ความรู้สุขภาพ

สุขภาพเท้า ส่วนสำคัญที่เราไม่ควรละเลย

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 2, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
Istock 476866044

“เท้า” เป็นส่วนประกอบหนึ่งของร่างกายที่คนเราต้องใช้ทุกวัน จริงหรือไม่? เพราะไม่ว่าคุณจะตื่นนอน อาบน้ำแต่งตัว กินข้าว ไปโรงเรียน มหาวิทยาลัย ที่ทำงาน หรือจะเคลื่อนย้ายตัวไปยังสถานที่ใด ๆ ก็ตาม คุณก็คงต้องใช้เจ้าเท้าสองข้างนี้ทั้งสิ้น ดังนั้น หากเท้าของคุณเกิดอาการเจ็บ หรือมีอาการแปลก ๆ ไม่ค่อยสู้ดีนัก คุณควรรีบใส่ใจอย่างเร่งด่วนเชียวล่ะ

            โดยปกติแล้ว เมื่อคนเราปวดหัว เราจะวิตกกังวลจนถึงขั้นต้องหายามารับประทานหรือบ้างก็ต้องวิ่งแจ้นไปหาแพทย์ที่โรงพยาบาลหรือคลินิกใกล้บ้าน แต่ทว่า เมื่อเกิดอาการเจ็บปวดขึ้นกับเท้าของคุณ ๆ ทั้งหลาย คุณกลับเพิกเฉยเสียอย่างนั้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญมักกล่าวเตือนกันว่า สุขภาพเท้าเป็นสุขภาพที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ เนื่องจากสุขภาพเท้าสามารถบ่งบอกและส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมของทุกคนได้ ซึ่งถึงแม้ว่ามันจะไกลจากหัวใจมากแค่ไหนก็ตาม อาการที่แสดงก็มีนัยยะสำคัญแอบแฝงอยู่ อาการที่เกิดขึ้นกับเท้าของเรานั้น อาจมีสาเหตุมากมายหลากหลาย และคุณไม่ควรที่จะละเลยอาการเหล่านั้นหรือมัวแต่คิดว่ามันเป็นเรื่องปกติธรรมดาในชีวิตประจำวัน ดังนั้นแล้ว เรามาทำความรู้จัก “เท้าทั้งสอง” ของเราให้มากขึ้นกันหน่อยดีกว่า

1. อวัยวะนั้นซับซ้อนและสำคัญไฉน?

            องค์กรผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของสหรัฐอเมริกากล่าวว่า กระดูกเท้าของคนเรามีกลไกอันน่าอัศจรรย์ที่ทำงานควบคู่กันไปของกระดูกกว่า 50 ชิ้น ซึ่งเป็นกระดูกจำนวน 1 ใน 4 ของกระดูกทั้งหมดของร่างกาย และในนั้นมีข้อต่อกว่า 60 ข้อ และมีกล้ามเนื้อและเอ็นยึดข้อกว่า 200 มัด ที่ยึดโยงกระดูกเหล่านี้เข้าไว้ด้วยกันเพื่อให้เท้าสามารถเคลื่อนไหวไปได้ ฉะนั้นแล้ว คงไม่น่าแปลกใจเท่าใดนักหากปัญหามากมายจะเกิดขึ้นกับเท้าของคุณ เนื่องจากคุณต้องทิ้งน้ำหนักทั้งตัวลงไปที่นิ้วเท้า จากที่เห็น มีงานจำนวนมากที่ต้องอาศัยการยืนและลงน้ำหนักบนเท้าเป็นเวลานานหลายชั่วโมง รวมไปจนถึงการออกกำลังกายบางประเภท เช่น การวิ่ง ซึ่งต่างส่งผลถึงเท้าโดยตรงเช่นกัน นอกจากนี้  โดยเฉพาะผู้หญิงที่ใส่รองเท้าแบบไม่มีเสริมส้นหรือรองรับส้นเท้าที่สบายเพียงพอ เรียกง่าย ๆ ว่าเน้นความสวยความงามเป็นสำคัญ แต่ไม่เน้นความใส่สบาย ดังเช่น รองเท้าแตะหรือส้นสูงที่มีขนาดเล็กกว่าปกติ

2. โรคที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ

            ปัญหาเท้าที่เกิดขึ้นนั้น อาจมาจากหัวใจซึ่งเป็นส่วนที่ไกลจากเท้ามากที่สุดก็เป็นได้ อาทิ โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ ซึ่งเป็นโรคที่ทำให้ปริมาณการไหลเวียนของเลือดไหลเข้าสู่หลอดเลือดหัวใจน้อยลง โรคดังกล่าว เกิดขึ้นจากการที่มีไขมันไปอุดตันอยู่ที่หลอดเลือด อาจทำให้เท้าและขาช่วงล่างได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ หรืออีกโรคหนึ่ง คือ โรคเบาหวาน พบในคนอเมริกันกว่า 24 ล้านคน โรคดังกล่าวทำให้เลือดที่ไปเลี้ยงที่เท้ามีปริมาณลดลง อีกทั้งยังมีโรคอื่น ๆ ที่อาจส่งผลต่อผิวกระดูกเท้าและเนื้อเยื่อเท้า อย่างเท้าของนักกีฬา มีโรคดังเช่น นิ้วหัวแม้เท้าเอียง คือ ภาวะที่นิ้วเท้าอยู่ผิดรูปผิดร่าง หรืออาจเกิดเนื้องอกของเส้นประสาทที่ทำให้เกิดอาการเจ็บ

3. สังเกตสัญญาณจากร่างกายเอาไว้ให้ดี

            คุณ ๆ ทั้งหลายไม่ควรมองข้ามปัญหาหรืออาการที่เกิดขึ้นกับเท้า หรือมัวอดทนกับความเจ็บปวด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญกล่าวเตือนว่า เพียงแค่คุณรู้สึกเดินลำบากนั่นก็เป็นสัญญาณที่ไม่ค่อยดีเท่าใดแล้วล่ะ คุณจะเคลื่อนไหวร่างกายได้ลำบากและนั่นจะทำให้ชีวิตของคุณย่ำแย่ขึ้นไปอีก โรคหลาย ๆ โรค อย่างเช่นโรคหัวใจและมะเร็งก็อาจเกี่ยวข้องกับอาการต่าง ๆ นั้น หากคุณมีอาการเจ็บปวดที่เท้า คุณจะไม่สามารถออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวได้ดั่งที่ใจต้องการ เมื่อมีอาการ คุณก็ควรจะรีบพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่