว่าเป็นพวกที่ชอบผ่าตัดหรือรักษาผู้ป่วยด้วยยาแพง ๆ เพื่อหวังผลประโยชน์เข้าตัว จึงมักต่อต้านการรักษาอื่น ๆ ที่ราคาถูกกว่าและไม่ต้องผ่าตัด ชีช้ำกะหล่ำปลีจริง ๆ นะครับ เว็บที่ว่าก็มีเยอะ หลายเว็บ ผู้เขียนก็เคยเข้าไปดูครับ เพลินจริง ๆ ดูปริมาณของที่อ้างว่าเป็นนิ่วจากรูปที่ให้มาแล้วน่าตกใจมากครับ เยอะจนเอาไปยัดในถุงน้ำดี 5-6 ถุงก็ยังไม่หมดเลย ฉะนั้นจะอยู่ในคนคนเดียวได้อย่างไร

สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้ป่วยที่อยากหลีกเลี่ยงการผ่าตัดมั่นใจในผลการรักษาจากวิธีที่กล่าวอ้างยิ่งขึ้น เพราะมีรูปและคำสัมภาษณ์จากผู้คนต่าง ๆ ยิ่งได้แพทย์มาให้ความเห็นสนับสนุนด้วยก็จะถือว่าสุดยอด คงต้องใช้วิจารณญาณให้ดีครับ ถ้าเป็นข้อปฏิบัติตัวที่แลดูเข้าท่า จะลองทำตามคงไม่เสียหาย แต่ถ้าวิธีการดูพิลึกกึกกือ หรือเสียเงินเสียทองจำนวนมาก คงเริ่มไม่งาม

Q : เพื่อนบ้านไปผ่าตัดถุงน้ำดีมา พักหลังรู้สึกว่าอ้วนเอา ๆ เป็นผลจากการตัดถุงน้ำดีใช่หรือไม่

A : การผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีในผู้ป่วยที่มีอาการถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรังมักทำให้อาการจุกแน่นเวลากินของมัน ๆ หรืออาหารมื้อใหญ่ที่เคยมีก่อนการผ่าตัดทุเลาลงหรือหายไป เนื่องจากหลังผ่าตัด น้ำดีที่สร้างจากตับจะไหลลงสู่ลำไส้โดยตรง เป็นน้ำดีบริสุทธ์ ไม่ต้องเลี้ยวไปเก็บในถุงน้ำดี ซึ่งมีนิ่วกับเชื้อโรครออยู่ ทำให้น้ำดีเสียคุณภาพไป การย่อยอาหารประเภทไขมันหลังตัดถุงน้ำดีจึงมีแนวโน้มดีขึ้น (ใช้เวลาช่วงหนึ่งหลังผ่าตัดเพื่อปรับตัวครับ) ผู้ป่วยที่ติดใจอาหารที่มีไขมันก็กินได้มากขึ้นและเกิดการ “เอาคืน” ชดเชยช่วงเวลาที่ขาดหาย ตามใจปากมากไปหน่อยเลยพะโล้อย่างช่วยไม่ได้ครับ

Q : หลังผ่าตัดต้องงดอาหารและหยอดน้ำเกลือสักกี่วัน  ถึงจะกินได้ตามปกติครับ

A : หากผ่าตัดด้วยกล้องสำเร็จเรียบร้อย ไม่มีปัญหา อาจให้กินได้ทันที เริ่มจากจิบน้ำ อาหารเหลว อาหารอ่อน ปริมาณก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ น้ำเกลือมักไม่ต้องให้ต่อ ผู้ป่วยมักมีอาการหิวกลับมาเร็ว ต่างจากการผ่าตัดช่องท้องธรรมดาที่ท้องมักแน่นอืดไปอีกหลายวัน อย่างไรก็ตาม มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่หิวมากเกินกว่าปกติและกินกระหน่ำเกินคำบรรยาย วันแรกหลังผ่าตัด ซัดกล้วยไข่ไปหนึ่งหวี! โอ้แม่เจ้า คนธรรมดายังกินไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำไป จุกสิครับ ไม่เอาครับ ไม่เอา กลับบ้านแล้วกินอาหารตามปกติครับ ข้าวสวยกับกับข้าวไม่เผ็ด ไม่เหนียว ไม่มัน แล้วค่อย ๆ เพิ่มความเผ็ด ความเหนียว ความมัน จนเข้าสู่ปกติในที่สุดซึ่งใช้เวลาประมาณ 2-3 อาทิตย์ ถึงเป็นเดือนครับ

Q : อ่านหนังสือคุณหมอแล้วมั่นใจว่าเป็นนิ่วในถุงน้ำดีแน่นอน  ไปทำอัลตราซาวนด์แล้วหาหมอผ่าตัดเลยดีไหม

