การคุมกำเนิด

บริการคุมกำเนิดฟรีแบบห่วงอนามัย และแบบยาฝังคุมกำเนิดที่รัฐให้วัยรุ่นฟรี

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
บริการคุมกำเนิดฟรีแบบห่วงอนามัย และแบบยาฝังคุมกำเนิดที่รัฐให้วัยรุ่นฟรี

เมื่อเร็วนี้ รัฐบาลได้มี พ.ร.บ.การการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 ออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยเรียน หรือการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์สำหรับวัยรุ่น ที่นับวันก็ยิ่งมีจำนวนมากขึ้นทุกที ซึ่งปัญหาเหล่านี้เกิดจากการที่เด็กไม่มีความรู้ทางด้านเพศศึกษา และอยู่ในวัยที่กำลังอยากรู้อยากลอง และเมื่อเกิดปัญหาขึ้นมา ก็เท่ากับหมดอนาคตสถานเดียว เพราะบางคนต้องลาออกจากโรงเรียน ยิ่งถ้าใครคิดไปทำแท้งเถื่อน ไม่ว่าจะด้วยตัวเอง หรือคลินิกที่ผิดกฎหมาย ก็มีโอกาสติดโรคร้าย ติดเชื้อ หรือถึงขั้นเสียชีวิตได้ ถึงแม้ว่าวัยรุ่นบางคนจะพยายามแก้ปัญหาด้วยการทานยาคุมแล้ว แต่ก็ยังทานไม่ถูกวิธี ก็มีโอกาสตั้งครรภ์ได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องพึ่งพาวิธีการคุมกำเนิดที่ดีและมีประสิทธิภาพ เพื่อลดปัญหานี้ให้น้อยลง

โครงการฝังยาคุมกำเนิดฟรี และการคุมกำเนิดโดยการใส่ห่วงอนามัยของรัฐบาล

สำหรับโครงการนี้ รัฐได้ให้บริการกับเด็กสาวที่มีอายุตั้งแต่ 10 - 20 ปีขึ้นไป เพราะอยู่ในช่วงวัยเจริญพันธุ์ และมีโอกาสตั้งครรภ์อย่างไม่พึงประสงค์มากที่สุด โดยสามารถขอรับบริการได้ที่โรงพยาบาลของรัฐทุกแห่งโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งมีการคุมกำเนิดให้เลือก 2 วิธี คือ การคุมกำเนิดด้วยการใส่ห่วงอนามัย และการฝังยาคุมกำเนิดใต้ท้องแขน ซึ่งมีความแตกต่างกันดังต่อไปนี้

การคุมกำเนิดด้วยห่วงอนามัย

อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูกันเท่าไรนัก กับการคุมกำเนิดด้วยวิธีนี้ แต่ก็มีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดค่อนข้างสูง โดยห่วงอนามัย เป็นเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีขนาดเล็ก สำหรับใส่เข้าไปในโพรงมดลูกของผู้หญิง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการฝังตัวของตัวอ่อนที่เกิดจากการผสมกันระหว่างไข่และอสุจิ เหมาะสำหรับการป้องกันการตั้งครรภ์ชั่วคราวตั้งแต่ 3-5 ปี แต่มีข้อควรระวัง คือเรื่องของการมีประจำเดือนที่น้อยลงกว่าเดิม หากใช้ห่วงคุมกำเนิดแบบเคลือบฮอร์โมน หรือห่วงอนามัยแบบลวดทองแดง และอาจพบปัญหาห่วงหลุดโดยที่ไม่รู้ตัวได้

ผู้ที่ควรใช้วิธีการคุมกำเนิดด้วยห่วงอนามัย

สตรีในช่วงวัยรุ่น - และจะดีมากขึ้นหากใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วย เพราะห่วงอนามัยไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ และแม้จะสามารถคุมกำเนิดได้แต่ก็ไม่ 100% เช่นกัน ดังนั้นถ้าคุมร่วมกันทั้งสองวิธีก็จะได้ประสิทธิภาพที่ดีกกว่าเดิมนั่นเอง

สตรีที่ไม่ชอบทานยาคุม หรือลืมทานยาคุมกำเนิดเป็นประจำ ซึ่งวิธีการคุมกำเนิดด้วยห่วงอนามัยจะเหมาะกับคนเหล่านี้ที่สุด

