การกินเพื่อสุขภาพ

อาหารบำบัดโรค

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
อาหารบำบัดโรค

นิยามและความสำคัญของอาหารบำบัดโรค

แม้ว่าการกินอาหารตามปกติเป็นสิ่งที่เหมาะสมและจำเป็นมากที่สุด แต่ในคนบางกลุ่มหรือผู้ป่วยบางรายที่ไม่สามามารถรับอาหารได้อย่างเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เนื่องจากความเจ็บป่วยด้วยโรคเฉียบพลันหรือโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคไต โรคที่เกิดจากโรคมะเร็งหรือผลจากการรักษาโรคมะเร็ง เป็นต้น ซึ่งการเจ็บป่วยดังกล่าวมักมีผลกระทบต่อการใช้สารอาหารต่างๆ ในร่างกาย ไม่ว่าการกินอาหาร การย่อย การดูดซึม และการนำสารอาหารไปใช้ในร่างกายจะไม่เป็นไปตามปกติ จึงจำเป็นต้องได้รับอาหารที่มีการดัดแปลงจากอาหารปกติให้เหมาะสมกับโรคที่เป็นอยู่อย่างถูกต้อง และเหมาะสม

1. ความหมายของอาหารบำบัดโรค

2. หลักสำคัญของอาหารบำบัดโรค

โภชนบำบัด หรืออาหารบำบัดโรค เป็นอาหารปกติที่ดัดแปลงให้เหมาะสมกับกลุ่มบุคคลเฉพาะ เพื่อให้ร่างกายได้รับอาหารหรือสารอาหารเหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย ช่วยป้องกันและรักษาโรคที่เป็นอยู่ใต้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติ ซึ่งได้มีผู้ให้ความหมายที่เกี่ยวข้องกับโภชนบำบัดไว้หลายความหมายด้วยกัน คือ

โภชนบำบัด หรืออาหารบำบัดโรค (Diet therapy) หมายถึง การใช้อาหารช่วยในการรักษาโรคโดยการดัดแปลงอาหารธรรมดาให้เป็นอาหารที่เหมาะสมกับโรคที่เป็นอยู่ และจัดให้ถูกหลักโภชนาการ โดยมีจุดมุ่งหมายที่สำคัญ คือ ช่วยรักษาหรือบรรเทาอาการของโรค รวมทั้งป้องกันการเกิดอาการทุพโภชนาการที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างที่ได้รับการรักษาโรค (ชุติกาญจน์, 2553)

โภชนบำบัด (Diet therapy) หมายถึง การใช้อาหารและโภชนาการมาช่วยในการรักษาโรคหรือความผิดปกติของร่างกาย ช่วยให้ผู้ป่วยหายจากการเจ็บไข้เร็วขึ้น มีระยะพักฟื้นสั้นลงและร่างกายกลับคืนสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว (กมล และคณะ, 2552)

โภชนบำบัด (Diet therapy) หมายถึง การดัดแปลงอาหาร เพื่อให้อาหารมีคุณลักษณะเฉพาะตามต้องการ เช่น อาหารที่มีน้ำตาลต่ำ อาหารที่มีเกลือต่ำ หรืออาหารที่มีน้ำมันหรือไขมันต่ำ เป็นต้น (นิธิยา และวิบูลย์, 2551)

อาหารบำบัดโรค (Therapeutic diet : modification) หมายถึง อาหารที่ได้ทำการดัดแปลงจากอาหารปกติเพื่อใช้ในการบำบัดโรคให้แก่ผู้ป่วย โดยดัดแปลงอาหารให้เหมาะสมกับโรคของผู้ป่วยแต่ละโรคถูกต้องตามหลักโภชนาการและโภชนบำบัด

นักกำหนดอาหาร (Dietitian) หมายถึง บุคลากรทางการแพทย์ที่มีความรู้เฉพาะทางด้านอาหาร โดยเฉพาะอาหารบำบัดโรคที่เรียกว่า โภชนบำบัด ในโรงพยาบาลต่างๆ จะมีนักกำหนดอาหารประจำอยู่เสมอ เพื่อช่วยให้การดูแลรักษาผู้ป่วยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

จึงอาจกล่าวได้ว่า อาหารบำบัดโรค คือ อาหารที่ดัดแปลงจากอาหารธรรมดาให้เหมาะสมกับโรคที่เป็นอยู่โดยจัดให้ถูกหลักโภชนาการ ส่งผลให้เมื่อผู้ป่วยกินแล้วจะช่วยรักษาโรคให้หายหรือบรรเทาอาการของโรคที่เป็นอยู่ เพื่อให้ได้ผลดังกล่าวผู้ป่วยต้องกินอาหารที่จัดให้ได้ด้วย ฉะนั้นอาหารบำบัดจึงมิใช่อาหารที่จัดอย่างถูกต้องเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นอาหารที่ผู้ป่วยกินได้ด้วยจึงจะเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง

อาหารเป็นสิ่งที่จำเป็นแม้ในเวลาปกติและโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาเจ็บป่วย โดยส่วนใหญ่การรับประทานอาหารนอกเหนือจากเพื่อให้อิ่มแล้วยังหวังผลในการป้องกัน และส่งเสริมสุขภาพซึ่งเป็นหลักที่มีมานานแล้ว จากคำกล่าวของ Hippocrates บิดาแห่งการแพทย์ ที่ว่า “Let food be your medicine, and medicine be your food” หรือจงใช้อาหารเป็นยาในการรักษาโรคและให้ยาที่กินเป็นอาหาร จากหลักการดังกล่าว อาหารนอกจากจะมีคุณค่าทางโภชนาการตามความต้องการในชีวิตประจำวันแล้ว อาหารยังให้สารที่มีสมบัติป้องกันโรคบางอย่างอีกด้วย ดังนั้นอาหารจึงมีส่วนช่วยทำให้อาการของโรคทุเลาลง หรืออาจทวีความรุนแรงขึ้นได้ โรคบางโรคสามารถควบคุมอาหารเพียงอย่างเดียวก็สามารถช่วยให้อาการดีขึ้น หรือทำให้การรักษามีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นได้

2.1  บทบาทสำคัญของอาหารบำบัดโรค

อาหารที่มีการดัดแปลงให้เหมาะสมกับสภาวะของโรคที่เป็นอยู่ เพื่อใช้ในการรักษาทุเลาอาการ หรือป้องกันสภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้น จึงเรียกว่า อาหารบำบัดโรคหรืออาหารเฉพาะโรค ซึ่งอาหารดังกล่าวมีบทบาทในการรักษาโรค ดังนี้

  • ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับอาหารที่ถูกต้องเหมาะสมกับภาวะของโรคที่เป็นอยู่
  • ส่งเสริมการรักษาของแพทย์ให้ได้ผลดียิ่งขึ้น
  • บรรเทาอาการที่เป็นอยู่ให้ลดความรุนแรงลง
  • แก้ภาวะขาดสารอาหารที่อาจเป็นอยู่ก่อนในตัวผู้ป่วย
  • ให้ร่างกายหรืออวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งได้พักหรือลดการปฏิบัติงาน เช่น การให้อาหารอ่อนเพื่อช่วยมิให้กระเพาะอาหารและลำไส้ต้องทำงานหนักในการย่อยอาหาร เป็นต้น
  • รักษาภาวะโภชนาการของร่างกายผู้ป่วยให้ดำรงเหมือนปกติเท่าที่จะทำได้

2.2  สิ่งที่ควรให้ความสำคัญในการจัดอาหารบำบัดโรค

การจัดอาหารสำหรับผู้ป่วย เพื่อให้อาหารมีสารอาหารเพียงพอแก่ความต้องการของผู้ป่วยและยังเป็นอาหารที่มีลักษณะเพื่อแก้ปัญหาตามอาการของโรคได้ สิ่งที่ควรให้ความสำคัญในการจัดอาหาร คือ

