โภชนาการ

การบริโภคอาหารของคนไทยในยุคปัจจุบัน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 8 นาที
การบริโภคอาหารของคนไทยในยุคปัจจุบัน

อาหารและโภชนาการเป็นพื้นฐานสำคัญของชีวิตมนุษย์  นับตั้งแต่ปฏิสนธิในครรภ์ของมารดาจนกระทั่งถึงสิ้นอายุขัย  คนเรากินอย่างไรสุขภาพก็เป็นอย่างนั้น  ดังคำกล่าวที่ว่า  “When you are what you eat”  อย่างไรก็ตามพฤติกรรมการกินหรือการบริโภคอาหารในปัจจุบันเปลี่ยนไปจากอดีต  เนื่องจากการพัฒนาประเทศจากเกษตรกรรมไปสู่อุตสาหกรรม  ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี  เศรษฐกิจ  สังคม  และสิ่งแวดล้อมอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง  ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนไทย  ซึ่งมีอิทธิพลทำให้บุคคลและครอบครัวมีรูปแบบการดำเนินชีวิตเปลี่ยนไป  ส่งผลให้พฤติกรรมการบริโภคอาหารเปลี่ยนตามจนกระทั่งก่อให้เกิดปัญหาโภชนาการที่หลากหลาย  ซึ่งมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับโรคภัยไข้เจ็บที่คร่าชีวิตบุคคลในครอบครัวไปเป็นจำนวนมาก  เช่น  โรคมะเร็ง  โรคไขมันในเลือดสูง  โรคอ้วน  และโรคหัวใจขาดเลือด  เป็นต้น  สร้างความสูญเสียให้แก่ครอบครัว  และทำให้ประเทศชาติต้องสูญเสียบุคลากรที่มีคุณภาพไปทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาอันสมควร  ถึงเวลาที่ควรทบทวนดูพฤติกรรมการบริโภคอาหารของคนไทยในยุคปัจจุบันว่า  ควรมีการปรับเปลี่ยนเพื่อหลีกเลี่ยงภัยที่จะมากับพฤติกรรมการบริโภคอาหารในยุคนี้อย่างไร

1. พฤติกรรมการบริโภคอาหารของคนไทยในยุคปัจจุบัน

การบริโภคอาหารของคนไทยเปลี่ยนแปลงไปตามวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป  นับตั้งแต่ประเทศไทยได้พัฒนาประเทศจากประเทศเกษตรกรรมเป็นประเทศอุตสาหกรรมและการพาณิชย์มากขึ้น  สังคมเมืองขยายตัวเพิ่มขึ้นควบคู่ไปกับการอพยพของผู้คนจากชนบทเข้าสู่เมืองอย่างต่อเนื่อง

รูปแบบของครอบครัวเปลี่ยนแปลงจากครอบครัวขยายที่อยู่ร่วมกันหลายรุ่นอายุ  มาเป็นครอบครัวเดี่ยวมีเพียงสามี  ภรรยาและบุตรโดยลำพังมากยิ่งขึ้น  ตลอดจนมีการเปลี่ยนแปลงของค่านิยมในการดำเนินชีวิตแตกต่างไปจากอดีต  ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง  โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับอาหารการกิน  ปัจจัยที่ส่งผลให้พฤติกรรมการบริโภคอาหารเปลี่ยนแปลงไปเนื่องจาก