A : ใจเย็น ๆ ครับ ใจเย็น ๆ ลองถามตัวเองดูนะครับ เวลาที่ดูรายการสุขภาพต่าง ๆ เรามักจะรู้สึกว่าอาการของผู้ป่วยในทีวีจะคล้าย ๆ กับเราอยู่เรื่อย นั่นไงใช่แล้ว เหมือนเลย เหมือนเป๊ะ ต้องเป็นแน่นอน อย่างนี้เป็นต้น ไม่ครับ ไม่ง่ายอย่างนั้น โรคต่าง ๆ ที่มีอาการละม้ายคล้ายกันมีมากมาย จริง ๆ แล้วเวลาเรามีอาการอืด อึดอัด จุกแน่น ไม่สบายภายในท้อง ควรไปพบคุณหมอระบบทางเดินอาหารซึ่งทำหน้าที่ดูแลกระเพาะ ลำไส้ ตับ ตับอ่อน ก่อนครับเพราะโรคส่วนมากรักษาได้ด้วยยา ผู้ป่วยส่วนน้อยเท่านั้นที่จำเป็นต้องผ่าตัด หลังจากคุณหมอตรวจดูจนรอบคอบแล้วพบว่ามีนิ่วและต้องผ่าตัดก็จะส่งต่อให้ศัลยแพทย์อีกที อย่างไรก็ตาม แพทย์ก็มีหลากหลาย มีเหมือนกันที่พยายามจะใช้ยาไปเรื่อย ๆ ไม่ยอมส่องกล้องหรือทำอัลตราซาวนด์แม้รักษามานานแล้ว แต่ผู้ป่วยก็ยังไม่หายขาด แบบนี้ผู้ป่วยอาจต้องชั่งใจดูว่าจะรักษาต่อหรือไปหาความเห็นที่สองจากแพทย์ท่านอื่น

Q : นิ่วในถุงน้ำดีเป็นกรรมพันธุ์หรือไม่ครับ บ้านผมเป็นกันหมดเลย ทั้งคุณพ่อ คุณแม่ คุณตา คุณยาย ผมจะ  รอดไหมครับ

A : นิ่วในถุงน้ำดีเกิดจากหลากหลายสาเหตุ บางอย่างก็เกี่ยวข้องกับพันธุกรรม เช่นในผู้ที่เป็นโรคทาลัสซีเมีย เพราะลูกหลานที่ได้รับสายพันธุ์ไปก็จะมีเม็ดเลือดแดงแตกง่ายและเร็วกว่าปกติทำให้เกิดเป็นนิ่วสีดำได้ง่ายและเป็นได้ตั้งแต่อายุน้อย นิ่วคอเลสเตอรอลบางส่วนก็อาจมีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมเกี่ยวกับการเผาผลาญไขมันมาเอี่ยวอยู่ด้วย แต่ส่วนใหญ่เนื่องมาจากอาหารการกินของคุณแม่บ้าน เช่น เสิร์ฟขาหมู หมูกรอบ หรือไก่ตอนกระหน่ำ ยังผลให้สมาชิกในครอบครัวได้รับผลบุญกันไปถ้วนหน้า คอเลสเตอรอลพุ่งกระฉูด เกิดมีนิ่วพร้อม ๆ กันได้โดยมิได้นัดหมาย

Q : ความเสี่ยงของการผ่าตัดถุงในน้ำดีมีมากน้อยแค่ไหน อย่างไรครับ

A : การผ่าตัดในถุงน้ำดีจะมีความเสี่ยงมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของศัลยแพทย์ วิสัญญีแพทย์ สภาพการอักเสบของถุงน้ำดีหรือความผันแปรทางกายวิภาค รวมไปถึงสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย ศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์ย่อมมีข้อบกพร่องน้อยลง ถุงน้ำดีที่อักเสบรุนแรงหรือเรื้อรังมานานก็จะทำให้มีการบวม มีพังผืดยึดมากมาย มองเห็นโครงสร้างลำบาก ขณะผ่าตัดอาจมีเลือดออกหรือบาดเจ็บต่ออวัยวะอื่นได้ง่าย รวมถึงมีภาวการณ์ติดเชื้อเข้าสู้กระแสโลหิต การที่ผู้ป่วยมีโครงสร้างการวางตัวของอวัยวะและหลอดเลือดไม่เหมือนคนอื่น เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่ายขึ้น (เพราะคนไม่ใช่รถยนต์ เปิดกระโปรงแล้วจะได้เจอการวางเครื่องเหมือนกันทุกคัน) ศัลยแพทย์จึงมักอยากให้ผู้ป่วยตัดสินใจรับการผ่าตัดตั้งแต่เนิ่น ๆ เมื่อยังมีอาการไม่มากนัก ไม่ใช่อักเสบเจียนตาย หรือเป็นซ้ำซากจนนับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งทำให้เรื่องง่ายกลายเป็นยาก และโอกาสผ่าตัดด้วยกล้องสำเร็จก็จะน้อยลง สุขภาพโดยรวมของผู้ป่วยก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญครับ ถ้าไม่แข็งแรงพอสำหรับการผ่าตัดก็คงไม่ดี อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดด้วยกล้องในผู้สูงอายุมักจะทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้ดีกว่าการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง จึงเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่ง

คุณสามารถอ่านข้อมูลดีๆมีประโยชน์แบบนี้ได้เพิ่มเติมที่หนังสือ "นิ่วในถุงน้ำดี" โดยรองศาสตราจารย์นายแพทย์พัฒน์พงศ์ นาวีเจริญ จากสำนักพิมพ์อมรินทร์สุขภาพ เพื่อสนับสนุนผู้แต่ง 

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่