  • ภาวะโภชนาการของผู้ป่วยก่อนเป็นโรค ผู้ป่วยที่มารับการรักษามีภาวะโภชนาการไม่เหมือนกันทุกคน บางคนมีภาวะโภชนาการที่ไม่ดีนักหรือไม่ดีมากๆ ซึ่งโภชนาการที่ไม่ดีนั้นอาจเป็นนานแล้ว หรืออาจเริ่มเป็นเมื่อไม่สบาย เพราะผู้ป่วยไม่มารับการรักษาทันทีปล่อยไว้จนเป็นมากถึงมารับการรักษา ดังนั้นถ้าเป็นผู้ไม่เข้าใจเรื่องโภชนาการ เมื่อมีภาวะเจ็บป่วยจะทำให้ภาวะโภชนาการไม่ดีได้ ภาวะโภชนาการมีส่วนอย่างมากที่ทำให้มนุษย์เจ็บไข้ได้ป่วยง่ายหรือยาก หรือเจ็บไข้อย่างรุนแรงหรือไม่รุนแรง ถ้าภาวะโภชนาการดีจะสามารถ  ต่อต้านการติดเชื้อได้หรือถ้าติดเชื้ออาการจะไม่รุนแรง แต่หากภาวะโภชนาการไม่ดีย่อมติดเชื้อและเป็นโรคได้ง่าย ถ้าผู้ป่วยมีภาวะโภชนาการไม่ดีจำเป็นต้องให้อาหารที่ช่วยเพิ่มพูนโภชานาการอย่างรีบด่วน เพื่อป้องกันมิให้อาการของโรคกำเริบและทรุดหนัก ดังนั้น ภาวะโภชนาการของผู้ป่วยก่อนได้รับการรักษา จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการนำมาพิจารณาเพื่อกำหนดและจัดอาหารให้เหมาะสม
  • ภาวะโภชนาการของผู้ป่วยขณะกำลังไม่สบายหรือนอนป่วยอยู่ สิ่งที่ต้องระวังอย่างมากขณะที่ผู้ป่วยมีอาการป่วยอยู่ คือ ระวังไม่ให้ผู้ป่วยกลายเป็นผู้มีภาวะทุพโภชนาการเพราะเป็นไปได้ที่ผู้ป่วยมีภาวะโภชนาการดีก่อนไม่สบาย แต่เมื่อป่วยภาวะโภชนาการกลับไม่ดีจากโรคที่เป็นอยู่ หรืออาการป่วยอาจทำให้สูญเสียสารอาหารบางอย่างจากร่างกายด้วยโรคที่เป็นอยู่ หรืออาจเกิดจากการนอนเป็นระยะเวลานานๆ โดยไม่ได้ออกกำลัง บางคนอาจสูญเสียสารอาหารอย่างมาก บางคนสูญเสียสารอาหารไม่มาก บางคนสูญเสียเร็ว บางคนสูญเสียช้าๆ ไม่ว่าจะสูญเสียในปริมาณมากหรือน้อย เร็วหรือช้าย่อมมีผลต่อภาวะโภชนาการของผู้ป่วยและต่อการรักษา ขณะเดียวกันอาจมีสาเหตุบางประการที่ทำให้ผู้ป่วยไม่ยอมกินอาหาร หากปล่อยให้ภาวะโภชนาการของผู้ป่วยที่เคยดีกลับไม่ดี หรือไม่ดีนักกลับทรุดกว่าเดิม ส่งผลให้การรักษาโรคไม่ได้ผลดีและไม่เร็วเท่าที่ควร หรือประสิทธิภาพการรักษาอาจลดลง เป็นเหตุให้ผู้ป่วยฟื้นจากโรคได้ช้า ดังนั้นจึงจำเป็นที่ผู้กำหนดอาหารควรตระหนักถึงความเป็นไปได้ในข้อนี้ และจัดอาหารให้ผู้ป่วยได้รับอาหารเสริมจากสารอาหารที่ผู้ป่วยขาด เพื่อให้คงภาวะโภชนาการที่ดีของผู้ป่วย
  • ระยะเวลาที่ผู้ป่วยไม่สบายด้วยโรคที่เป็นอยู่ จุดประสงค์และความต้องการในการรักษาผู้ป่วยของแพทย์และพยาบาล ตลอดจนนักโภชนาการซึ่งเป็นผู้มีส่วนร่วมในการรักษาผู้ป่วย คือ ต้องการให้ผู้ป่วยหายจากโรคโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่มีผู้ป่วยหลายคนต้องได้รับการรักษาอยู่นานหรือตลอดชีวิต ไม่แต่ในด้านยาเท่านั้นแต่ในด้านของอาหารด้วย เช่น โรคเบาหวาน เมื่อเป็นดังนั้นผู้ป่วยอาจรู้สึกท้อใจหรือหงุดหงิดใจง่าย ทำให้มีผลต่อการกินอาหารด้วย แต่เนื่องจากผู้ป่วยต้องได้รับอาหารเพื่อช่วยให้หายจากโรคหรือช่วยให้อาการบรรเทา ดังนั้นผู้จัดอาหารจึงต้องเข้าใจปัญหานี้และหาวิธีการที่จะช่วยกระตุ้นความรู้สึกอยากกินของผู้ป่วยอยู่เสมอ โดยต้องไม่ลืมด้วยว่าอาหารนั้นต้องมุ่งให้โภชนาการที่ดีแก่ผู้ป่วย และช่วยให้โรคที่เป็นอยู่หายหรืออาการบรรเทาลง (รัศมี, 2549)

จึงอาจสรุปได้ว่าอาหารบำบัดโรคจะได้ผลตามจุดมุ่งหมายได้ต่อเมื่อ อาหารนั้นมีสารอาหารทุกอย่างครบในจำนวนเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายผู้ป่วย ตลอดจนจัดได้ถูกต้องตามโรคที่เป็นอยู่ และเป็นอาหารที่ผู้ป่วยสามารถบริโภคได้

 ขอบคุณข้อมูลดีๆจากหนังสือ "พื้นฐานโภชนบำบัด" โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อัจฉรา ดลวิทยาคุณ จากสำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่