1.1 แม่บ้านส่วนใหญ่ออกไปทำงานนอกบ้านเพิ่มมากขึ้น  เมื่อสังคมเริ่มเปลี่ยนจากสังคมเกษตรกรรมเป็นสังคมอุตสาหกรรมมากขึ้น  ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น  รวมทั้งการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงมีสิทธิหลาย ๆ อย่างเท่าเทียมกับผู้ชาย  ทั้งการศึกษาและการทำงาน  หรือการออกไปทำงานนอกบ้านเป็น  working women  เพิ่มมากขึ้น  ทำให้เวลาส่วนใหญ่ของผู้หญิงที่เคยอยู่ในบ้านเปลี่ยนเป็นอยู่นอกบ้านเพื่อทำงานเพิ่มขึ้น  จึงมีเวลาเหลือน้อยสำหรับงานในบ้านโดยเฉพาะงานด้านอาหาร  แม่บ้านในปัจจุบันไม่มีเวลาที่ประกอบอาหารสำหรับรับประทานในครอบครัว  การบริโภคอาหารของคนไทยในยุคนี้จึงเป็นการบริโภคนอกบ้านเป็นส่วนใหญ่  จากผลการรายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (2554)  พบว่า  ครัวเรือนในเขตกรุงเทพมหานคร  และปริมณฑล  3  จังหวัด  (นนทบุรี  ปทุมธานี  และสมุทรปราการ)  มีแนวโน้มการบริโภคอาหารนอกบ้านสูงขึ้นทุกปี  โดยในปี  พ.ศ. 2553  มีการซื้ออาหารมาบริโภคที่บ้านเฉลี่ย  2,895  บาทต่อเดือน  ซึ่งเมื่อเทียบกับข้อมูลปี  พ.ศ. 2543  ที่มีการบริโภคนอกบ้านเพียง  712  บาท/เดือน  พบว่า  เพิ่มขึ้นประมาณ  4  เท่า  นอกจากนี้ผลการสำรวจสุขภาพของเด็กวัยเรียนโดยกระทรวงสาธารณสุขปี  2554  พบว่า  เด็กส่วนใหญ่มีพัฒนาการการเจริญเติบโตที่ไม่สมวัย  โดยมีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหารไม่ครบ  3  มื้อ  โดย  60%  ไม่บริโภคมื้อเช้า  (สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2555)  ทั้งนี้เพราะวิถีชีวิตของครอบครัวไทยในปัจจุบันมีชีวิตที่เต็มไปด้วยการรีบเร่ง  แข่งขัน  โดยเฉพาะในเขตเมือง  ต้องเสียเวลามากในการเดินทางเพื่อไปประกอบอาชีพหรือทำธุรกิจต่าง ๆ ทำให้มีเวลาจำกัดในการจัดการเรื่องอาหารที่จะบริโภคในแต่ละมื้อแต่ละวัน  จึงจำเป็นต้องใช้บริการอาหารนอกบ้านเป็นส่วนใหญ่  ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ในการจัดการด้านอาหารของครอบครัวไทย  ที่พบเห็นอยู่ในปัจจุบันนี้

1.2 มีแหล่งบริการอาหารนอกบ้านเกิดขึ้นมากมาย  ทั้งในระดับที่ได้มาตรฐานและไม่ได้มาตรฐาน  อันได้แก่  ร้านอาหารในรูปแบบต่าง ๆ มีหลากหลายทุกระดับ  ตั้งแต่ระดับห้องอาหารภัตตาคาร  จนกระทั่งถึงหาบเร่แผงลอยตามข้างถนนหนทาง  หรือตามบาทวิถี  ทำให้คนส่วนใหญ่นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านเพิ่มมากขึ้น  จากผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อค่าใช้จ่ายประเภทต่าง ๆ พฤติกรรมการบริโภค  และกิจกรรมต่าง ๆ ในการดำเนินชีวิต  จากกลุ่มตัวอย่าง  8,000  ตัวอย่างทั่วประเทศ  ในระหว่างวันที่  16-30  พฤษภาคม  2552  ของปัญญาสมาพันธ์เพื่อการวิจัยความเห็นสาธารณะแห่งประเทศไทย (2552)  พบว่า  กลุ่มตัวอย่างนิยมรับระทานอาหารที่ร้านอาหารนอกบ้านมากถึงร้อยละ  49.4  สอดคล้องกับงานวิจัยของบุษบง  ขำแห้ง (2542)  ที่อธิบายสาเหตุของการเลือกซื้ออาหารพร้อมปรุง  เนื่องจากความสะดวกสบาย  ใช้เวลาน้อย  มีหลากหลายชนิดง่ายต่อการเลือกซื้อ  สะอาด  ปลอดภัย  ราคาถูก  และประหยัดกว่าซื้อมาประกอบอาหารเอง  ทำให้คนส่วนใหญ่นิยมบริโภคอาหารนอกบ้านเพิ่มมากขึ้น

