อาหารการกิน

แพ้อาหาร VS แพ้อากาศ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
Seasonal food allergies dog

หากคุณสงสัยว่าสุนัขของคุณเกิดอาการแพ้ทุกครั้งหลังจากลงไปนอนคลุกบนพื้นหญ้า อาการที่สังเกตได้ เช่น เลียอุ้งเท้ามากกว่าปกติ และเกาช่วงท้องอย่างเอาเป็นเอาตาย นอกจากหญ้าจะตกเป็นผู้ต้องสงสัยแล้ว คุณอาจจะต้องแปลกใจว่านอกจากหญ้าแล้วอาหารที่กินเก็เป็นผู้ต้องสงสัยได้เช่นกัน

สุนัขส่วนมากมีอาการแพ้ทุกครั้งที่เปลี่ยนฤดู เช่น แพ้เกสรดอกไม้ที่ติดมาขณะไปวิ่งเล่นในสนาม นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้อีกมากมายที่มากับการเปลี่ยนแปลงของฤดูรวมถึงสภาพอากาศ

สุนัขที่มีโรคภูมิแพ้อาหารกับภูมิแพ้ต่อสิ่งแวดล้อมจะแสดงอาการคล้ายกัน อาการเหล่านี้ ได้แก่ คัน ขนร่วง ผิวหนังติดเชื้อ และหูติดเชื้อ นอกจากนี้การแพ้อย่างอื่นก็สามารถทำให้เกิดอาการเหล่านี้ได้เช่นกัน นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมสัตวแพทย์จำเป็นจะต้องเริ่มจากการตัดสาเหตุอื่น ๆ เช่น ไร โรคเชื้อรา และโรคที่เกี่ยวกับต่อมไร้ท่อ (เช่น โรคไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ และโรค Cushing’s)

อาการภูมิแพ้ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลและสภาพอากาศมักจะเกิดในช่วงเวลาเดิมของทุกปี ขณะที่การแพ้อาหารสามารถเกิดได้ตลอดเวลา ไม่มีเวลาที่แน่นอน

บางครั้งก็อาจเกิดซ้อนทับกัน อย่างไรก็ตามร้อยละ 30 ของสัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาเกี่ยวกับอาหาร มักจะมีปัญหาของภูมิแพ้ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ หรือการแพ้น้ำลายหมัดเกิดขึ้นร่วมกัน อาการแพ้เหล่านี้ทำให้เกิดโรคผิวหนัง (เช่น มีอาการคัน การติดเชื้อซ้ำซ้อน หูติดเชื้อ หรือขนร่วง) และ/หรือโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร (เช่น อาเจียน ท้องเสีย หรือความอยากอาหารลดลง)

ภูมิแพ้แต่ละชนิดมีอาการแสดงออกที่คล้ายกันมาก การรักษาอาจะต้องใช้วิธีการลองผิดลองถูกเพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการแพ้ที่เกิดกับสุนัข เจ้าของควรพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์เป็นขั้นตอนแรก เราจะมาพูดถึงแนวทางในการช่วยให้เจ้าของเข้าใจโรคภูมิแพ้ที่เกิดจากการแพ้อาหารและเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

อาการของโรคภูมิแพ้อาหาร

เจ้าของส่วนมากจะไม่สงสัยว่าสุนัขแพ้อาหารเป็นอย่างแรกเมื่อเกิดอาการแพ้ เนื่องจากบางครั้งอาจต้องใช้เวลาเป็นปี ๆ กว่าสุนัขจะแสดงอาการแพ้ต่ออาหารที่ให้อยู่เป็นประจำ การแพ้อาหารเกิดได้ในสุนัขทุกช่วงอายุ

อาการที่บ่งบอกว่าสุนัขกำลังแพ้อาหารคือปัญหาเกี่ยวกับผิวหนัง หากเจ้าของสังเกตเห็นร่องรอยบนผิวหนังตามตัวของสุนัข บริเวณสีข้างลำตัว ซี่โครง สะโพก หรือเข่า เป็นไปได้สูงว่าสุนัขของคุณกำลังแพ้อาหารที่ให้

อาการอื่น ๆ ที่สามารถพบได้ เช่น หูติดเชื้อบ่อย อาเจียน ท้องเสีย และอาการคัน ซึ่งอาการคันนี้จะทำให้สุนัขเกาจนผิวหนังเกิดความเสียหาย เช่น ขนร่วง มีสะเก็ดแผล หรือผิวหนังอักเสบรุนแรง (hot spot เกิดจากการเลียหรือแทะซ้ำ ๆ ในบริเวณเดิมจนเกิดการอักเสบ) ปัญหาเกี่ยวกับทางเดินอาหารมักจะเกี่ยวข้องกับการแพ้อาหารโดยตรง