สตรีที่กลัวผลข้างเคียงจากการทานยาคุมกำเนิด โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคอ้วน เพราะการคุมกำเนิดด้วยห่วงอนามัยนั้นไม่ทำให้อ้วนนั่นเอง และมีผลข้างเคียงต่ำอีกด้วย

การฝังยาคุมกำเนิด

การฝังยาคุมกำเนิด เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ และมีขั้นตอนในการฝังที่ไม่ยุ่งยาก โดยแพทย์จะทำการฉีดยาชา แล้วใช้เครื่องมือสอดยาคุมเข้าไปในใต้ผิวหนังบริเวณต้นแขนด้านใน ซึ่งลักษณะของยาคุมที่ฝังเข้าไปนั้น จะเป็นหลอดบรรจุฮอร์โมนเล็กๆ มีความนิ่ม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-2.5 มม. และยาวเพียง 4 มม. เท่านั้น ไม่ทิ้งบาดแผลและรอยแผลเป็นไว้ เพียงแค่ใช้พลาสเตอร์ปิดแผล 2-3 วันก็หายเป็นปกติ ซึ่งในขณะนี้มีให้เลือก 2 แบบ คือการฝังเพียง 1 หลอดเพื่อคุมกำเนิด 3 ปี และฝัง 6 หลอดเพื่อคุมกำเนิด 5 ปี

ในการทำงานของยาคุมที่ฝังเข้าไปนั้น จะเกิดจากการที่ฮอร์โมนในหลอดค่อยๆ ละลายและดูดซึมเข้าไปในกระแสเลือด จึงสามารถป้องกันการตกไข่ได้ และยังช่วยให้เกิดมูกเมือกข้นเหนียวที่ปากมดลูกจนไม่สามารถทำให้อสุจิผ่านเข้าไปได้ แต่ทั้งนี้ไม่ได้มีปัญหาในเรื่องของการมีประจำเดือน และการมีเพศสัมพันธ์แต่อย่างใด ทุกอย่างยังสามารถทำได้อย่างปกติ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการฝังยาคุมก็คือ ภายหลังจากการเป็นประจำเดือน 5 วัน เพราะเมื่อฝังยาคุมครบ 24 ชั่วโมงแล้ว ก็จะสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้เลย แต่ทั้งนี้ ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะกำหนดให้วัยรุ่นหญิงที่มีอายุตั้งแต่ 10 - 20 ปีสามารถเข้ารับบริการได้ฟรี แต่ถ้าหากมีอายุต่ำกว่า 18 ปีลงไป ก็จะต้องมีผู้ปกครองเซ็นชื่อยินยอมก่อนใช้บริการ

ข้อดีในการฝังยาคุมกำเนิด

  • มีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์อันไม่พึงประสงค์สูง
  • ช่วยลดปัญหาการปวดท้องประจำเดือนได้ เหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดท้องประจำเดือนที่สุด
  • มีความสะดวก ฝังเพียงครั้งเดียวก็ป้องกันได้ระยะยาว ไม่ต้องกังวลว่าจะลืมเหมือนการกินยาคุม
  • เมื่อต้องการตั้งครรภ์ ก็สามารถถอดยาคุมออก โดยส่วนมากจะตั้งครรภ์ได้ภายใน 2-3 เดือน
  • ไม่ต้องกังวลเรื่องยาคุมหลุดเหมือนห่วงอนามัย

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการฝังยาคุมกำเนิด

  • ประจำเดือนอาจมาไม่ปกติในช่วงเดือนแรก หรืออาจพบปัญหาเลือดออกกะปริบกะปรอย
  • ฮอร์โมนอาจเปลี่ยนแปลง เช่น เป็นสิว เจ็บเต้านม น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ไม่ต่างจากการทานยาคุมกำเนิด

ทั้งสองวิธีนี้ต้องบอกเลยว่าสามารถคุมกำเนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพพอสมควร และเหมาะกับกลุ่มวัยรุ่นหรือคนที่ขี้หลงขี้ลืมเป็นที่สุด ดังนั้นสำหรับใครที่ต้องการคุมกำเนิดด้วยวิธีเหล่านี้ ก็อย่ารอช้ารีบไปใช้สิทธิ์คุมกำเนิดฟรีจากรัฐโดยด่วน แล้วคุณจะหมดกังวลเรื่องการตั้งครรภ์ไปได้เลย แถมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการคุมกำเนิดใดๆ ทั้งสิ้น คุ้มค่าแบบนี้ห้ามพลาดเด็ดขาด

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่