1.3 ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการผลิตและแปรรูปอาหาร  ปัจจุบันความรู้ทางวิทยาศาสตร์และความเจริญทางเทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว  สามารถตอบสนองต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารของครอบครัวไทยในยุคปัจจุบันได้อย่างดี  เช่น  การผลิตผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อความสะดวกสบายต่อการบริโภคมากขึ้น  ซึ่งสอดคล้องกับค่านิยมในการบริโภคอาหารที่เปลี่ยนไปเพื่อความสะดวกสบาย  เช่น  อาหารกระป๋อง  อาหารแช่เยือกแข็ง  อาหารไมโครเวฟ  เป็นต้น  นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสุขภาพในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการที่จะมาชดเชยอาหารปกติโดยทั่วไป  สำหรับยุคคลที่ไม่ค่อยมีเวลาเอาใจใส่สุขภาพอย่างที่ควรเป็น  ในปัจจุบันนี้จึงพบว่ามีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรืออาหารเสริมสุขภาพเข้ามาจำหน่ายในท้องตลาดเป็นจำนวนมาก  นอกจากนี้มีการวิจัยและพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารที่เรียกว่า  “อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ  หรือฟังก์ชันนัล ฟู้ด (functional foods)”  ขึ้น  ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่เมื่อบริโภคเข้าสู่ร่างกายแล้วสามารถทำหน้าที่อื่นให้กับร่างกาย  นอกเหนือจากในเรื่องของรสสัมผัส (sensory function)  การให้คุณค่าทางอาหารที่จำเป็นแก่ร่างกาย (nutritive function) และหน้าที่อื่น ๆ (non-nutritive physiological functions) ซึ่งมีมูลค่าการขยายตัวในตลาดเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  เฉพาะในปี  พ.ศ. 2552   ผลิตภัณฑ์ฟังก์ชันนัล  ฟู้ด  มีมูลค่าตลาดรวมถึง  83.73  พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (Granato et al., 2010)  และคาดว่าจะเพิ่มสูงถึง 130  พันล้านเหรียญสหรัฐฯ  ภายในปี  พ.ศ. 2558  (Global Industry Analysts, 2013)

1.4 เทคโนโลยีการสื่อสารมีการพัฒนาเพิ่มมากขึ้น  ปัจจุบันการสื่อสารอยู่ในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศหรือยุคไอที (Information Technology : IT)  เป็นยุคที่เทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้านการสื่อสารบนมือถือ  ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแบบไร้สายที่ไร้ขีดจำกัดเป็นโลกไร้พรมแดน  หรือที่เรียกว่า  ยุคโลกาภิวัตน์ (Globalization)  การพัฒนาเทคโนโลยีด้านการสื่อสารนี้  มีผลโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคอาหารของคนไทย  พัฒนาการของระบบข้อมูลข่าวสาร  และความเจริญก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร  เป็นผลไม้มีผลิตภัณฑ์จากการพัฒนาและแปรรูปอาหารใหม่ ๆ จำนวนมาก  ประกอบกับกลไกและเทคนิคของธุรกิจด้านการตลาดมีส่วนส่งเสริมให้เกิดค่านิยม  ความเชื่อ  และความต้องการบริโภคอาหารตามสื่อต่าง ๆ ทั้งผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปและกึ่งสำเร็จรูป  ที่เต็มไปด้วยสารปรุงแต่งอาหาร (food additives) จำนวนมาก  ที่มีการโฆษณาให้เป็นที่รู้จักและสามารถติดตลาดได้ทั้งในเขตเมือง  และชนบทในเวลาอันรวดเร็ว  โดยผ่านสื่อต่าง ๆ ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ  โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ดูโทรทัศน์  และมักอยากรับประทานขนมและอาหารเมื่อเห็นโฆษณาทางโทรทัศน์  นอกจากนี้กลยุทธ์ในการโฆษณาเพื่อเพิ่มยอดขายได้มีการปรับตัวตลอดเวลา  ซึ่งค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการโฆษณาอาหารสูงขึ้นถึง  9  เท่า  ภายในเวลาไม่ถึง  20  ปี  จาก  1,823  ล้านบาท  ในปี  พ.ศ. 2532  เป็น  16,448  ล้านบาท  ในปี  พ.ศ. 2551  ซึ่งสอดคล้องกับรายงานวิจัยปริมาณหวาน  มัน  เค็มในขนมหวานไทย  ที่พบว่า  พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีน้ำตาล  ไขมัน  และโซเดียมมากจนเกินความต้องการของร่างกาย  ก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ  เช่น  โรคเบาหวาน  โรคหัวใจ  โรคความดันโลหิตสูง  และโรคอ้วน  ที่ถือเป็นปัญหาระดับโลก  คนไทยมีแนวโน้มบริโภคน้ำตาลและอาหารที่ประกอบด้วยแป้งและน้ำตาลมากขึ้น  จะเห็นได้จากอัตราการบริโภคน้ำตาลเพิ่มสูงขึ้นเกือบ  3  เท่าใน  20  ปีที่ผ่านมา  จาก  12.7  กิโลกรัมต่อคนต่อปีใน  พ.ศ. 2526  เป็น  36.4  กิโลกรัมต่อคนต่อปี  ใน  พ.ศ. 2550  คิดเป็นปริมาณเฉลี่ยวันละ  20  ช้อนชาต่อคน  ซึ่งมากกว่าเกณฑ์มาตรฐานขององค์การอนามัยโลกที่กำหนดให้บริโภคน้ำตาล  6-8  ช้อนชาต่อวัน  (นันทยา  และคณะ, 2552)

