โภชนาการ

อาหารฟังก์ชัน…อาหารป้องกันโรค

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 7 นาที
Istock 855098134 %281%29

ฮิปโปคราตีส บิดาแห่งการแพทย์ของชาวกรีก ได้ให้แนวทางที่ใช้ในการดูแลสุขภาพไว้ว่า “Let food be thy medicine, and thy medicine be thy food”  มีความหมายว่า “จงใช้อาหารเป็นยารักษาโรค”  ซึ่งได้กลายเป็นปรัชญาในการใช้อาหารบำบัดโรคในยุคต่อๆมา และได้รับความนิยมมากขึ้นจนถึงปัจจุบัน

เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มตื่นตัวดูแลสุขภาพ วงการโภชนศาสตร์ให้ความสนใจศึกษาถึงองค์ประกอบของอาหารและปริมาณของสารออกฤทธิ์ในการใช้ป้องกันโรคที่เกิดจากการขาดสารอาหาร มาเป็นการใช้สารอาหารเพื่อช่วยให้มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แม้ว่าจะมีการบริโภคอาหารบางชนิดเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพมาเป็นเวลานานแล้วก็ตาม

อาหารฟังก์ชัน (Functional Food)

อาหารฟังก์ชัน คือ อาหารหรือองค์ประกอบของอาหารที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ นอกเหนือจากที่ได้จากโภชนาการพื้นฐานที่บริโภคกันอยู่ประจำ อาหารฟังก์ชันจึงทำหน้าที่มากกว่าที่บริโภคกันตามปกติในชีวิตประจำวัน มีบทบาทในการลดความเสี่ยงของโรคและช่วยให้มีสุขภาพดี  อาหารฟังก์ชันเกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น โดยรัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัติในการผลิตและกำหนดให้เป็นอาหารที่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะสำหรับสุขภาพ (Foods for Specified Health Use: FOSHU)

องค์ประกอบหลักในอาหารที่เราบริโภคกันแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นสารอาหาร (Nutrients) และส่วนที่ไม่ใช้สารอาหาร (Non-nutrients) สารอาหารหมายถึงโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน และเกลือแร่ ส่วนที่ไม่ใช้สารอาหารหมายถึงสารประกอบทางเคมีที่เกิดขึ้นในธรรมชาติและมีฤทธิ์ต่อสรีรวิทยา ให้ผลในการผลหรือป้องกันโรค เช่น ผลไม้เบอร์รี่มีสารฟลาโวนอยด์ บิลเบอร์รี่หรือบลูเบอร์รี่มีสารโปรแอนโทไซยานิน ชามีสารคาเทซิน พรุ่นมีสารต้านอนุมูลอิสระและใยอาหารสูงมาก แครอตมีสารแคโรทีนอยด์ โดยเฉพาะเบต้าแคโรทีน มะเขือเทศมีสารไลโคปีน

องค์ประกอบหลักทั้งสองส่วนในอาหารมีความสัมพันธ์ต่อการป้องกันหรือช่วยส่งเสริมการรักษาโรคเรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และภาวะกระดูกพรุน เป็นต้น ดังนั้นอาหารฟังก์ชันจึงให้ประโยชน์เพิ่มเติมจากสารอาหารที่เราบริโภคกัน จากการสำรวจพบว่า ผู้บริโภคพอใจที่จะใช้คำว่าอาหารฟังก์ชันแทนคำว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารซึ่งเรียกกันในชื่อต่างๆ เช่น โภชนโอสถ อาหารทางการแพทย์ เป็นต้น

สมาคมนักกำหนดอาหารแห่งสหรัฐอเมริกา (American Dietetic Association ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Academy of Nutrition and Dietetics) ได้พิจารณาให้อาหารฟังก์ชันเป็น “อาหารที่คงไว้ซึ่งส่วนประกอบเดิมตามธรรมชาติ หรืออาหารที่มีการแต่งเติมสารอาหารให้มีปริมาณมากขึ้น เพื่อให้ผลต่อการส่งเสริมสุขภาพ เมื่อบริโภคเป็นส่วนหนึ่งของอาหารในชีวิตประจำวัน และบริโภคในปริมาณที่เพียงพอต่อสุขภาพ”

