Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
มะเร็งและโรคร้าย

ไข้หวัดใหญ่ (Flu/influenza)

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ: 29 ก.ย. 2018 อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 7 นาที
ไข้หวัดใหญ่ (Flu/influenza)

ไข้หวัดใหญ่ (Flu/influenza) เป็นภาวะติดเชื้อไวรัสติดต่อที่แพร่กระจายผ่านการไอและจาม แม้จะก่อให้เกิดอาการที่ทำให้ไม่สบายตัวมากแต่คุณก็สามารถหายจากไข้หวัดใหญ่ได้เองภายในเวลาประมาณหนึ่งอาทิตย์

คุณสามารถป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ได้ตลอดทั้งปี แต่มักจะพบได้บ่อยในช่วงฤดูหนาว ทำให้เรียกกันว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
💉 วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ เริ่มต้นที่ 490 บาท 🚨 ถึง 21 ม.ค. นี้

👩🏻🧑🏻 ปีใหม่นี้ กันไว้ก่อนไม่สบาย คุณทำได้ด้วยตัวเอง

Internal ad

ไข้หวัดใหญ่ไม่เหมือนกับไข้หวัดธรรมดาเพราะไข้หวัดใหญ่จะเกิดจากเชื้อไวรัสคนละกลุ่มกับหวัด และอาการที่แสดงออกมามักจะเกิดขึ้นกะทันหัน มีความรุนแรงกว่า และมีระยะเวลายาวนานกว่า

อาการของไข้หวัดใหญ่

อาการของไข้หวัดใหญ่มักจะเริ่มขึ้นภายใน 1 ถึง 3 วันหลังติดเชื้อ และผู้ป่วยส่วนมากจะรู้สึกดีขึ้นภายในหนึ่งสัปดาห์

อาการที่พบเห็นได้บ่อยของไข้หวัดใหญ่มีดังนี้:

คุณอาจมีอาการไอและเหน็ดเหนื่อยอย่างมากเป็นเวลานานกว่าที่กล่าวไปก็ได้ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องปกติ

อาการคล้ายหวัด เช่นคัดจมูกหรือจมูกตัน จาม และเจ็บคอสามารถเกิดขึ้นกับไข้หวัดใหญ่ได้เช่นกัน แต่มักจะมีความรุนแรงน้อยกว่าอาการอื่น ๆ ที่คุณประสบ

ไข้หวัดใหญ่ทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยและไม่สู้ดีจนทำให้คุณควรต้องนอนพักผ่อนอยู่บนเตียงจนกว่าจะรู้สึกดีขึ้น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
3 โรคอันตราย ไข้หวัดใหญ่ มะเร็งปากมดลูก และ งูสวัด ป้องกันได้ด้วยวัคซีน 💪🏻

สามารถเปรียบเทียบราคาจากคลินิกเเละโรงพยาบาลทั่วประเทศได้เเล้วที่นี่

Vaccineinternal ad

สิ่งที่สามารถทำได้

หากคุณมีสุขภาพที่ทั้งดีและแข็งแรง คุณก็ไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์หากว่ามีอาการคล้ายกับไข้หวัดใหญ่

วิธีการรักษาตนเองที่บ้านที่ดีที่สุดคือการพักผ่อน ดื่มน้ำอุ่นมาก ๆ เพื่อเลี่ยงภาวะขาดน้ำ และทานยาพาราเซตตามอลหรืออิบูโพรเฟนเพื่อลดไข้และบรรเทาอาการปวดตามร่างกายลงตามความจำเป็น

คุณควรหยุดงานหรือลาเรียนไปจนกว่าจะรู้สึกดีขึ้น ซึ่งผู้ป่วยส่วนมากจะใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์กว่าจะฟื้นตัวจากไข้หวัดใหญ่โดยสมบูรณ์

ควรไปพบแพทย์เมื่อไร?