1.5 การเลียนแบบวัฒนธรรมเมือง  และวัฒนธรรมต่างประเทศ  ผลการเติบโตทางเศรษฐกิจ  ทำให้สังคมเกษตรกรรมเปลี่ยนเป็นอุตสาหกรรม  สังคมชนบทกลายเป็นสังคมเมืองรูปแบบการดำเนินชีวิตและแบบแผนการบริโภคเปลี่ยนไปตามกระแสวัตถุนิยม  บริโภคนิยม  มีการเลียนแบบและรับเอาพฤติกรรมการบริโภคอาหารแบบตะวันตก  ทั้งในรูปของฟาสต์ฟู้ด  อาหารจานด่วน  อาหารสำเร็จรูป  อาหารกึ่งสำเร็จรูปที่หาได้ง่าย  สะดวก  รวดเร็ว  ทำให้คนไทยและวัยรุ่นไทย  เชื่อว่าฟาสต์ฟู้ดนั้นเป็นสัญลักษณ์ของคนรุ่นใหม่  ซึ่งส่วนมากเป็นอาหารประเภทผัด  ทอด  ย่าง  หรือปิ้ง  ที่มีปริมาณโปรตีน  ไขมันและพลังงานสูง  ส่งผลให้การบริโภคอาหารไม่สมดุล  ไม่ได้สัดส่วน  ไม่เหมาะสม  และการที่ร่างกายได้รับสารอาหารประเภทโปรตีนและไขมันในปริมาณสูงเกินความต้องการ  ก่อให้เกิดความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดโรคมะเร็งเต้านม  ลำไส้ใหญ่  ตับอ่อน  ต่อมลูกหมากและมะเร็งสมอง  เป็นต้น  (ผู้จัดการรายวัน, 2545)

พฤติกรรมการบริโภคอาหารของคนส่วนใหญ่มักมีหลาย ๆ ปัจจัยรวมกัน  เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการเลือกบริโภคอาหารแต่ละชนิด  นอกจากปัจจัยข้างต้นที่กล่าวมาแล้ว  ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกอาหารของคนส่วนใหญ่ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ดังแสดงในรูปที่  1.1


รูปที่  1.1  ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกบริโภคอาหารของคนส่วนใหญ่

ที่มา  :  Wardlaw and Smith, 2011

 

2. การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคอาหารของคนไทย

จากสภาวการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนี้  ได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการบริโภคอาหารของครอบครัวไทย  ที่พอสรุปได้ดังนี้

2.1 บริโภคอาหารนอกบ้านมากยิ่งขึ้น  เกิดจากการเปลี่ยนวิถีชีวิตที่เรียบง่ายไปสู่ที่ต้องเร่งรีบแข่งกับเวลา  ซึ่งจากผลการสำรวจพฤติกรรมการรับประทานอาหารนอกบ้านของผู้จัดการออนไลน์ (2552)  พบว่า  คนไทยนิยมบริโภคอาหารนอกบ้าน  เนื่องจากความสะดวกสบายกว่าการทำอาหารรับประทานเอง  โดยคนไทยนิยมรับประทานอาหารนอกบ้าน  1-2  ครั้งต่อสัปดาห์  คิดเป็นร้อยละ  24  และมื้อเย็นเป็นมื้อที่คนไทยนิยมรับประทานอาหารนอกบ้านมากที่สุด  คิดเป็นร้อยละ  59  รองลงมา  คือ  มื้อกลางวันคิดเป็นร้อยละ  39  และมื้อเช้าร้อยละ  2