ปัจจุบันความก้าวหน้าทางด้านพันธุวิศวกรรม (Genetic Engineering) ที่มนุษย์นำเอาความรู้ไปใช้ในด้านเกษตรกรรมทำให้เกิดผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ๆ ที่มีองค์ประกอบของสารที่ร่างกายต้องการ เพื่อส่งเสริมสุขภาพให้มากขึ้น กอปรกับความสนใจต่ออาหารฟังก์ชันให้เกิดขึ้นมากมายในท้องตลาด จากข้อมูลการวิจัยที่ขัดแย้งกัน จากสรรพคุณอ้าง (Claims) ในสื่อโฆษณา บุคลากรทางการแพทย์จึงตกอยู่ในฐานะที่จะต้องตีความข้อมูลการวิจัยและให้ความรู้ที่แท้จริงกับผู้บริโภค ทั้งเรื่องชนิดและปริมาณของหารฟังก์ชันที่อาจจะให้เป็นประโยชน์เฉพาะทาง และข้อแนะนำการใช้อาหารฟังก์ชันอย่างเหมาะสมสำหรับบริโภคเพื่อป้องกันโรค

จากผลการสำรวจพบว่า มีเหตุผล 10 ประการที่ทำให้ผู้บริโภคนิยมอาหารฟังก์ชัน

  1. ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
  2. ลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง
  3. ควบคุมน้ำหนัก/ลดน้ำหนัก
  4. ส่งเสริมให้มีสุขภาพดี
  5. เพิ่มความจำ
  6. ลดความเสี่ยงโรคต่างๆ
  7. ลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุน
  8. เสริมสร้างสุขภาพสมอง
  9. เสริมสร้างความตื่นตัวของร่างกาย
  10. เสริมสร้างสุขภาพของทารกในครรภ์

ประโยชน์จากการบริโภคอาหารฟังก์ชัน

ข้อมูลจากการวิจัยทางโภชนการได้แสดงให้เห็นว่า การบริโภคอาหารฟังก์ชันอย่างสม่ำเสมอช่วยส่งเสริมสุขภาพและลดความเสี่ยงจากโรคเรื้อรังต่างๆ ได้ ทั้งนี้เพราะอาหารฟังก์ชันมีองค์ประกอบของสารธรรมชาติที่แตกต่างกันไป และมีฤทธิ์ส่งเสริมการทำงานของร่างกายในการป้องกันโรค ทำให้ผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสนใจกับองค์ประกอบเฉพาะในอาหารและตื่นตัวกับการบริโภคอาหารธรรมชาติ (Whole Food) ที่มีองค์ประกอบดั้งเดิมในการดูแลสุขภาพ เช่น ข้อมูลจากการวิจัยที่พบว่าแคลเซียมให้ประโยชน์ต่อการควบคุมน้ำหนักตัว โดยผลนี้จะเพิ่มมากขึ้นเมื่อได้รับแคลเซียมจากอาหารธรรมชาติ

วิธีเพิ่มการบริโภคอาหารฟังก์ชันในชีวิตประจำวัน

วิธีที่ดีที่สุดในการบริโภคอาหารฟังก์ชันคือ การบริโภคอาหารอย่างสมดุลด้วยอาหารหลัก 5 หมู่ โดยเจาะจงเลือกอาหารที่มีองค์ประกอบที่จะช่วยให้มีสุขภาพดี นอกจากนี้ควรให้ความสนใจกับการอ่านข้อมูลโภชนาการและคำกล่าวอ้างสรรพคุณของผลิตภัณฑ์อาหารที่ซื้อ และติดตามข้อมูลข่าวสารการวิจัยเกี่ยวกับอาหารและสุขภาพเสมอๆ รวมทั้งปรึกษาแพทย์และนักกำหนดอาหารหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพและอาหาร

สื่อและข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์อาหารฟังก์ชันเชื่อได้มากน้อยเพียงใด

การใช้อาหารฟังก์ชันควรพิจารณาถึงความปลอดภัยประกอบกันไปด้วย โดยดูจากระดับปริมาณที่เหมาะสมของสารอาหารและองค์ประกอบที่มีผลต่อสุขภาพในอาหารฟังก์ชันนั้นๆ

สิ่งสำคัญต้องได้รับการยืนยันถึงคุณประโยชน์ด้วยวิธีการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการทดลองทางคลินิก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเป็นที่ยอมรับ ข้อมูลอาหารฟังก์ชันขึ้นกับแหล่งข้อมูลที่ออกมา แต่ควรระวังรายงานข้อมูลจากงานวิจัยเพียงเรื่องเดียวที่นำมาอ้างและไม่ควรยึดติดกับข้อมูลเพียงรายงานเดียวในการเปลี่ยนแปลงการบริโภคที่ดีอยู่แล้ว หากข้อมูลมาจากการสรุปผลงานวิจัยหลายเรื่อง และงานวิจัยนั้นต้องทดลองกับคนเป็นจำนวนยิ่งมากยิ่งดี ไม่ใช่งานวิจัยจากการทดลองในสัตว์หรือจากการเพาะเชื้อ ก็จะมีน้ำหนักมากขึ้นหากได้รับข้อมูลจากโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ และอินเทอร์เน็ต ก็ต้องมั่นใจได้ว่ามาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ไม่ใช่ข้อมูลเพื่อการโฆษณา

แหล่งอาหารฟังก์ชัน

อาหารฟังก์ชันหากินได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน เพราะอาหารธรรมชาติก็มีคุณสมบัติเป็นอาหารฟังก์ชันอยู่แล้ว แต่การที่จะได้ประโยชน์จากอาหารฟังก์ชันมากน้อยแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับปริมาณซึ่งเหมาะสมหรือเพียงพอที่จะให้ฤทธิ์ในการป้องกัน

ตัวอย่างอาหารฟังก์ชันที่บริโภคกัน เช่น ในถั่วเหลืองจะมีสารไอโซฟลาโวนส์ช่วยป้องกันมะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมลูกหมาก ช่วยป้องกันภาวะกระดูกพรุน ช่วยลดคอเลสเตอรอล หรือในมะเขือเทศมีสารไลโคปีนที่เป็นสารแคโรทีนอยด์ตัวหนึ่ง ทำหน้าที่ลดอนุมูลอิสระให้ผลในการป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก หรือซุปไก่ของชาวจีนที่ถูกแปรรูปเป็นซุปไก่สกัด จะให้โปรตีนในรูปของเพปไทด์ที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว

คนจีนใช้อาหารฟังก์ชันกันมานานแล้ว โดยผูกกับความเชื่อของการแพทย์โบราณว่า ซุปไก่ตุ๋นช่วยบำรุงร่างกาย ช่วยให้กระปรี้กระเปร่า คนจีนจึงตุ๋นซุปไก่เพื่อบำรุงสุขภาพ รวมถึงผู้ป่วย คนท้อง คนที่เตรียมตัวสอบจอหงวน ซึ่งปัจจุบันมีผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่า ซุปไก่ช่วยบำรุงสุขภาพ เสริมสมาธิ และคลายความเครียดได้

ตัวอย่าง ประโยชน์ของอาหารฟังก์ชันละสารออกฤทธิ์ต่อร่างกาย

อาหาร

ประโยชน์ต่อสุขภาพ

สารออกฤทธิ์

ถั่วอัลมอนด์

  • ลดระดับแอลดีแอลและคอเลสเตอรอล
  • ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

กรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว โปรตีน ใยอาหาร วิตามินอี แมกนีเซียม

บลูเบอร์รี่

  • ลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง
  • ช่วยให้สุขภาพตาดีขึ้น
  • ช่วยป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ

สารต้านอนุมูลอิสระ เช่น สารโปรแอนโทไซยานิน ใยอาหาร

บรอกโคลี

  • ลดระดับแอลดีแอล คอเลสเตอรอล
  • ลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง
  • ป้องกันระบบภูมิคุ้มกัน

วิตามินเอ เค ซี และอี เบต้าแคโรทีน โพแทสเซียม โฟเลต ใยอาหารซัลโฟราเฟน กลูโคซิโนเลตส์

ชีสหรือเนยแข็ง

  • ลดความเสี่ยงโรคมะเร็งบางชนิด
  • ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
  • ช่วยป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ หรือป้องกันการหวนกลับของโรค
  • ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

แคลเซียม วิตามินเอและดี โปรตีน ไรโบฟลาวิน ฟอสฟอรัส กรดคอนจูเกตเตดไลโนเลอิป(ซีแอลเอ)

ดาร์กช็อคโกแลต

สารฟลาโวนอยด์ โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก กรดไขมันไม่อิ่มตัว ตำแหน่งเดียว และกรดสเตียริก

แคนเบอร์รี่

ฟรักโทสและสารโปรแอนโทไซยานิน

เมล็กแฟลกซ์

  • ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
  • ลดความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง
  • ลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุน
  • อาจลดระดับแอลดีแอลและคอเลสเตอรอบรวม

กรดโอเมก้า-3 วิตามินอี เบต้าแคโรทีน แมกนีเซียม โพแทสเซียม  ลิกแนน

กระเทียม

  • ลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง
  • ลดระดับคอเลสเตอรอลรวม
  • ลดความดันโลหิตสูง
  • ป้องกันหวัด

สารต้านอนุมูลอิสระ โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส

องุ่นและน้ำองุ่น(สีแดง/ม่วง)

  • ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
  • ยับยั้งการเจริญของเซลล์เนื้องอก
  • ป้องกันเซลล์ถูกทำลาย

สารพฤกษเคมี พอลีฟีนอล วิตามินซี

นม

  • ลดความเสี่ยงกระดูกพรุน
  • ลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่
  • ลดความดันโลหิต

แคลเซียม วิตามินเอและดี

โปรตีน ไรโบฟลาวิน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม

ข้าวโอ๊ต

  • ลดระดับแอลดีแอล และคอเลสเตอรอลรวม
  • ช่วยการทำงานของสมองและตา
  • ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

เบต้าคลูแคน(ใยอาหารละลายน้ำ) โปรตีน วิตามินบี

ปลาแซลมอน

กรดโอเมก้า-3 โปรตีน วิตามินดีและอี ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม

ถั่วเหลือง

  • ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
  • ลดความเสี่ยงโรคมะเร็งบางชนิดในบางคน
  • ลดระดับแอลดีแอล คอเลสเตอรอล
  • ช่วยลดอาการในวัยหมดประจำเดือน
  • ลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง
  • เพิ่มความแข็งแรงให้กับระบบภูมิคุ้มกัน
  • เพิ่มสมรรถภาพการออกกำลำกาย
  • เพิ่มมวลกล้ามเนื้อในการออกกำลังกายชนิดแรงต้าน
  • เพิ่มระบบเผาผลาญ
  • กระตุ้นการสร้างเลือด
  • ลดความดัน ลดความเครียดและสมองอ่อนล้า
  • ชาดำลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ลดความเสี่ยงโรคมะเร็งบางชนิด
  • ชาเขียวลดความเสี่ยงโรคหัวใจเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน
  • ลดความเสี่ยงโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
  • ลดความเสี่ยงหัวใจวาย
  • ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
  • ลดความเสี่ยงโรคมะเร็งบางชนิด
  • ลดระดับแอลดีแอลคอเลสเตอรอล
  • เพิ่มระดับเอชดีแอลคอเลสเตอรอล
  • แบคทีเรียบางสายพันธุ์อาจช่วยให้ระบบลำไส้แข็งแรงขึ้น
  • ลดความเสี่ยงโรคมะเร็งบางชนิด
  • ลดระดับคอเลสเตอรอลในคนบางกลุ่ม

สารไอโซฟลาโวนส์ กรดโอเมก้า-3 โปรตีน วิตามินดีและอี ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม

โปรตีนเวย์

(Whey Protein)

แล็กโตเฟอร์ริน (Lactoferrin) แล็กโตเปอร์ออกซิเดส (Lactoperoxidase) แอลฟาแล็กทัลบูมิน (Alpha-lactalbumin) สฟิงโกไมเอลิน (Sphingomyelin) แคลเซียม

ซุปไก่สกัด

เสริมสมาธิความจำ สารต้านอนุมูลอิสระ คาร์โนซีน (Carnosine) ไดเพปไทด์ต่างๆ ปริมาณแนะนำคือวันละ 42-140 มิลลิลิตร

ชา

วิตามินซี แทนนิน คาเทซิน ฟลาโวนอยด์ ทีฟลาวิน โมโนแกลเลต (ทีเอฟ-2) [Theaflavin Monogallate (TF-2)]

มะเขือเทศ

ไลโคปีน (สารต้านอนุมูลอิสระ)

วิตามินเอและซี เบต้าแคโรทีน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม

ไวน์แดง

ฟลาโวนอยด์ ฟีนอล(สารต้านอนุมูลอิสระ) เรสเวอราทรอล (Resveratrol)

 

โยเกิร์ต

ผลิตภัณฑ์นมที่เติมเชื้อจุลินทรีย์

แคลเซียม วิตามินเอและดี โปรตีน ไบโบฟลาวิน ฟอสฟอรัส พาไบโอติกส์

จะเห็นได้ว่า อาหารฟังก์ชันอาจจะอยู่ในรูปธรรมชาติหรือมีการแปรรูป เพื่อให้สะดวกต่อการบริโภคในยุคไฮเทคที่ต้องแข่งขันกับเวลา และเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคนในยุคนี้ ขณะเดียวกันองค์ประกอบในอาหารจะทำหน้าที่พิเศษที่มีผลต่อสุขภาพของผู้บริโภคนอกเหนือจากคุณค่าทางโภชนาการตามปกติ โดยส่งผลต่อการป้องกันโรคและการส่งเสริมสุขภาพทั้งทางกายและทางใจเมื่อบริโภคเป็นส่วนหนึ่งของอาหารในชีวิตประจำวัน

ขณะเดียวกันควรให้ความสำคัญกับการกินอาหารให้หลากหลาย ครบทุกหมู่ หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้แจ่มใส พักผ่อนอย่างเพียงพอ และหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เพื่อการมีสุขภาพที่ดี

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่