คุณควรไปพบแพทย์หากว่า:

  • คุณมีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป
  • คุณกำลังตั้งครรภ์
  • คุณมีปัญหาสุขภาพระยะยาว เช่นเบาหวาน โรคหัวใจ โรคปอด โรคไต หรือโรคทางระบบประสาทอื่น ๆ
  • คุณมีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่นคุณเป็น HIV หรือกำลังเข้ารับการทำเคมีบำบัด เป็นต้น
  • คุณเริ่มมีอาการปวดหน้าอก หายใจสั้น หายใจลำบาก หรือไอเป็นเลือด
  • อาการของคุณทรุดลงเรื่อย ๆ และไม่ดีขึ้นหลังผ่านไปหนึ่งอาทิตย์

ในสถานการณ์เหล่านี้แพทย์จะจ่ายยาทำการรักษาหรือป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ของไข้หวัดใหญ่ โดยแพทย์อาจแนะนำให้คุณใช้ยาต้านไวรัสเพื่อลดอาการต่าง ๆ ลง และช่วยให้คุณฟื้นตัวเร็วขึ้นก็ได้

ไข้หวัดใหญ่กินระยะยาวนานเท่าใดและมีความร้ายแรงหรือไม่?

หากคุณเป็นไข้หวัดใหญ่ คุณมักจะรู้สึกแย่มากในช่วงไม่กี่วันแรกหลังติดเชื้อ จากนั้นคุณควรจะรู้สึกดีขึ้นภายในหนึ่งอาทิตย์ แม้ว่าคุณอาจมีความเหน็ดเหนื่อยจากไข้นานบ้าง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
3 โรคอันตราย ไข้หวัดใหญ่ มะเร็งปากมดลูก และ งูสวัด ป้องกันได้ด้วยวัคซีน 💪🏻

สามารถเปรียบเทียบราคาจากคลินิกเเละโรงพยาบาลทั่วประเทศได้เเล้วที่นี่

Vaccineinternal ad

คุณจะสามารถแพร่เชื้อได้ตั้งแต่วันแรกที่มีอาการไปประมาณ 3 ถึง 7 วัน สำหรับเด็กและผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันต่ำอาจแพร่เชื้อได้นานกว่านั้น

ผู้ป่วยส่วนมากจะฟื้นตัวหายจากไข้หวัดใหญ่ได้สมบูรณ์และไม่ประสบกับปัญหาใด ๆ เพิ่มเติม แต่สำหรับผู้สูงวัยกับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพระยะยาวบางประเภทอาจมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงต่าง ๆ มากขึ้น เช่นการติดเชื้อในอก

คุณติดไข้หวัดใหญ่ได้อย่างไร?

ไวรัสไข้หวัดใหญ่จะอยู่ในละอองสารคัดหลั่งที่ออกมาจากจมูกและปากของผู้ติดเชื้อผ่านการไอหรือจาม ละอองเหล่านี้มักจะพุ่งออกไปได้ไกลกว่าหนึ่งเมตรและสามารถมีชีวิตรอดในอากาศกับบนพื้นผิวต่าง ๆ ได้นานกว่า 24 ชั่วโมง

ผู้ที่สูดละอองเหล่านี้เข้าร่างกายจะติดไข้หวัดใหญ่ อีกทั้งยังสามารถติดจากการสัมผัสละอองบนพื้นผิวสิ่งต่าง ๆ และนำไวรัสบนมือสัมผัสกับจมูกหรือปากของคุณ

สิ่งของในชีวิตประจำวันทั้งในบ้านและที่สาธารณะจะปนเปื้อนไวรัสเหล่านี้ได้ง่ายมาก รวมไปถึงอาหาร รีโมท ราวบันได โทรศัพท์มือถือ และคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ ดังนั้นคุณควรล้างมือของตนเองบ่อย ๆ

คุณสามารถติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้หลายครั้ง เพราะว่าไวรัสไข้หวัดจะเปลี่ยนแปลงตนเองอยู่แทบจะตลอดเวลา ทำให้ร่างกายของคุณไม่มีภูมิคุ้มกันสำหรับเชื้อรูปแบบใหม่นั่นเอง

การป้องกันไม่ให้ไข้หวัดใหญ่

คุณสามารถดูแลตัวเองเพื่อไม่ให้แพร่เชื้อไข้หวัดใหญ่แก่ผู้อื่นได้ด้วยการดูแลความสะอาดง่าย ๆ

  • ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำอุ่นและสบู่ พร้อมกับ:
  • ทำความสะอาดสิ่งของต่าง ๆ ที่ต้องสัมผัส เช่นคีย์บอร์ด มือถือ และลูกบิดประตู
  • ใช้กระดาษชำระปิดปากและจมูกเมื่อต้องจามหรือไอ
  • ทิ้งกระดาษชำระที่ใช้แล้วลงถังขยะทันที

คุณสามารถหยุดการแพร่เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้ด้วยการเลี่ยงสัมผัสผู้อื่นโดยไม่จำเป็นในขณะที่คุณมีเชื้อ คุณควรทำการลาเรียนและลางานไปจนกว่าร่างกายจะหายดี

ผู้ป่วยบางรายอาจมีความเสี่ยงต่อไข้หวัดใหญ่ชนิดร้ายแรงมากกว่าปกติ ซึ่งการฉีดวัคซีนไข้หวัดหรือการใช้ยาต้านไวรัสประจำปีจะช่วยลดความเสี่ยงต่าง ๆ ลงได้

ไข้หวัดใหญ่หรือไข้หวัด?

เป็นการยากที่จะจำแนกว่าคุณป่วยเป็นไข้หวัดธรรมดาหรือไข้หวัดใหญ่ที่ร้ายแรงกว่านั้นเนื่องจากอาการต่าง ๆ มีความคล้ายกันมาก โดยความแตกต่างที่สังเกตได้มีดังนี้:

อาการของไข้หวัดใหญ่:

  • เกิดขึ้นเร็วกว่า
  • มักจะมีอาการปวดศีรษะ มีไข้ และปวดกล้ามเนื้อ
  • ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายขณะดำเนินกิจกรรมตามปรกติ

อาการของไข้หวัด:

  • ค่อย ๆ เกิดขึ้น
  • มักจะส่งผลกับจมูกและลำคอของคุณ
  • มีความรุนแรงน้อยทำให้คุณสามารถเคลื่อนไหวร่างกายไปมาได้ดีพอจะทำงานต่อไป

การรักษาไข้หวัดใหญ่

โดยปรกตินั้น คุณสามารถจัดการกับอาการไข้หวัดใหญ่ได้เองที่บ้านและไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาจากแพทย์ ผู้ป่วยส่วนมากจะรู้สึกดีขึ้นเองภายในหนึ่งอาทิตย์

คุณควรไปพบแพทย์ก็ต่อเมื่อคุณอยู่ในกลุ่มสุ่มเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยร้ายแรงสูง เช่น:

  • ผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี
  • ผู้ที่ตั้งครรภ์
  • ผู้เป็นโรคปอด โรคหัวใจ โรคไต โรคตับ หรือโรคทางระบบประสาท
  • ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
  • ผู้ป่วยเบาหวาน

กรณีเหล่านี้แพทย์มักจะแนะนำให้ใช้ยาต้านไวรัสในการรักษา

การจัดการอาการไข้หวัดใหญ่ที่บ้าน

หากคุณมีสุขภาพดีแต่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ คุณก็สามารถดูแลตนเองได้ที่บ้านด้วยการพักผ่อนและดื่มน้ำอุ่นมาก ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ

หากคุณรู้สึกไม่สู้ดีและมีไข้ คุณสามารถทานยาพาราเซตตามอลหรือยาต้านอักเสบอย่างอิบูโพรเฟนเพื่อลดอุณหภูมิร่างกายและบรรเทาอาการปวดได้ แต่สำหรับยาแอสไพรินนั้นไม่ควรใช้กับเด็กที่อายุต่ำกว่า 16 ปี

ควรลาเรียนหรือลางานไปจนกว่าจะรู้สึกดีขึ้น ซึ่งสำหรับผู้ป่วยส่วนมากอาจใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ คุณควรไปพบแพทย์หากว่ามีอาการไข้หวัดทรุดลงหรือนานกว่าหนึ่งสัปดาห์

ยาต้านไวรัส

ในปี 2009 ทางสถาบันเพื่อความเป็นเลิศทางสุขภาพและอนามัย (NICE) ได้ออกคำแนะนำสำหรับแพทย์ว่าควรรักษาผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงข้างต้นด้วยยาต้านไวรัส oseltamivir (Tamiflu) หรือ zanamivir (Relenza) เพื่อลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนของไข้หวัดใหญ่

ยาต้านไวรัสจะออกฤทธิ์ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสไข้หวัดในร่างกาย แต่ไม่ได้มีเพื่อรักษาไข้หวัดใหญ่ มีเพียงลดระยะเวลาป่วยและบรรเทาบางอาการเท่านั้น

แต่ก็มีงานวิจัยพบว่ายา Tamiflu กับ Relenza ไม่ช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนของไข้หวัดใหญ่และยังก่อให้เกิดผลข้างเคียงอีกทำให้แพทย์บางท่านอาจไม่ยินยอมที่จะใช้ยาเหล่านี้กับคนไข้

แต่ก็มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่ายาต้านไวรัสสามารถลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตของคนไข้ที่นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเนื่องจากไข้หวัดได้จริง ด้วยเหตุนี้เองทำให้ทางการประกาศว่าแพทย์ควรใช้ยาเหล่านี้รักษาคนไข้ที่ป่วยรุนแรงจะดีที่สุด

ยาปฏิชีวนะ

ยาปฏิชีวนะจะไม่ใช้กับกรณีป่วยไข้หวัดใหญ่เพราะยากลุ่มนี้จะไม่แสดงผลกับเชื้อไวรัส แต่แพทย์จะทำการจ่ายยาปฏิชีวนะให้กับภาวะแทรกซ้อนของไข้หวัดใหญ่อย่างเช่นการติดเชื้อแบคทีเรียในอก เป็นต้น

ภาวะแทรกซ้อนของไข้หวัดใหญ่

ภาวะแทรกซ้อนมักจะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่นผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ และผู้ที่มีปัญหาสุขภาพระยะยาวหรือมีระบบภูมิคุ้มกันต่ำ

ด้วยเหตุนี้คนกลุ่มนี้จึงควรได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี และต้องพาไปพบแพทย์ทันที่ที่เริ่มมีอาการของไข้หวัดใหญ่

การติดเชื้อในอก

ภาวะแทรกซ้อนของไข้หวัดใหญ่ที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดคือการติดเชื้อแบคทีเรียในอก เช่นภาวะหลอดลมอักเสบ บางครั้งภาวะเหล่านี้ก็สามารถส่งผลร้ายแรงจนกลายเป็นภาวะปอดบวมได้

การรักษาภาวะติดเชื้อในอกหรือปอดบวมสามารถทำได้ด้วยการจ่ายยาปฏิชีวนะ และไม่บ่อยที่ภาวะเหล่านี้จะกลายเป็นปัญหาที่คุกคามชีวิตของผู้ป่วย (มักเสี่ยงมากในผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอและผู้สูงวัย)

ภาวะสุขภาพทรุดลง

ไข้หวัดใหญ่สามารถทำให้ผู้ป่วยที่มีภาวะสุขภาพอื่น ๆ อยู่ก่อนมีอาการแย่ลงได้ ยกตัวอย่างเช่นผู้ที่มีปัญหาปอดเช่นหอบหืด หรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (chronic obstructive pulmonary disease - COPD)

สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ไข้หวัดใหญ่จะส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดจนทำให้เกิดภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูง หรือสำหรับผู้ป่วยเบาหวานประเภท 1 อาจทำให้เกิดภาวะเลือดเป็นกรดได้ (ภาวะอันตรายที่ทำให้ร่างกายขาดอินซูลิน)

หากคุณมีเบาหวานประเภท 1 หรือ 2 และกำลังใช้อินซูลินอยู่ คุณควรสอดส่องระดับน้ำตาลในเลือดให้ใกล้ชิดมากขึ้นหากป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่

ภาวะแทรกซ้อนกับครรภ์

หากคุณป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ขณะตั้งครรภ์ จะมีความเสี่ยงที่การติดเชื้อครั้งนั้นจะส่งผลต่อปัญหาต่าง ๆ กับครรภ์ได้

เชื้อไข้หวัดใหญ่สามารถทำให้คุณคลอดก่อนกำหนดได้ (ก่อนอายุครรภ์ที่ 37 สัปดาห์) หรืออาจส่งผลให้ทารกเกิดมาน้ำหนักร่างกายน้อย

บางกรณีไข้หวัดใหญ่ก็สามารถทำให้ผู้หญิงแท้งบุตรหรือตายคลอดได้

ภาวะแทรกซ้อนหายาก

ภาวะแทรกซ้อนของไข้หวัดใหญ่ที่พบได้ไม่บ่อยนักมีดังนี้:

การป้องกันไข้หวัดใหญ่

มีวิธีป้องกันไข้หวัดใหญ่อยู่ 3 วิธีหลัก ๆ ดังนี้:

  • การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่
  • การดูแลสุขอนามัย
  • การใช้ยาต้านไวรัส

วัคซีนไข้หวัดใหญ่

การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปีสามารถลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้ แต่ก็ไม่ได้ผล 100% เนื่องจากวัคซีนจะไม่ทำงานต้านไวรัสได้ทุกประเภท

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ควรรับวัคซีนคือระหว่างเดือนกันยายนและช่วงต้นพฤศจิกายน โดยคุณสามารถเข้ารับการฉีดได้ตามโรงพยาบาลหรือร้านขายยา

คุณควรได้รับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปีเพื่อป้องกันตนเอง เนื่องจากไวรัสไข้หวัดใหญ่จะเปลี่ยนแปลงไปทุก ๆ ปี

การดูแลสุขอนามัย

เพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่หรือลดโอกาสแพร่กระจายเชื้อ คุณควร:

  • ล้างมือด้วยน้ำอุ่นและสบู่เป็นประจำ
  • ทำความสะอาดสิ่งของต่าง ๆ (เช่น คีย์บอร์ด มือถือ ลูกบิดประตู) เป็นประจำเพื่อกำจัดเชื้อโรค
  • ใช้กระดาษชำระปิดปากและจมูกในขณะที่จามหรือไอ
  • ทิ้งกระดาษชำระใช้แล้วลงถังขยะทันที

ยาต้านไวรัส

การรับยาต้านไวรัส oseltamivir (Tamiflu) หรือ zanamivir (Relenza) เพื่อป้องกันไข้หวัดใหญ่จะดำเนินการหากว่าสถานการณ์ของคุณตรงตามข้อกำหนดต่อไปนี้:

  • มีไข้หวัดใหญ่ระบาดอยู่
  • คุณมีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป กำลังตั้งครรภ์ หรือมีภาวะสุขภาพอื่น ๆ ที่ทำให้คุณมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่นเบาหวาน โรคหัวใจ โรคปอด โรคไต หรือโรคทางระบบประสาท
  • คุณสัมผัสผู้ที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่และสามารถเริ่มใช้ยาต้านไวรัสได้ภายใน 36-48 ชั่วโมง
  • คุณยังไม่ได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่มาก่อน

หากว่ามีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ตามสถานที่อยู่อาศัยหรือตามสถานพยาบาลที่ทำให้ไวรัสแพร่กระจายได้เร็วขึ้นจะมีการใช้ยาต้านไวรัสกับผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป