บกพร่องทางการเรียนรู้

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง 5 อย่างในเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง 5 อย่างในเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น

มีงานวิจัยที่พบว่ามีความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนอาหารบางชนิดกับการลดลงของอาการของโรคสมาธิสั้น โดยอาหารที่แนะนำให้หลีกเลี่ยงได้แก่อาหารที่การแต่งสีและใส่สารกันบูด, มีปรอทมาก, มีน้ำตาล คาเฟอีน เป็นผลิตภัณฑ์จากนม อาหารที่มีกลูเตน และอาหารที่ไม่ออร์แกนิค ต่อไปนี้เราจะมาแนะนำอาหารยอดนิยมในเด็ก 5 อย่างที่จัดอยู่ในอาหารกลุ่มนี้ ลองพยายามกำจัดการรับประทานอาหารเหล่านี้ทีละอย่างประมาณ 2 สัปดาห์และดูว่าเด็กมีอาการดีขึ้นหรือไม่

ทั้งนี้ เด็กแต่ละคนมีการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอาหารที่แตกต่างกัน ดังนั้น อาจจะต้องมีการลองผิดลองถูกในช่วงแรก เพื่อให้เด็กร่วมมือกับการเปลี่ยนอาหาร อาจลองใช้การเล่นเกมสนุก ๆ เช่น การสำรวจชั้นต่าง ๆ ของร้านขายของชำเพื่อหาอุปกรณ์มาทำอาหารที่ครอบครัวอาจจะไม่เคยรับประทานมาก่อน เป็นต้น โดยไปดูกันเลยว่า อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง 5 อย่างในเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น มีอะไรบ้าง

1. เค้กผสมและน้ำตาลไอซิ่งโรยหน้าเค้กสำเร็จรูป

อาหารที่ผ่านการแปรรูปและทำสำเร็จมาแล้ว เต็มไปด้วยสารปรุงต่างอาหารเช่นสารกันบูดและสี เค้กผสมสีเหลืองมีสีแดง 40 และสีเหลืองอยู่อีก 5 มีงานวิจัยที่พบว่าสีย้อมอาหารอาจกระตุ้นความตื่นตัว หรืออาการของโรคสมาธิสั้นในเด็กที่ไวต่ออาหารเหล่านี้ได้ การกำจัดอาหารที่มีการปรุงแต่งสีจึงเป็นทางเลือกในการรักษาที่ได้ผลในการลดอาการของโรคสมาธิสั้น

2. ลูกอม

แม้ว่าจะไม่มีการพูดถึงความเชื่อมโยงระหว่างการรับประทานน้ำตาลกับการกิจกรรมที่เพิ่มขึ้น แต่พ่อแม่หลายคนรู้สึกว่าน้ำตาลทำให้เด็กตื่นตัวมากขึ้น ซึ่งอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำตาลในเลือดอย่างรวดเร็ว ซึ่งลูกอมมีทั้งน้ำตาลและสารแต่งสีและสารกันบูด ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมเช่นกัน

การเปลี่ยนจากการรับประทานลูกอมมาเป็นของทานเล่นที่ดีต่อสุขภาพเช่นผลไม้จึงถือเป็นสิ่งที่ดี

3. ช็อกโกแลต

เด็กที่ไวต่อสารแต่งสีอาจจะไวต่อคาเฟอีนและสารกันบูดในช็อกโกแลตได้เช่นกัน การจำกัดการรับประทานช็อกโกแลตจึงอาจลดอาการตื่นตัวที่มากเกินไปได้

4. ขนมปังและพาสต้าจากข้าวสาลี

มีการศึกษาหลายชิ้นที่แสดงว่าการรับประทานอาหารที่ไม่มีสารกลูเตนนั้น สามารถช่วยลดอาการของโรคสมาธิสั้นได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนั้นหากเป็นโรคซิลิแอคแต่ไม่ได้รักษา ก็อาจจะทำให้ผู้ป่วยมีการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม เช่น การเป็นโรคสมาธิสั้นได้ การรับประทานอาหารแบบไม่มีสารกลูเตน เป็นการกำจัดอาหารที่มีข้าวสาลี ข้าวไรย์ และข้าวบาร์เลย์เป็นส่วนประกอบ

5. นม

การกำจัดผลิตภัณฑ์จากนมโดยเฉพาะคาเซอีนในอาหารพบว่าช่วยลดอาการตื่นตัวและหุนหันพลันแล่นในเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นได้ ลองจำกัดการรับประทานผลิตภัณฑ์จากนมทั้งหมดประมาณ 5-7 วันเพื่อดูว่าเด็กไวต่อผลิตภัณฑ์จากนมหรือไม่ ก่อนที่จะเริ่มนำอาหารเหล่านี้กลับเข้ามาช้า ๆ และเฝ้าติดตามอาการที่อาจเกิดขึ้น

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่