ปล่อยไว้ได้ไหม (รอให้ทำใจสักหน่อย)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มี.ค. 8, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

จากบทที่แล้ว เราจะพอทำนายคร่าว ๆ ได้ครับว่า ถ้าเป็นนิ่วที่ก่อให้เกิดอาการแล้ว จะก่อให้เกิดปัญหาตามมาอีกได้ และอาจเป็นภาวะที่แทรกซ้อนรุนแรง จึงแนะนำว่าต้องรักษา ไม่ควรปล่อยไว้

แต่ถ้าเป็นในผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ การจะรักษาหรือไม่ ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างโอกาสเสี่ยงของการทิ้งนิ่วไว้ กับอัตราเสี่ยงของการรักษา เช่น การผ่าตัดครับในเมื่อโอกาสเกิดอาการค่อนข้างจะน้อย และถ้าเกิดมักเป็นอาการไม่รุนแรงนำมาก่อน ก็ดูเหมือนว่าน่าจะปล่อยไว้ได้ในผู้ป่วยส่วนใหญ่

อย่างไรก็ตาม เมื่อมาพิจารณาดูให้ละเอียดเราจะพบว่า ผู้ป่วยบางรายที่ยังไม่มีอาการอาจมีโอกาสเกิดอาการมากกว่าคนอื่น หรือถ้าเกิดอาการ อาจมีสิทธิ์เป็นชนิดที่รุนแรงได้มากกว่าคนอื่น แบบนี้แพทย์มักจะอธิบายให้ผู้ป่วยฟังและแนะนำว่าน่าจะรักษามากกว่าปล่อยทิ้งไว้ครับ ซึ่งก็ได้แก่

ผู้ป่วยที่อายุยังน้อย รวมทั้งผู้หญิงอายุน้อยกว่า 60 ปี คะเนว่าจะอยู่ไปอีกไม่น้อยกว่า 20 ปี ก็จะมีโอกาสเกิดอาการได้ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นถ้าตัดสินใจรักษาก็อาจได้เปรียบกว่าตอนที่มีอาการในอายุมากแล้ว

ผู้ป่วยที่มีนิ่วก้อนเล็ก ๆ หลาย ๆ ก้อนหรือเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนิ่วที่เล็กกว่า 3 มิลลิเมตร นิ่วเหล่านี้มีโอกาสกลิ้งผ่านท่อของถุงน้ำดีลงมาในท่อน้ำดีร่วมได้ครับ และอย่างที่บอกในบทที่แล้ว นิ่วเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดอาการที่รุนแรงกว่าและควบคุมได้ยากกว่านิ่วในถุงน้ำดีครับ

ในทางตรงกันข้าม นิ่วที่มีขนาดใหญ่มาก ได้แก่ นิ่วขนาด 2-3 เซนติเมตรขึ้นไป ก็น่าจะต้องรักษา เพราะแสดงว่านิ่วอยู่มานาน อาจทำให้เกิดอาการอักเสบซ้ำแล้วซ้ำอีก เรื้อรัง กระตุ้นให้เกิดการกลายเป็นเนื้อร้ายของเซลล์เยื่อบุได้

ผู้ป่วยที่ถุงน้ำดีไม่ค่อยยอมบีบตัวแล้ว ก็เป็นหลักฐานอีกอย่างหนึ่งที่อาจบ่งชี้ว่าถุงน้ำดีคงมีการอักเสบมาแล้วหลายหนจนผนังถุงน้ำดีหนา มีเนื้อเยื่อพังผืดเกี่ยวรัดอยู่โดยรอบจนหดตัวพองตัวได้ลำบาก ถ้าเป็นเช่นนี้ การไหลของน้ำดีก็ไม่สะดวก เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นได้ง่ายขึ้นครับ

ผู้ป่วยส่วนน้อยที่มีหินปูนแทรกอยู่ในผนังถุงน้ำดีจนมองเห็นจากภาพเอกซเรย์เหมือนเป็นภาชนะดินเผา (Porcelain gallbladder) ก็ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ครับ มีรายงานว่ามีการกลายเป็นเนื้อร้ายมากว่าปกติ ควรจัดการเอาออกเสีย

ผู้ป่วยบางรายที่มีภาวะร่วมด้วยเฉพาะตัว เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน อาจต้องคำนึงถึงว่าภาวะนี้ทำให้เมื่อนิ่วเกิดการติดเชื้อ อาจรุนแรงกว่าคนปกติเพราะภาวะเบาหวานทำให้การต่อสู้กับเชื้อโรคแย่ลง นอกจากนั้นพอการติดเชื้อเริ่มรุนแรง เบาหวานก็พลอยคุมไม่ได้ไปด้วย การทิ้งนิ่วไว้จนเกิดการติดเชื้อในคนไข้เหล่านี้ จึงเหมือนเปิดศึกสองด้านพร้อมกัน หากเป็นไปได้ศัลยแพทย์ก็ไม่อยากเจอกับภาวะอย่างนี้เลย และมักแนะนำให้ทำการรักษาก่อนที่จะเกิดอาการ

