Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
สุขภาพ

สารพิษจากผลิตภัณฑ์ป้องกันเห็บหมัด

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,947,296 คน

สารพิษจากผลิตภัณฑ์ป้องกันเห็บหมัด

พิษจากสารไพริธริน (pyrethrin)

ผลิตภัณฑ์กำจัดเห็บหมัดสำหรับแมวมีในหลายรูปแบบ เช่น ปลอกคอ แป้ง ชุบ สเปรย์ และหยดหลัง แม้ว่ารูปแบบจะแตกต่างกันแต่ส่วนประกอบที่ใช้ในการกำจัดตัวเห็บหมัดเหมือนกัน คือ ไพริธริน ซึ่งเป็นยาฆ่าแมลงที่ไล่เห็บ หมัด และแมลงอื่น ๆ ได้ สารนี้เป็นสารธรรมชาติที่สะกัดจากเมล็ดของดอกเก็กฮวย ออกฤทธิ์ฆ่าแมลงโดยการทำลายระบบประสาทของแมลง โดยสารในปริมาณต่ำมากจะไม่ส่งผลอันตรายใด ๆ ต่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม

ความเป็นพิษมักจะเกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะการใช้ผลิตภัณฑ์ในปริมาณมากเกินไป หรือใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์ชนิดอื่น แมวมีความไวต่อสารไพริธรินมากกว่าสุนัข และปริมาณของสารที่ใช้ในผลิตภัณฑ์สำหรับสุนัขจะมากกว่าในแมว แมวที่ได้รับผลิตภัณฑ์สำหรับสุนัขจึงมักจะป่วยจากการได้รับสารไพริธรินมากเกินไป

สารสังเคาะห์ที่เลียนแบบสารไพริธริน เรียกว่า ไพริธรอยด์ (pyrethroid) จะมีความเป็นพิษต่อแมวมากกว่าหากใช้อย่างไม่เหมาะสม (ความเป็นพิษต่อมนุษย์ก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน) ผู้ใช้สามารถแยกสารทั้งสองชนิดนี้ได้จากฉลากที่ระบุส่วนประกอบ ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ชื่อส่วนประกอบลงท้ายด้วย “thrin”

อาการที่ควรสังเกต

  • น้ำลายไหลมากกกว่าปกติ
  • กล้ามเนื้อสั่น เดินโซเซ
  • อาจมีอาการชัก
  • แสดงอาการกังวล หรือตื่นเต้นผิดปกติ
  • อาเจียน ท้องเสีย หายใจลำบาก หรืออุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติ (พบได้น้อย)
  • มีการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของสารไพริธรินหรือไพริธรอยด์เมื่อไม่นานมานี้

สาเหตุหลัก

ความเป็นพิษของสารเกิดจากการใช้ในปริมาณมากเกินบนผิวหนัง ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับสุนัขในแมว หรือเกิดจากการกินเข้าไปขณะเลียตัวเองหลังจากหยดผลิตภัณฑ์ (พบได้ทั้งในแมวและสุนัข)

การดูแลเบื้องต้น

หากแมวใส่ปลอกคอหรืออุปกรณ์ป้องกันเห็บหมัดอื่น ๆ ให้ถอดออก

โทรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อประเมินอาการว่ามีภาวะความเป็นพิษจากสารเคมีที่ได้รับหรือไม่

การดูแลโดยสัตวแพทย์

การวินิจฉัย

การวินิจฉัยทำได้จากการสังเกตอาการ และประวัติการใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันเห็บหมัด

การรักษา

การรักษาทำโดยการควบคุมอาการ เช่น การควบคุมอาการชัก ร่วมกับการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ หากอาการรุนแรงสัตว์จำเป็นจะต้องเข้ารับการรักษาต่อเนื่องที่โรงพยาบาลจนกว่าอาการจะทุเลาลง

สาเหตุอื่น

สารไพริธรินสามารถพบได้ในผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงทั่วไปด้วย เช่น ผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงศัตรูพืช ดังนั้นอาจเป็นสาเหตุให้แมวได้รับสารพิษได้หากอยู่ในบริเวณที่มีการใช้

การจัดการ

โดยทั่วไปมักไม่มีผลในระยะหากได้รับการรักษาทันทีหลังจากได้รับสารพิษ การใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดเห็บหมัดสำหรับแมวควรใช้อย่างถูกต้องตามที่ผู้ผลิตแนะนำ หากแมวยังคงแสดงอาการผิดปกติจากพิษของสารไพริธรินให้เลิกใช้ และปรึกษาสัตวแพทย์เกี่ยวกับแนวทางอื่นในการทำจัดเห็บหมัด

การป้องกัน

ทางที่ดีที่สุดที่จะป้องกันการใช้ผลิตภัณฑ์ในปริมาณที่มากเกินไปคืออ่านฉลากและทำตามคำแนะนำ เช่น ปริมาณที่ใช้ ความถี่ และวิธีการใช้ผลิตภัณฑ์ หากผลิตภัณฑ์ไม่ได้ระบุรายละเอียดเหล่านี้ เจ้าของไม่ควรนำมาใช้ ควรใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับแมวโดยเฉพาะ และไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ของสุนัขแทนในแมว

นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีอายุจำกัดในการใช้ ลูกแมวควรมีอายุถึงตามที่กำหนดให้ใช้ผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ตามน้ำหนักที่เหมาะสมของตัวสัตว์ ควรเลือกสูตรที่เหมาะสมกับอายุและน้ำหนักตัวของแมว หลังจากใช้ผลิตภัณฑ์ควรระวังไม่ให้แมวเลียตัวอื่นหลังจากหยอดยา ดังนั้นหลังหยอดยาควรแยกแมวออกจากันจนกว่าผลิตภัณฑ์จะแห้งสนิท

สารสังเคราะห์ที่กลุ่มไพริธรอยด์ ได้แก่ bifenthrin permethrin allethrin tetramethrin cyfluthrin cyhalothrin cypermethrin deltanethrin


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป