การกินเพื่อสุขภาพ

อาหารป้องกันลมเสีย

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
อาหารป้องกันลมเสีย

ปัญหาที่ทำให้คนบางคนต้องหน้าแตกอยู่บ่อยๆ คือมีแก๊สในระบบย่อยมากจนต้องเรอออกมา ทำให้คนที่คุยด้วยต้องเบือนหน้าหนี ยิ่งไปกว่านั้นคือลมเสียที่ออกจากระบบย่อยส่วนล่าง ส่งทั้งเสียงและกลิ่นที่น่ารังเกียจ คนไข้หลายๆ คนแอบกระซิบถามเสมอๆ ว่าจะแก้ไขปัญหานี้ได้ยังไง

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกับการทำงานของระบบย่อยเสียก่อนแล้วจะเห็นทางแก้ไข

แก๊สที่เกิดในระบบย่อยเกิดจากการกลืนลมมากเกินไปและอาหารย่อยในลำไส้ใหญ่ไม่หมด เช่น คาร์โบไฮเดรตที่มีกาก แบคทีเรียในลำไส้ใหญ่จะทำการหมักเพื่อใช้เป็นอาหาร ทำให้เกิดแก๊สและกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ ฉะนั้นอาหารที่คุณเลือกกินจะเป็นตัวกำหนดการเกิดแก๊สได้

ทุกครั้งที่เรากลืนอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งน้ำลาย จะมีอากาศเล็กน้อยตามเข้าไปในกระเพาะอาหาร อาหารที่เคลื่อนเข้าสู่กระเพาะอาหารจะถูกย่อยให้มีขนาดเล็กลงและส่งไปยังลำไส้เล็ก กระบวนการตรงจุดนี้จะใช้เวลามากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับสภาวะระบบย่อยของแต่ละคน โดยทั่วไปจะใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง กระเพาะอาหารจะบีบตัวเพื่อเคลื่อนอาหารที่ถูกย่อยเข้าไปในลำไส้เล็ก สารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุจะถูกดูดซึมตามส่วนต่างๆของลำไส้เล็ก

ส่วนที่ไม่ถูกย่อยหรือส่วนของเสียจะเคลื่อนเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ เพื่อรอการขับถ่าย ขณะเดียวกันแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่จะทำการย่อยคาร์โบไฮเดรตที่ไม่สามารถย่อยได้ และผลิตแก๊สในกระยวนการย่อย

ใยอาหารชนิดละลายน้ำได้ เช่น รำข้าวโอ๊ต ผัก ผลไม้ ถั่ว ทำให้เกิดแก๊สได้มากกว่าใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำ เช่น รำข้าวสาลี และผักต่างๆ เพราะแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่จะย่อยผนังเซลล์ของใยอาหารที่ละลายน้ำและทำให้เกิดแก๊สในกระบวนการหมัก ในขณะที่ใยอาหารไม่ละลายน้ำที่ผ่านเข้าไปในลำไส้ใหญ่จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง

ทำไมจึงเรอ

การเรอมักเกิดขึ้นหลังจากที่กินอาหาร แต่บางคนอาจจะเรอมากผิดปกติจนน่ารำคาญ การเรอเป็นการขับลมที่กลืนเข้าไปออกจากกระเพาะอาหาร ลมบางส่วนจะผ่านเข้าไปในระบบย่อย กระเพาะอาหารคนเราไม่สามารถผลิตแก๊สได้เอง แต่แก๊สจะมาจากการกลืนน้ำลาย อาหาร เครื่องดื่ม โดยเฉพาะชนิดที่มีแก๊สคาร์บอเนต ยิ่งกลืนมากเท่าไร อากาศก็ยิ่งเข้าไปมากเท่านั้น และทำให้เราเรอมากขึ้น

การเรอไม่ใช่ปัญหาที่น่ากลัว แพทย์อาจจะให้ยาและแนะนำให้เลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สได้

ท้องอืด

อาการท้องอืดหลังอาหารเกิดในผู้หญิงบ่อยกว่าผู้ชายโดยไม่ทราบสาเหตุ ปกติสาเหตุทั่วๆไปของท้องอืดเกิดจากการบีบตัวอย่างไม่ปกติของกระเพาะและลำไส้เล็กส่วนบน หรือการคลายตัวของกล้ามเนื้อท้องปัจจุบันแพทย์อาจให้ยาช่วยกระตุ้นการบีบตัวของกระเพาะและลำไส้เล็กส่วนบน เพื่อช่วยให้ลำไส้บีบตัวให้อาหารและของเหลวเคลื่อนตัวผ่านไปได้ จะช่วยลดอาการท้องอืดได้

นอกจากนี้อาการท้องอืออาจเกิดจากลำไส้แปรปรวน (Irritable Bowel Syndrome) ซึ่งเกิดจากการบีบตัวและเกร็งตัวของลำไส้ความเครียดและความวิตกกังกลก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อาการของโรคกำเริบ

ท้องอืดยังเกิดได้จากการเคลื่อนตัวของอาหารจากกระเพาะอาหารสู่ลำไส้ช้าผิดปกติ หากอาการเรื้อรังและรุนแรงขึ้น การที่จะให้รู้แน่ชัดว่าสาเหตุของท้องอืดคืออะไร สามารถตรวจได้โดยการเอกซเรย์และส่องกล้อง

ท้องอืดอาจเกิดจากการดูดซึมอาหารผิดปกติ การผ่าตัดในส่วนระบบทางเดินอาหารอาจทำให้แก๊สเกิดขึ้นในปริมาณมาก ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์

ท้องอืดจากระบบย่อยไม่สอดรัดกับอาหารที่กินหรือการกินเร็วเกินไป ป้องกันได้ไม่ยาก โดยการเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดปัญหาหรือกินช้าๆ

แม้อาการท้องอืดจะไม่ใช้ปัญหาที่น่ากลัว แต่ก็สร้างความรำคาญแก่ผู้ที่เป็น ซึ่งการปรับเปลี่ยนวิธีการกินสามารถช่วยได้

แก๊สจากลำไส้ใหญ่

ลำไส้ใหญ่เป็นส่วนที่ของเสียถูกพักไว้เพื่อรอการขับถ่าย ในส่วนนี้จะมีแบคทีเรียหลายๆ ชนิดอาศัยอยู่ ทั้งแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์และแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดปัญหา แบคทีเรียส่วนใหญ่ที่อยู่ในลำไส้ใหญ่มักจะเป็นอันตรายและก่อปัญหา อาหารของแบคทีเรียพวกนี้คือส่วนของอาหารที่ระบบย่อยของเราย่อยไม่ได้ อาหารบางชนิดจะช่วยให้แบคทีเรียเจริญได้ดี แบคทีเรียบางชนิดจะผลิตแก๊สมีเทนและไฮโดรเจนขึ้นมา แบคทีเรียพวกนี้จะผลิตแก๊สได้มากถึง 80-90 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เราผายลมในที่สาธารณะเพราะกลั้นไม่อยู่

อาหารของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดแก๊สคือคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาล ฉะนั้นการลดอาหารเหล่านี้จะช่วยลดปัญหาการผลิตลมเสียได้ นอกจากนี้น้ำตาลบางชนิดที่ย่อยยาก เช่น ฟรักโทส แล็กโทส แรฟฟิโนส และ ซอร์บิทอลก็อาจทำให้เกิดแก๊สในระบบย่อยได้มากด้วย

ฟรักโทส  เป็นน้ำตาลธรรมชาติในผลไม้และน้ำผลไม้ น้ำเชื่อมที่ทำจากข้าวโพดซึ่งใช้ผสมในเครื่องดื่มส่วนใหญ่ คนเป็นจำนวนมากมีปัญหาในการย่อยฟรักโทส ทำให้เกิดแก๊สมาก

แล็กโทส เป็นน้ำตาลธรรมชาติที่พบในนม ผู้ที่ระบบย่อยผลิตเอนไซม์แล็กโทสไม่พอ หรือเอนไซม์ลดลงเมื่ออายุมากขึ้น จะไม่สามารถย่อยน้ำตาลในนมได้ ทำให้เกิดแก๊ส ปวดท้อง และท้องเสียได้    แต่โยเกิร์ต จะไม่สร้างปัญหา เพราะแบคทีเรียในโยเกิร์ตช่วยทำหน้าที่ย่อยน้ำตาลในนม

แรฟฟิโนส เป็นน้ำตาลธรรมชาติที่พบในถั่วและผักบางชนิด เช่น คะน้า บรอกโคลี กะหล่ำปลี และดอกกะหล่ำ

ซอร์บิทอล  คือน้ำตาลแอลกอฮอล์ที่ใช้แทนน้ำตาลทรายในการให้รสหวานแทนน้ำตาล เพื่อลดแคลอรี ใช้มากในลูกอม หมากฝรั่ง และขนมหวาน ถ้ากินมากเกินไปจะทำให้ท้องเสียได้

อาหารที่ทำให้เกิดลมเสียไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน เช่น คนสองคนกินอาหารคาร์โบไฮเดรตชนิดเดียวกันในปริมาณเท่ากัน นาย ก อาจจะมีแก๊สมากกว่านาย ข ซึ่งมีแก๊สน้อย หรือไม่มีปัญหาเลยก็ได้ การปรับเปลี่ยนอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สได้ง่ายอาจช่วยลดปัญหาลมเสียได้

ออกกำลังกายลดแก๊ส

นอกจากการปรับเปลี่ยนเรื่องการกินแล้ว การออกกำลังกายสม่ำเสมอก็สามารถลดแก๊สได้ โดยการเร่งให้แก๊สเคลื่อนสู่ลำไส้ ทำให้ท้องไม่อืดและช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ

สรุปวิธีการขจัดแก๊ส

เลี่ยงการกลืนที่ไม่จำเป็น เช่น เลี่ยงการสูบยาเส้น บุหรี่ ซิการ์ เลี่ยงการเคี้ยวหมากฝรั่ง ลูกอม การดื่มโดยใช้หลอด หรือดื่มโดยตรงจากขวดปากแคบ ผู้ที่มีฟันปลอมหลวมควรแก้ไขให้กระชับ เพราะอาจทำให้ปริมาณแก๊สเล็ดลอดเพิ่มเข้าไปในระบบย่อยได้

  1. เลี่ยงอาหารที่มีอากาศหรือแก๊สเป็นส่วนประกอบ เช่น เครื่องดื่มซ่าๆ น้ำอัดลม วิปครีม ยาฟองฟู่ มิลค์เชค น้ำผลไม้ น้ำผึ้ง น้ำตาลฟรักโทส
  2. กินช้าๆ การกินเร็วกลืนเร็วจะทำให้กลืนอากาศเข้าไปมากขึ้นและหุบปากเวลาเคี้ยวหรือกลืนอาหาร
  3. หากจะต้องเพิ่มอาหารที่มีใยอาหารสูงและอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สควรค่อยๆ เพิ่มเพื่อให้ระบบย่อยได้ปรับตัว และอย่าลืมดื่มน้ำเพิ่มขึ้น
  4. จดบันทึกรายการอาหารที่ทำให้เกิดปัญหาเพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาในระบบย่อย

อาหารทั่วไปที่ทำให้เกิดแก๊ส 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่