ผู้ป่วยที่จะต้องได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ กับผู้ป่วยที่มีโรคแพ้ภูมิต้านทานของตัวเอง ก็เป็นผู้ป่วยอีกสองกลุ่มที่มีปัญหาครับ เพราะผู้ป่วยจะต้องได้รับยาที่กดภูมิต้านทานของร่างกายตัวเอง อันจะทำให้การต่อต้านเชื้อโรคพลอยอ่อนแอลงไปด้วย นิ่วที่มักมีเชื้อโรคซุกซ่อนอยู่แล้วก็จะฉวยโอกาสรุกรานและก่อให้เกิดการติดเชื้อรุนแรง หากเอาไม่อยู่ ต้องลดยากดภูมิต้านทานลงเพื่อช่วยชีวิตไว้ ก็อาจทำให้อวัยวะที่ได้รับการปลูกถ่ายมีปัญหา ซึ่งอาจมากจนสูญเสียอวัยวะได้ ศัลยแพทย์และอายุรแพทย์จึงมักวางแผนร่วมกันรักษานิ่วในถุงน้ำดีเสียก่อนที่ผู้ป่วยจะรับการปลูกถ่ายอวัยวะหรือเริ่มการใช้ยากดภูมิคุ้มกัน

นอกจากกรณีเหล่านี้ แพทย์กับผู้ป่วยควรคุยกันให้เข้าใจโดยละเอียดครับ ถึงโอกาสความเป็นไปได้ต่างๆ และข้อมูลทางวิชาการ จากนั้นจึงตัดสินใจร่วมกัน ผู้ป่วยบางรายก็ตัดสินใจรับการรักษาแม้จะไม่มีปัจจัยเสี่ยงที่กล่าวมาแล้ว เนื่องจากไม่อยากรับการผ่าตัดตอนอายุมากไปกว่านี้ บางรายต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ หรือมีธุรกิจที่รัดตัว หากเจ็บป่วยมีอาการขณะติดพันงานสำคัญ หรือเกิดขณะอยู่ต่างประเทศ ก็จะมีความลำบากยุ่งยากอย่างยิ่ง

วิธีการรักษาก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องนำมาใคร่ครวญ เพราะถ้าวิธีการรักษาเป็นเรื่องง่าย ๆ ไม่อันตราย การตัดสินใจรักษาก็ง่ายขึ้น วิธีการรักษานิ่วในถุงน้ำดีมักต้องใช้การผ่าตัดเอาถุงน้ำดีออกพร้อมนิ่ว ซึ่งถ้าเป็นในอดีตก็จะผ่าตัดผ่านแผลขนาดใหญ่ใต้ชายโครงขวา ผลคือมีความเจ็บปวดมากและฟื้นตัวช้าหลังผ่าตัด ในปัจจุบันการผ่าตัดถุงน้ำดีด้วยกล้องส่องช่วยทำให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กมาก ผู้ป่วยเจ็บน้อย และฟื้นตัวได้เร็ว

ถึงตรงนี้ ผู้ที่กำลังพกนิ่วมาด้วยคงพอมองเห็นภาพคร่าว ๆ ว่านิ่วของท่านควรต้องรักษาหรือไม่อย่างไร อาจารย์ของผู้เขียนจะชอบเปรียบเทียบนิ่วในถุงน้ำดีที่ยังไม่มีอาการเหมือนระเบิดเวลา ที่เราไม่ทราบว่าจะระเบิดเมื่อไร และรุนแรงแค่ไหน ศัลยแพทย์ส่วนใหญ่จึงมักแนะนำให้ผู้ป่วยนิ่วในถุงน้ำดีที่ยังไม่มีอาการ แต่มีปัจจัยเสี่ยงจะเกิดอาการเข้ารับการรักษา และแนะนำให้ผู้ป่วยที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงได้รับทราบข้อมูลและตัดสินใจร่วมกัน

คุณสามารถอ่านข้อมูลดีๆมีประโยชน์แบบนี้ได้เพิ่มเติมที่หนังสือ "นิ่วในถุงน้ำดี" โดยรองศาสตราจารย์นายแพทย์พัฒน์พงศ์ นาวีเจริญ จากสำนักพิมพ์อมรินทร์สุขภาพ เพื่อสนับสนุนผู้แต่ง 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่