การวินิจฉัยและรักษา

สัตวแพทย์จะทำการซักประวัติของสุนัขอย่างละเอียด โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องอาหารและขนมต่าง ๆ ที่เจ้าของให้สุนัขเป็นประจำ สุนัขส่วนมากมักจะแพ้อาหารที่มีส่วนประกอบของไก่ ผลิตภัณฑ์จากนม เนื้อวัว ไข่ ข้าวโพด ถั่วเหลือง และธัญพืช นอกจากนี้สารปรุงแต่ต่าง ๆ ที่ใส่ลงไปในอาหารที่ขายตามท้องตลาดก็สามารถทำให้เกิดการแพ้ได้เช่นกัน

สัตวแพทย์อาจแนะนำให้เจ้าของงดให้อาหาร เช่น โปรตีนจากสัตว์บางชนิด และเปลี่ยนเป็นโปรตีนชนิดอื่นที่สุนัขไม่เคยได้รับมาก่อน เช่น เนื้อเป็ด ปลา หรือเนื้อจิงโจ้ อาหารสำเร็จรูปที่ใส่โปรตีนในรูปที่ผ่านการย่อยมาแล้ว (hydrolysate diet) โปรตีนเหล่านี้จะมีขนาดเล็กมากจนระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายไม่สามารถจดจำหรือตอบสนองได้ หรืออาจเปลี่ยนมาเป็นอาหารปรุงเองทั้งแบบปรุงสุกและ raw food

การรักษาอาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเห็นการพัฒนาของตัวสุนัขที่มีปัญหาแพ้อาหาร สิ่งที่สำคัญที่สุดในการรักษาคือการรักษาวินัยในการให้อาหารแก่สุนัข และต้องไม่มีการให้อาหารจากโต๊ะอาหารหรือขนมอื่น ๆ ขณะทำการรักษา แม้แต่ยาบางชนิดก็อาจมีส่วนประกอบของสารแต่ปรุงแต่งรส ดังนั้นเจ้าของควรปรึกษาสัตวแพทย์เกี่ยวกับการให้ยาต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสามารถให้ได้โดยไม่รบกวนขั้นตอนการรักษาและไม่มีส่วนประกอบที่จะก่อให้เกิดการแพ้

หากสุนัขของคุณไม่มีอาการแพ้ให้เห็นอีก คุณอาจค่อย ๆ ปรับเพิ่มอาหารชนิดอื่นให้แก่สุนัข แต่ถ้าสุนัขอาการไม่ดีขึ้นแม้ว่าจะทำการเปลี่ยนอาหารแล้ว อาจเป็นไปได้ว่าสุนัขของคุณเป็นภูมิแพ้ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ไม่ใช่ภูมิแพ้อาหาร

อาการของภูมิแพ้ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

ภูมิแพ้ชนิดนี้มักจะเกิดในช่วงเวลาเดิมของทุกปี สิ่งที่มักก่อให้เกิดการแพ้ ได้แก่ ฝุ่น ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ หญ้า และหมัด หากเจ้าของสังเกตเห็นร่องรอยเฉพาะบริเวณเท้าของสุนัข มักจะเกิดจากการแพ้สิ่งที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมรอบตัว

สภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมรอบตัวจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อตัวสุนัข ไม่ว่าสุนัขจะเป็นภูมิแพ้หรือไม่ก็ตาม ในบางพื้นที่ที่มีอากาศอบอุ่น ดอกไม้จะบานตลอดทั้งปีและจะส่งผลให้สุนัขเกิดภูมิแพ้ได้มาก แต่ในพื้นที่ที่ดอกไม้บานเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ในช่วงฤดูหนาวดอกไม้เหล่านี้ก็จะหายไป

แม้ว่าที่ที่สุนัขอยู่จะมีผล แต่ก็ยังมีโอกาสที่สุนัขจะแสดงอาการภูมิแพ้ตลอดทั้งปี

ภูมิแพ้สามารถเกิดเฉพาะช่วงเวลาหนึ่งในหนึ่งปี แต่ก็สามารถเกิดตลอดทั้งปีได้เช่นกันโดยเฉพาะในสุนัขอายุมาก เมื่อสุนัขเคยได้รับสารก่อภูมิแพ้มาเป็นเวลานาน ก็จะยิ่งมีความไวต่อสิ่งนั้น อาการภูมิแพ้ก็จะยิ่งรุนแรงและมีระยะเวลายาวนาน

การวินิจฉัยและการรักษาโรคภูมิแพ้ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

มีแนวทางในการวินิจฉัยและการรักษาหลากหลาย ส่วนมากจะขึ้นกับชนิดของสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ ได้แก่