2.2 บริโภคอาหารที่สะดวกและรวดเร็ว  เนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องเวลา  อาหารที่ตอบสนองพฤติกรรมนี้  ได้แก่  อาหารสำเร็จรูป  อาหารปรุงสำเร็จ  หรืออาหารพร้อมกิน (Ready to eat) อาหารกึ่งสำเร็จรูป  อาหารพร้อมปรุง (Ready to cook)  และอาหารบริการด่วน  หรืออาหารฟาสต์ฟู้ด (fast foods)  ในรูปแบบต่าง ๆ อาหารเหล่านี้หาซื้อได้ง่ายตามศูนย์การค้าและหาบเร่แผงลอยตามบาทวิถี  โดยเฉพาะอาหารหาบเร่แผงลอยตามบาทวิถีเป็นอาหารที่มีผู้นิยมซื้อหามารับประทานกันมาก

2.3 ปัจจุบันคนไทยเริ่มตื่นตัวเรื่องของสุขภาพมากขึ้น  เนื่องมาจากการไม่มีเวลาที่จะจัดหาอาหารตามปกติได้อย่างครบถ้วน  จึงเกิดความวิตกกังวลกลัวจะขาดสารอาหารบ้างและยังเกิดกระแสความเชื่อว่ามีผลต่อสุขภาพทั้งในแง่ความป้องกัน  และรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ที่เกิดจากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปของคนในสังคมเมือง  ที่มีความเครียดในการทำงาน  ไม่มีเวลาพักผ่อน  ขาดการออกกำลังกาย  ตลอดจนมีมลภาวะเกิดขึ้นรอบ ๆ ตัว  จนทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อยที่พยายาม  “ซื้อสุขภาพด้วยเงิน”  โดยการซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทต่าง ๆ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อยู่ในรูปของผง  รูปเม็ด  แคปซูล  และของเหลว

2.4 บริโภคอาหารตามกระแสวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออก  กระแสของอาหารและพฤติกรรมการกินจากซีกโลกตะวันตกและตะวันออกพบเพิ่มมากขึ้น  เนื่องจากประเทศไทยมีการเปิดรับวัฒนธรรมชาติอื่นได้ง่าย  ชอบความสบาย  ความสุข  และความหรูหรา  ทำให้เกิดการบริโภคอาหารตามกระแส  เช่น  อาหารสไตล์อเมริกัน  ในรูปของอาหารจานด่วน (fast foods)  ที่มีพลังงานไขมัน  โปรตีนและโซเดียมสูงแต่ใยอาหารต่ำ  หรืออาหารสไตล์ญี่ปุ่นและเกาหลีที่เน้นคาร์โบไฮเดรตจากข้าว  นอกจากนี้ยังมีอาหารสไตล์เวียดนามที่ปลุกกระแสการรักสุขภาพที่เน้นผัก  หรืออาหารสไตล์อินเดียที่เน้นเครื่องเทศ  ให้เลือกบริโภคกันเพิ่มมากขึ้น

2.5 การบริโภคอาหารแนวใหม่  ซึ่งเป็นอาหารตามแนวแมคโครไบโอติกส์และอาหารชีวจิตอาหารตามแนวนี้มุ่งไปในด้านสร้างสุขภาพร่างกายและจิตใจ  การบริโภคอาหารแนวใหม่มีหลักสำคัญ  คือ  บริโภคอาหารที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด  ไม่ผ่านกระบวนการทางอุตสาหกรรมที่มีการปรุงแต่งด้วยสารเคมีต่าง ๆ เป็นอาหารที่หาได้ในท้องถิ่นและบริโภคอย่างสมดุล  ชีวิตความเป็นอยู่เป็นไปตามธรรมชาติ  คือ  ใช้ชีวิตที่บริสุทธิ์  เรียบง่าย  และไม่เครียด  จึงเป็นการปฏิบัติทั้งกายและใจด้วย  พฤติกรรมการบริโภคอาหารในข้อนี้เป็นผลกระทบมาจากความพยายามป้องกัน  แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารในข้ออื่น ๆ ขั้นต้น

แนวโน้มพฤติกรรมการบริโภคอาหารของคนไทยในอนาคต  จะขึ้นอยู่กับความรู้ความเข้าใจของผู้บริโภคในเรื่องอาหารและโภชนาการ  เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติต่อไป  ดังนั้นการศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับโภชนบำบัดจึงเป็นสิ่งที่สมควรศึกษาเรียนรู้อย่างยิ่ง

ขอบคุณข้อมูลดีๆจากหนังสือ "พื้นฐานโภชนบำบัด" โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อัจฉรา ดลวิทยาคุณ จากสำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
การออกกำลังกาย (Fitness)
การออกกำลังกาย (Fitness)

10 ขั้นตอนในการเป็นผู้ฝึกสอนส่วนตัว