  • การทดสอบ เป็นการทดสอบหาสารก่อภูมิแพ้โดยทำการทดสอบกับผิวหนัง จะต้องทำการฉีดสารต่าง ๆ ปริมาณเล็กน้อยเข้าไปในผิวหนังของสุนัข วิธีนี้จะช่วยหาตัวการที่ก่อให้เกิดการแพ้ปานกลางไปจนถึงรุนแรง บริเวณที่ฉีดสารเข้าไปจะเกิดอาการแดง บวก และมีผื่นลมพิษขึ้น สัตวแพทย์สามารถทำการผลิตซีรั่มหรือสารที่ช่วยรักษาทางภูมิคุ้มกันซึ่งสามารถฉีดให้ได้เองที่บ้านหรือที่คลินิตสัตวแพทย์ ร้อยละ 70 ของสุนัขที่รับการรักษาด้วยวิธีนี้มีอาการดีขึ้นและไม่แสดงอาการแพ้ตลอดทั้งปีหลังได้รับยา
  • กรดไขมันชนิดโอเมก้า 3 ที่มีอยู่ในน้ำมันปลาสามารถช่วยเสริมความแข็งแรงให้แก่ผิวหนัง ลดการอักเสบ และช่วยลดอาการภูมิแพ้เรื้อรังได้ทุกชนิด รวมถึงช่วยในเรื่องผิวหนัง ข้อต่อ และหัวใจ
  • ยาแก้แพ้ เป็นยาแก้แพ้ทั่วไปที่ขายตามร้านขายยาของคน สามารถให้ในสุนัขได้เพื่อลดอาการคัน การเลือกใช้ยาขึ้นกับตัวสุนัข การที่สุนัขตัวหนึ่งได้รับยาชนิดหนึ่งแล้วมีอาการดีขึ้น ไม่ได้แปลว่ายาตัวนั้นจะใช้ได้ผลดีกับสุนัขทุกตัว ยาแก้แพ้จะไม่ได้ผลหากสุนัขเริ่มมีการติดเชื้อที่ผิวหนังตามมา ดังนั้นก่อนจะให้ยาสุนัขควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนทุกครั้ง
  • สเตียรอยด์ สามารถให้ได้ในกรณีที่สุนัขมีอาการคันอย่างรุนแรง ซึ่งจะช่วยลดอาการคันได้อย่างรวดเร็ว แต่เจ้าของควรระมัดระวังในการเพิ่มปริมาณสเตียรอยด์ เนื่องจากผลข้างเคียงของยาก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน เช่น ความดันโลหิตสูง และโรคไต สุนัขควรได้รับการตรวจเลือดเป็นประจำหากได้รับยาสเตียรอยด์เป็นระยะเวลานาน
  • ยาปฏิชีวนะ อาจจำเป็นต้องให้หากสุนัขมักจะเลีย แทะ หรือเกาจนเกิดการติดเชื้อบนผิวหนังตามมา ผิวหนังที่มีการติดเชื้อจะแดงและอักเสบ หรือมีแผ่นสะเก็ดตามขอบแผลหรือบนผิวหนัง
  • การควบคุมสิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้สุนัขสัมผัสกับสิ่งที่ก่อให้เกิดการแพ้ เจ้าของอาจต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต หากสุนัขของคุณแพ้หญ้าแต่คุณไม่สามารถเอาหญ้าออกไปจากบริเวณบ้านได้ คุณเจ้าของควรสวมรองเท้าบู๊ทให้สุนัขทุกครั้งก่อนปล่อยสุนัขออกไปเดินบนหญ้า หรือล้างทำความสะอาดเท้าให้สุนัข และควรอาบน้ำให้สุนัขเป็นประจำเพื่อช่วยลดโอกาสที่จะติดเชื้อแบคทีเรีย
  • การกำจัดและควบคุมหมัด การแพ้น้ำลายหมัดพบได้บ่อยในสุนัข ซึ่งทำให้เกิดอาการคัน และมีจุดแดงขึ้นบริเวณช่วงท้ายของหลัง เจ้าของควรทำการป้องกันหมัดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้มีหมัดบนตัวสุนัขและในสิ่งแวดล้อม นอกจากกำจัดหมัดบนตัวสุนัขแล้ว การทำความสะอาดที่อยู่อาศัยอย่างสม่ำเสมอก็ช่วยป้องกันการเพิ่มจำนวนของหมัดได้เช่นกัน

โดยรวมแล้วการหาสาเหตุของการแพ้ในสุนัขจำเป็นจะต้องใช้ความช่างสังเกตของเจ้าของ สิ่งที่สำคัญคือขอความช่วยเหลือจากสัตวแพทย์และทำตามคำแนะนำอย่างสม่ำเสมอ

แม้ว่าบางครั้งการรักษาที่ไม่เห็นผลจะเป็นเรื่องน่าหงุดหงิด แต่จำไว้เสมอว่าวิธีแรกไม่ได้ ก็ต้องมีวิธีอื่นที่ได้ผล ความอดทนของเจ้าของจะเป็นกุญแจสำคัญไปสู่กความสำเร็จในการรักษา

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